Archive from September, 2010

ภาพจากกล้องพ้องกันอันสายตา

Sep 24, 2010 by     Comments Off on ภาพจากกล้องพ้องกันอันสายตา    Posted under: Poems, Uncategorized

ภาพจากกล้องพ้องกันอันสายตา

ประเด็นสำคัญที่ใคร่กล่าวถึงเชิงเปรียบเทียบ 3 ประการดังนี้
1. สิ่งต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่จริงทั้งที่เป็นไปตามพฤติกรรมของธรรมชาติและที่เราได้สร้างขึ้น
2. สิ่งที่เราเห็นได้ด้วยตาของเราที่มีกระบวนการเชิงฟิสิกส์
3. ภาพเนื่องจากกล้องถ่ายภาพที่ใช้หลักของฟิสิกส์เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระของฟิสิกส์เพื่อสังคมตามเจตนา
ผู้เขียนจะไม่เน้นเชิงวิชาการที่ลึกซึ้งแต่ประการใด
หากทว่ายังคงไว้ถึงความถูกต้องด้วยเสมอฉะนี้

ภาพนี้หรือคือภาพจริงสิ่งมีอยู่
ทุกคนดูรู้เห็นเป็นอย่างไหน
ฉันใช้กล้องส่องดูรู้จากใจ
สิ่งที่ได้คล้ายกันอันสายตา

ทั้งแนวตั้งยังแนวนอนสะท้อนไป
ตามหลักไซร้ใคร่เป็นเช่นนี้หวา
แนวทั้งหลายได้ลู่ไปสุดสายตา
ลู่เข้าหาคล้ายจุดสุดคะนึง

สูงกว่าตาเดินลงตรงไปหา
ต่ำกว่าตาเดินขึ้นฝืนไปถึง
จุดอนันต์นั่นไซร้ใคร่คะนึง
ได้แต่ซึ้งตะลึงอยู่ดูความงาม

อนิจจาว่าไปไม่เหมือนจริง
เพราะทุกสิ่งท้วงติงได้พร้อมใคร่ถาม
มีหรือนั่นปลายทางนั้นฉันเดินตาม
พยายามตามไปสุดสายตา

เดินเท่าใดไปถึงไม่อยากใคร่ปลง
จึงนั่งลงส่งใจไปค้นหา
ประกอบกันฉันคิดไปในวิชา
จึงรู้ว่าครานี้ที่หลอกลวง

ตาเรานี่เทคโนนี้ที่สามารถ
ก็ไม่อาจคาดรู้จริงสิ่งใหญ่หลวง
ธรรมชาติผงาดอยู่ดูหลอกลวง
สิ่งทั้งปวงล่วงรู้มาหาเป็นจริง

ณ ที่นี้จึงใคร่กล่าวสรุปดังนี้
สิ่งที่เราเห็นด้วยตาของเราและภาพซึ่งบันทึกได้จากกล้องถ่ายรูปล้วนแต่มีข้อจำกัดที่สอดคล้องกัน โดยเรารับรู้เช่นนั้นและยอมรับเช่นนั้นตลอดมา
ด้วยเหตุนี้ เราจึงมักคิดว่า สิ่งนั้นเป็นความจริง
อย่างไรก็ตาม หาได้เหมือนกับที่เป็นจริงไม่
อนึ่ง ไม่ว่ากล้องถ่ายรูปและดวงตาของเราที่มีกระบวนการทางฟิสิกส์ที่เลียนแบบกันได้อย่างดียิ่ง หากทว่ายังไม่สามารถเข้าถึงธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้หลักของการมองเห็นเชิงฟิสิกส์ดังกล่าวสรุปได้ดังนี้
สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่สูงกว่าระดับของสายตาจะปรากฏมีแนวทางที่ลู่ลง
ตรงกันข้าม สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ต่ำกว่าระดับของสายตามีแนวทางที่ลู่ขึ้น
ด้วยเหตุนี้ จึงเปรียบประหนึ่งว่า แนวทางต่าง ๆ กันจะไปบรรจบกันที่ตำแหน่งสุดสายตาตำแหน่งหนึ่งนั้น
อนึ่ง ขอกล่าวเสริมไว้ดังนี้
หลักของการมองเห็นที่ไม่เป็นจริงนี้เป็นที่ยอมรับกันทางฟิสิกส์
ฟิสิกส์เป็นวิชาที่พยายามเข้าถึงธรรมชาติหากทว่ายังมีขีดจำกัด
ธรรมชาติเท่านั้นที่เป็นจริงเสมอ

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

เฉลยโดยสรุปเรื่องสาระตามข้อหนึ่ง ๆ สาระเหล่านี้ถูกหรือผิด เพราะเหตุใด ตอนที่ 1

Sep 23, 2010 by     Comments Off on เฉลยโดยสรุปเรื่องสาระตามข้อหนึ่ง ๆ สาระเหล่านี้ถูกหรือผิด เพราะเหตุใด ตอนที่ 1    Posted under: Mechanics, Physics, Uncategorized

เฉลยโดยสรุปเรื่องสาระตามข้อหนึ่ง ๆ สาระเหล่านี้ถูกหรือผิด เพราะเหตุใด ตอนที่ 1

1. เวกเตอร์อันหนึ่งคงตัวเมื่อขนาดหรือทิศทางของเวกเตอร์อันนี้คงตัว
เฉลย ผิด
เหตุผล เวกเตอร์อันหนึ่งคงตัวเมื่อทั้งขนาดและทิศทางของเวกเตอร์อันนี้คงตัว

2. เวกเตอร์อันหนึ่งเปลี่ยนเมื่อทั้งขนาดและทิศทางของเวกเตอร์อันนี้เปลี่ยนเท่านั้น
เฉลย ผิด
เหตุผล เวกเตอร์อันหนึ่งเปลี่ยนเมื่อขนาดเปลี่ยน หรือทิศทางเปลี่ยน หรือทั้งขนาดและทิศทางของเวกเตอร์อันนี้เปลี่ยน

3. ทั้งอนุภาคตัวหนึ่งและคลื่นคลื่นหนึ่งต่างมีมวลเป็นสมบัติประการหนึ่งของตัวเอง
เฉลย ผิด
เหตุผล อนุภาคตัวหนึ่ง ๆ มีมวล ส่วนคลื่นคลื่นหนึ่ง ๆ ไม่มีมวล

4. มวลของวัตถุก้อนหนึ่งมีความหมายทางฟิสิกส์ตามที่นิยมกันอย่างถูกต้องเป็นดังนี้
กล่าวคือ ปริมาณเนื้อสารที่มีอยู่ในมวลของวัตถุก้อนนั้น
เฉลย ผิด
เหตุผล มวลของวัตถุก้อนหนึ่งมีความหมายทางฟิสิกส์ตามที่นิยมกันอย่างถูกต้องเป็นดังนี้
ก. มวลอิเนอร์เชีย (Inertial mass)
ข. มวลโน้มถ่วง (Gravitation mass)

5. คนไข้คนหนึ่งขึ้นยืนบนตาชั่งเครื่องหนึ่งตามคำบอกของนางพยาบาลคนหนึ่ง
แล้วคนไข้คนนี้บอกกับนางพยาบาลคนนั้นว่า เขานั้นหนัก 65 กิโลกรัม
เฉลย ผิด
เหตุผล คนไข้คนนี้มีมวล (มวลโน้มถ่วง) เท่ากับ 65 กิโลกรัม

6. ระยะทางมีหน่วยพื้นฐานทางฟิสิกส์ในระบบหน่วยเอสไอ คือ กิโลเมตร
เฉลย ผิด
เหตุผล ระยะทางมีหน่วยพื้นฐานทางฟิสิกส์ในระบบหน่วยเอสไอ คือ เมตร (Meter)
7. เวกเตอร์ตำแหน่งอันหนึ่ง (A position vector) มีความหมายดังนี้
กล่าวคือ เวกเตอร์อันใดอันหนึ่งที่กล่าวถึง
เฉลย ผิด
เหตุผล เวกเตอร์ตำแหน่งอันหนึ่ง คือ เวกเตอร์อันหนึ่งของตำแหน่ง 1 ตำแหน่งที่เทียบกับจุดจุดหนึ่ง เช่น จุดกำเนิด O จุดหนึ่งของระบบพิกัดฉาก (x, y, z) ระบบหนึ่ง

8. การกระจัด (Displacement) เป็นปริมาณเวกเตอร์ตัวหนึ่งที่มีความหมายดังนี้
กล่าวคือ ระยะทางสั้นสุดระหว่างตำแหน่ง 2 ตำแหน่งใด ๆ ก็ตาม
เฉลย ผิด
เหตุผล เวกเตอร์อันหนึ่งที่บอกถึงการเปลี่ยนตำแหน่ง 2 ตำแหน่งของวัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งโดยมีขนาด คือ ระยะทางสั้นสุดระหว่างตำแหน่ง 2 ตำแหน่งดังกล่าว
ส่วนระยะทางเป็นปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่ง

9. เราสามารถพิจารณาว่า ปริมาณหนึ่งปริมาณใดเป็นปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่งหรือปริมาณเวกเตอร์ตัวหนึ่งโดยง่ายจากนิยามของปริมาณตัวนั้นแต่เพียงประการเดียว โดยที่เรานั้นไม่ต้องมีหลักการอื่น ๆ ใดประกอบด้วยเลย
เฉลย ผิด
เหตุผล เราต้องมีหลักอื่น ๆ อีกหลายประการด้วยกันดังนี้ เช่น การคูณหรือหารกันของปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่ง ๆ การคูณหรือหารปริมาณเวกเตอร์ตัวหนึ่งด้วยปริมาณสเกลาร์อีกตัวหนึ่ง และการคูณกันของปริมาณเวกเตอร์ 2 ตัว
อนึ่ง ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านทุกคนที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองอย่างละเอียดและถ่องแท้
โดยสาระดังกล่าวสาระนี้เป็นสาระประการหนึ่งซึ่งผู้เขียนเป็นคนที่ริเริ่มพิจารณาไว้ ในการเรียนการสอนและผลงานเขียนของผู้เขียนเอง
นอกจากนี้ เมื่อถามนักเรียน ณ ที่โรงเรียนต่าง ๆ ก็ได้คำตอบที่ผิด ๆ ทั้งสิ้น

10. อัตราเร็วของอนุภาคตัวหนึ่งมีความหมายดังนี้
กล่าวคือ ระยะทางที่อนุภาคตัวนี้เคลื่อนที่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
เฉลย ผิด
เหตุผล อัตราเร็วของอนุภาคตัวหนึ่ง คือ อัตราส่วนของระยะทาง (เป็นเมตร) ที่อนุภาคตัวนี้เคลื่อนที่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง (เป็นวินาที) โดยมีหน่วยเป็นเมตรต่อวินาทีในระบบเอสอระบบหนึ่ง
อนึ่ง ผู้อ่านคนใดคนหนึ่งอาจจะนิยามอย่างอื่นที่ถูกต้องอีกก็ได้เช่นกัน

11. ป้ายวงกลมป้ายหนึ่ง ๆ ซึ่งแสดงตัวเลขที่สื่อถึงการเคลื่อนที่ของยวดยานใด ๆ ที่ผ่าน ณ สถานที่แห่งนั้นของหน่วยงานการจราจร เช่น 20 และ 30 เป็นการกำหนดความเร็วสูงสุดของยวดยานหนึ่ง ๆ ที่ผ่านบริเวณแห่งนั้นแล้วยังถูกต้องตามกฎการจราจร
เฉลย ผิด
เหตุผล ค่าดังกล่าวนั้นสื่อถึงอัตราเร็วสูงสุดของยวดยานหนึ่ง ๆ ที่ผ่านบริเวณแห่งนั้นแล้วยังถูกต้องตามกฎการจราจร

12. ความเร่งของอนุภาคตัวหนึ่งมีความหมายดังนี้
กล่าวคือ อัตราส่วนของความเร็วที่เปลี่ยนกับช่วงเวลาที่อนุภาคตัวนี้เคลื่อนที่
โดยที่มีหน่วยเป็นเมตรต่อวินาทีต่อวินาที
เฉลย ผิด
เหตุผล ความเร่งของอนุภาคตัวหนึ่งมีความหมายดังนี้
กล่าวคือ อัตราส่วนของความเร็วเพิ่มกับช่วงเวลาที่อนุภาคตัวนี้เคลื่อนที่
โดยที่มีหน่วยเป็นเมตรต่อวินาทีต่อวินาที
อนึ่ง ขอให้ผู้อ่านทุกคนสังเกตข้อแตกต่างเพียงเล็กน้อยก็สื่อความหมายทางวิชาการที่ผิด ๆ ได้

สาระผิด ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้ที่ปรากฏในหนังสือฟิสิกส์และการเรียนการสอนของเราโดยที่ส่วนมากไม่รู้ว่าผิด
นอกจากนี้ เรายังขาดความสนใจในสิ่งที่ถูกต้องอีกด้วย
ผู้เขียนเป็นห่วงจริง ๆ

อนึ่ง ผู้เขียนเรียบเรียงหนังสือเล่มหนึ่งทำนองนี้ภายใต้ชื่อดังนี้
สาระนี้ถูกหรือผิดพร้อมเฉลย 1 กลศาตร์
อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ในขั้นที่ดำเนินการกับทางสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทางสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า จะเห็นความสำคัญและเน้นถึงสาระวิชาที่ถูกต้องทางฟิสิกส์ร่วมกันกับผู้เขียนหรือไม่

ผู้เขียนต้องการข้อคิดเห็นจากผู้อ่านทุกคนอย่างยิ่ง โดยที่ผู้เขียนจะใช้ประเมินว่า เว็บไซต์ที่ผู้เขียนทำอยู่นี้มีประโยชน์โดยส่วนรวมหรือไม่
อีกทั้งผู้เขียนควรจะดำเนินต่อไป หรือไม่ ประการใด
หรือควรหาวิธีอื่น ๆ ที่จะทำประโยชน์ต่อส่วนรวมทางวิชาการที่ถูกต้อง
เนื่องจากว่า เป็นการเสียสละร่วมกันกับผู้ควบคุมเว็บไซต์นี้ที่ให้เนื้อที่นี้แก่ผู้เขียนโดยไม่ได้คิดค่าบริการแต่ประการใดด้วย
ย้ำอีกครั้ง คือ http://genphysics.wordpress.com/

ด้วยความปรารถนาดีอย่างยิ่ง

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

งานและกำลัง (Work & Power)

Sep 22, 2010 by     Comments Off on งานและกำลัง (Work & Power)    Posted under: Mechanics, Physics, Uncategorized

งานและกำลัง (Work & Power)

งานทางฟิสิกส์นั้นในเบื้องต้นสื่อถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
1. มีความหมายที่ต่างจากคำว่า “งาน” ในชีวิตประจำวัน
2. เมื่อกล่าวถึงงานต้องเรียกว่า “งานของแรงแรงหนึ่ง” ที่เป็นปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่ง
แสดงว่า ต้องมีแรงแรงหนึ่งทำกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีมวล เช่น วัตถุก้อนหนึ่งและอนุภาคตัวหนึ่ง
3. ต้องมีการเคลื่อนที่มาเกี่ยวข้อง
แสดงว่า แรงแรงหนึ่งต้องทำให้วัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งเคลื่อนที่
4. งานของแรงแรงหนึ่งเป็นไปโดยสมบูรณ์ดังนี้
วัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวกันกับทิศทางของแรงแรงนั้น
เช่น วัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งเคลื่อนที่ในทิศทางตามแนวนอนแนวหนึ่งร่วมกันกับทิศทางของแรงแรงนั้น
5. งานของแรงแรงหนึ่งไม่เกิดขึ้นเลยดังนี้
เมื่อวัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งเคลื่อนที่ในทิศทางตามแนวฉากแนวหนึ่งกับทิศทางของแรงแรงนั้น
เช่น งานของน้ำหนักของวัตถุก้อนหนึ่งที่เราแบกและเดินไปตามถนนราบตรงสายหนึ่ง
6. งานของแรงแรงหนึ่งยังเป็นลบได้เช่นกันดังนี้
เมื่อแรงแรงหนึ่งมีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งที่แรงนี้ทำ
เช่น งานของแรงเสียดทานแรงหนึ่ง
7. แสดงว่า งานของแรงแรงหนึ่ง ๆ ทางฟิสิกส์นั้นเป็นปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่งที่มีโอกาสเป็นบวก เป็นศูนย์ หรือเป็นลบ
8. นิยามงานของแรงแรงหนึ่งในเบื้องต้นเป็นดังนี้
ผลคูณของขนาดแรงแรงหนึ่ง (เป็นนิวตัน) กับระยะทางในแนวเดียวกัน (เป็นเมตร) ของการเคลื่อนที่ของวัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งที่แรงแรงนั้นทำ
ดังนั้น งานของแรงแรงหนึ่งมีหน่วยเป็นนิวตัน-เมตรหรือจูล
9. นิยามงานของแรงแรงหนึ่งที่ควรรู้ไว้เป็นหลักในการศึกษาที่ดีเป็นดังนี้
ผลคูณเชิงสเกลาร์ของแรงแรงหนึ่งกับการกระจัดของการเคลื่อนที่ของวัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งที่แรงแรงนั้นทำ
อนึ่ง ถ้าเขียนความสัมพันธ์อันหนึ่งในรูปแบบของสัญลักษณ์ได้จะง่ายและสะดวกกว่านี้

กำลังทางฟิสิกส์นั้นในเบื้องต้นสื่อถึงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
1. เป็นปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่ง
2. อัตรางานของแรงแรงหนึ่ง
3. กำลัง คือ อัตราส่วนระหว่างงานของแรงแรงหนึ่ง (เป็นจูล) กับช่วงเวลาที่แรงแรงนั้นทำ (เป็นวินาที)
4. กำลังมีหน่วย คือ จูลต่อวินาทีหรือวัตต์
แสดงว่า 1 วัตต์เท่ากับ 1 จูลต่อวินาที
5.ความหมายที่กะทัดรัดและเหมาะสมแก่การศึกษาต่อไปเป็นดังนี้
ผลคูณเชิงสเกลาร์ของแรงแรงหนึ่งกับความเร็วของการเคลื่อนที่ของวัตถุก้อนหนึ่งหรืออนุภาคตัวหนึ่งที่แรงแรงนั้นทำ
อนึ่ง ถ้าเขียนความสัมพันธ์อันหนึ่งในรูปแบบของสัญลักษณ์ได้จะง่ายและสะดวกกว่านี้

ปรารถนาดี

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

มาตรกำลังไฟฟ้า (Wattmeter)

Sep 21, 2010 by     1 Comment     Posted under: Poems, Uncategorized

 

มาตรกำลังไฟฟ้าหรือวัตต์มิเตอร์ (Wattmeter)

มาตรไฟฟ้าตัวนี้ที่มองเห็น
บอกประเด็นเน้นสิ่งใดให้ศึกษา
หน้าบ้านฉันเห็นกันนานวันมา
รู้ไหมว่าสำคัญอันฉันใด

อย่างน้อยนั้นฉันรู้ดีที่มาตรนี้
ตัวบ่งชี้กระไรใช้ไฟฟ้า
ต้องจ่ายเงินหาเพลินไม่ได้แจ้งมา
เอือมระอาค่าไฟนี้ที่สิ้นเปลือง

มาตรกำลังไฟฟ้าหรือวัตต์มิเตอร์ (Wattmeter) มีความหมายดังนี้
อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่สื่อถึงกำลังไฟฟ้าและสะท้อนไปสู่พลังงานไฟฟ้าที่เราใช้กัน
ทั้งนี้ 1 หน่วยหรือ 1 ยูนิต คือ พลังงานไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
อนึ่ง พลังงานไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมงมีความหมายดังนี้
กล่าวคือ พลังงานไฟฟ้าที่คิดจากกำลังไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

พลังงานไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า และช่วงเวลาสัมพันธ์กันดังนี้

กล่าวคือ พลังานไฟฟ้าเท่ากับผลคูณของกำลังไฟฟ้ากับช่วงเวลา

อนึ่ง ผู้อ่านบางคนอาจจะสนใจความสัมพันธ์อันหนึ่งที่อยู่ในรูปของสัญลักษณ์จึงจะขอแสดงประกอบไว้ด้วยดังนี้
สมมติ กำลังไฟฟ้า คือ P วัตต์
ช่วงเวลาที่ใช้ไฟฟ้า คือ t วินาที
และพลังงานไฟฟ้า คือ W จูล
ความสัมพันธ์อันหนึ่งเป็นดังนี้
กล่าวคือ W=Pt จูลหรือวัตต์-วินาที

กิโลวัตต์และวัตต์สัมพันธ์กันดังนี้
1 กิโลวัตต์เท่ากับ 1,000 วัตต์
ช่วงเวลาเป็นชั่วโมงสัมพันธ์กับวินาทีดังนี้
1 ชั่วโมงเท่ากับ 3,600 วินาที
ดังนั้น พลังงานไฟฟ้า 1 หน่วยหรือ 1 ยูนิตเป็นดังนี้
1 หน่วยหรือ 1 ยูนิตเท่ากับ 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
เท่ากับ 1,000 × 3,600 วัตต์-วินาทีหรือจูล
เท่ากับ 3,600,000 วัตต์-วินาทีหรือจูล
เท่ากับ 3.6 ล้านวัตต์-วินาทีหรือจูล

ดังนั้น จำนวนเลขที่มากเช่นนี้ผู้อ่านอาจจะตกใจมากอย่างแน่นอน

ผู้อ่านคนใดคนหนึ่งลองคิดพลังงานไฟฟ้าในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าดังนี้
ถ้าผู้อ่านคนหนึ่งใช้เตารีดไฟฟ้า 1,000 วัตต์ 1 อันเป็นเวลานาน 1 ชั่วโมงผู้อ่านคนนี้ย่อมใช้พลังงานไฟฟ้าดังนี้
พลังงานไฟฟ้าที่ใช้เท่ากับ 1,000 × 1 วัตต์-ชั่วโมง
เท่ากับ 1 × 1 คือ 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
เท่ากับ 3.6 ล้านวัตต์-วินาทีหรือจูล
ตอนนี้ผู้อ่านก็ต้องตกใจอีกครั้งหนึ่งด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านทุกคนสำรวจกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้านของทุกคนนั้นแล้วคำนวณหาพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละเดือนโดยประมาณ

ปรารถนาดี

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

ใต้แดง แสง และเหนือม่วง

Sep 20, 2010 by     Comments Off on ใต้แดง แสง และเหนือม่วง    Posted under: Poems, Uncategorized

 

ใต้แดง แสง และเหนือม่วง

หัวข้อนี้มีประเด็นเน้นสิ่งใด
บอกก็ได้ในประเด็นเน้นที่แสง
หากสมทบพบเหนือม่วงพ่วงใต้แดง
คล้ายจำแลงแฝงมาคราปะปน

เรียงลำดับจับใต้แดงแซงมาก่อน
ใคร่สะท้อนย้อนไว้คล้ายสับสน
อันที่จริงสิ่งนี้อยู่ที่ตน
ไม่สับสนเริ่มต้นไปคล้ายชักจูง

เรียงเช่นนี้บ่งชี้ไปให้รู้กัน
เหนือม่วงนั้นนั่นมีความถี่สูง
ใต้แดงต่ำย้ำไว้ให้จรุง
ใคร่ผดุงมุ่งเนื้อหาว่าตามกัน

ตรงกันข้ามความยาวคลื่นอย่างอื่นนี้
ใต้แดงมีที่สูงกว่าหาเย้ยหยัน
สองสิ่งนี้ที่ผกผันกันและกัน
สิ่งนี้นั้นฉันและเธอเพ้อกระไร

อันแสงขาวใช่ขาวราวกระดาษ
อย่าได้คาดอาจผิดแน่แลเสียหาย
ขาวแต่ชื่อหรือนี่ที่กลับกลาย
เราทั้งหลายไม่เห็นแสงแย้งหรือไร

แสงขาวนั่นพลันกระจายกลายแสงสี
ต่างรู้ดีเจ็ดสีนั้นนั่นไฉน
แดงแสดเหลืองเรื่องนี้ดีกระไร
เขียวต่อไซร้ไปน้ำเงินเพลินสีคราม

สีม่วงท้ายนับได้ใคร่ครบครัน
เจ็ดสีนั้นฉันบอกไว้หาใครถาม
คิดให้ดีเจ็ดสีนั้นนั่นสื่อความ
สู่ดังนามถามใครนั้นใต้แดง

สีเหนือนั้นนั่นหรือคือเหนือม่วง
ฉันเลยพ่วงช่วงชิงกล่าวเล่าปนแสง
คงเข้าใจหาผิดไม่ในสำแดง
หากจะแย้งอย่างไรใคร่รับฟัง

รังสีใต้แดงดังกล่าวมีความยาวคลื่นแบบฉบับประมาณ 1 ในแสนของ 1 เมตร
ดวงอาทิตย์ยังคงเป็นแหล่งต้นทางหลักของรังสีใต้แดงในธรรมชาติที่มีบทบาทมากต่อโลก
นอกจากนี้ วัตถุที่มีอุณหภูมิสูง เช่น เตารีดไฟฟ้าก็ให้รังสีใต้แดงด้วย
ทั้งนี้เราสามารถใช้เทอร์มอมิเตอร์อันหนึ่ง ๆ วัดอุณหภูมิได้
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อเรา คือ ทำให้ผิวหนังไหม้เกรียมได้

รังสีเหนือม่วงมีค่าความยาวคลื่นแบบฉบับประมาณ 1 ในร้อยล้านของเมตร
ดวงอาทิตย์ยังคงเป็นแหล่งต้นทางของรังสีเหนือม่วงในธรรมชาติ
ทั้งนี้รังสีเหนือม่วงนี้เป็นรังสีที่อันตรายต่อเราชนิดหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ คนที่ไปเที่ยวตามชายทะเลขณะที่มีแดดกล้าย่อมได้รับรังสีเหนือม่วงดังกล่าว โดยจะทำให้ผิวหนังคล้ำเกรียม
หากทว่ากลับกลายเป็นที่นิยมสำหรับชาวผิวขาวที่ชอบผิวคล้ำ ๆ กัน

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

เฉลยโดยสรุปในขั้นต้นโดยยังไม่ชี้แจงเหตุผลเรื่องสาระตามข้อหนึ่ง ๆ สาระเหล่านี้ถูกหรือผิด เพราะเหตุใด ตอนที่ 1

Sep 20, 2010 by     Comments Off on เฉลยโดยสรุปในขั้นต้นโดยยังไม่ชี้แจงเหตุผลเรื่องสาระตามข้อหนึ่ง ๆ สาระเหล่านี้ถูกหรือผิด เพราะเหตุใด ตอนที่ 1    Posted under: Mechanics, Physics, Uncategorized

 

เฉลยโดยสรุปในขั้นต้นโดยยังไม่ชี้แจงเหตุผล
เรื่องสาระตามข้อหนึ่ง ๆ สาระเหล่านี้ถูกหรือผิด เพราะเหตุใด ตอนที่ 1

1. เวกเตอร์อันหนึ่งคงตัวเมื่อขนาดหรือทิศทางของเวกเตอร์อันนี้คงตัว
2. เวกเตอร์อันหนึ่งเปลี่ยนเมื่อทั้งขนาดและทิศทางของเวกเตอร์อันนี้เปลี่ยนเท่านั้น
3. ทั้งอนุภาคตัวหนึ่งและคลื่นคลื่นหนึ่งต่างมีมวลเป็นสมบัติประการหนึ่งของตัวเอง
4. มวลของวัตถุก้อนหนึ่งมีความหมายทางฟิสิกส์ตามที่นิยมกันอย่างถูกต้องเป็นดังนี้
กล่าวคือ ปริมาณเนื้อสารที่มีอยู่ในมวลของวัตถุก้อนนั้น
5. คนไข้คนหนึ่งขึ้นยืนบนตาชั่งเครื่องหนึ่งตามคำบอกของนางพยาบาลคนหนึ่ง
แล้วคนไข้คนนี้บอกกับนางพยาบาลคนนั้นว่า เขานั้นหนัก 65 กิโลกรัม
6. ระยะทางมีหน่วยพื้นฐานทางฟิสิกส์ในระบบหน่วยเอสไอ คือ กิโลเมตร
7. เวกเตอร์ตำแหน่งอันหนึ่ง (A position vector) มีความหมายดังนี้
กล่าวคือ เวกเตอร์อันใดอันหนึ่งที่กล่าวถึง
8. การกระจัด (Displacement) เป็นปริมาณเวกเตอร์ตัวหนึ่งที่มีความหมายดังนี้
กล่าวคือ ระยะทางสั้นสุดระหว่างตำแหน่ง 2 ตำแหน่งใด ๆ ก็ตาม
9. เราสามารถพิจารณาว่า ปริมาณหนึ่งปริมาณใดเป็นปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่งหรือปริมาณเวกเตอร์ตัวหนึ่งโดยง่ายจากนิยามของปริมาณตัวนั้นแต่เพียงประการเดียว โดยที่เรานั้นไม่ต้องมีหลักการอื่น ๆ ใดประกอบด้วยเลย
10. อัตราเร็วของอนุภาคตัวหนึ่งมีความหมายดังนี้
กล่าวคือ ระยะทางที่อนุภาคตัวนี้เคลื่อนที่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
11. ป้ายวงกลมป้ายหนึ่ง ๆ ซึ่งแสดงตัวเลขที่สื่อถึงการเคลื่อนที่ของยวดยานใด ๆ ที่ผ่าน ณ สถานที่แห่งนั้นของหน่วยงานการจราจร เช่น 20 และ 30 เป็นการกำหนดความเร็วสูงสุดของยวดยานหนึ่ง ๆ ที่ผ่านบริเวณแห่งนั้นแล้วยังถูกต้องตามกฎการจราจร
12. ความเร่งของอนุภาคตัวหนึ่งมีความหมายดังนี้
กล่าวคือ อัตราส่วนของความเร็วที่เปลี่ยนกับช่วงเวลาที่อนุภาคตัวนี้เคลื่อนที่
โดยที่มีหน่วยเป็นเมตรต่อวินาทีต่อวินาที
เฉลย ผิดทุกข้อ
รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com