Archive from November, 2010

GenPhysics Problem 1

Nov 30, 2010 by     Comments Off on GenPhysics Problem 1    Posted under: Mechanics, Physics, Uncategorized

GenPhysics Problem 1

ปัญหาเริ่มต้นปัญหานี้ผู้เขียนต้องการใช้เป็นปัญหานำทางแก่นักเรียน ครู และอาจารย์ที่สนใจ
ถ้าได้รับการตอบสนองในระดับหนึ่งผู้เขียนก็จะดำเนินสาระทำนองนี้ต่อไปอีกตามแต่โอกาสจะอำนวย ขอได้โปรดสนใจสาระเชิงวิชาการนี้ร่วมกัน
   สมมติ โลกเป็นทรงกลมตันเอกพันธุ์ก้อนหนึ่งซึ่งมีมวล M กิโลกรัม มีรัศมี R เมตร และมีความหนาแน่นสม่ำเสมอ D กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ค่าคงตัวโน้มถ่วงเชิงเอกภพค่าหนึ่ง คือ G นิวตัน-ตารางเมตรต่อตารางกิโลกรัม
สมมติ เราสามารถเจาะอุมงค์อุโมงค์หนึ่งจาก ณ ตำแหน่งหนึ่งที่ผิวโลกแห่งหนึ่งตามแนวหนึ่งที่ผ่านศูนย์กลางของโลกจนทะลุถึง ณ อีกตำแหน่งหนึ่งที่ผิวโลกตรงกันข้ามได้
อนึ่ง วัตถุมวล m กิโลกรัมก้อนหนึ่งสามารถเคลื่อนที่ไปและมา ๆ ระหว่างปากอุมงค์ 2 อุโมงค์ได้ในลักษณะของการแกว่งกวัดฮาร์มอนิกเชิงเดียว
   จงหาคาบการเคลื่อนที่ของวัตถุก้อนดังกล่าว
ตอบ ประมาณ 84.4 นาที
แนวคิด 1. อนุภาคตัวหนึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลความโน้มถ่วงของโลก ณ แห่งหนึ่ง ๆ
2. พิจารณาแรงหนึ่งแรงหนึ่งเนื่องจากอิทธิพลตามข้อ 1 ผนวกกับกฎของฮุกกฎหนึ่ง
3. สมการการเคลื่อนที่สมการหนึ่งของวัตถุก้อนนี้เป็นผลต่อเนื่องจากการพิจารณาตามข้อ 2
4. พิจารณาคาบการเคลื่อนที่ของวัตถุก้อนดังกล่าวได้
   ข้อเสนอแนะ
ผู้อ่านคนที่สนใจอย่างจริงจังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือฟิสิกส์ของผู้เขียนดังนี้
1. ฟิสิกส์สู่มหาวิทยาลัย
2. ฟิสิกส์มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ผู้อ่านคนหนึ่งคนใดยังสามารถติดต่อกับผู้เขียนทางอีเมลได้โดยตรงอีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ผู้เขียนคาดหวังว่า “วิธีนี้น่าจะเป็นทางหนึ่งที่ผู้เขียนสามารถทำประโยชน์ต่อสังคมได้”
อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ที่ผู้เขียนใช้ฟรีนี้มีขอบเขตอันจำกัด โดยอำนวยประโยชน์เชิงบรรยายเป็นสำคัญ
ผู้เขียนจึงต้องขออภัยผู้อ่านทุกคนไว้ ณ ที่นี้ด้วย

รศ.สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
30 พฤศจิกายน 2553

เวลาของประเทศไทย

Nov 29, 2010 by     Comments Off on เวลาของประเทศไทย    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

เวลาของประเทศไทย

จำได้ว่า “นักการเมืองคนหนึ่งพยายามต้องการให้เวลาของประเทศไทยตรงกับของสิงคโปร์ด้วยเหตุผลเพียงเพื่อประโยชน์ในการเปิดและปิดตลาดหุ้นการเงินเพียงสถานเดียว”
ตอนนั้นผู้เขียนก็นึกปลง
พุทโธ่เอ๋ย คิดอะไรตามใจตัวเองโดยไร้ความรู้ประกอบเอาซะเลย
อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏว่ามีใครค้านและออกความเห็นแต่ประการใด
โดยที่เรื่องดังกล่าวนั้นเงียบไปเองโดยปริยาย

ผู้เขียนคิดว่า น่าจะเป็นจังหวะเหมาะที่ควรพูดถึงเกี่ยวกับการกำหนดเวลาของประเทศใดประเทศหนึ่งบนโลกนี้โดยสรุปให้พอจะเข้าใจกันได้บ้างในเบื้องต้นดังนี้
1. โลกหมุนรอบตัวเองทวนเข็มนาฬิกาถ้าเราก้มมองลงสู่ขั้วเหนือโลก
2. เส้นบนผิวโลกเส้นหนึ่งจากขั้วเหนือโลกขั้วหนึ่งสู่ขั้วใต้โลกอีกขั้วหนึ่งโดยผ่านในแนวฉากแนวหนึ่งกับเส้นศูนย์สูตรโลก คือ “เส้นแวงเส้นหนึ่ง”
3. เส้นแวง 0 องศาเส้นหนึ่งผ่านเมืองกรีนิชของประเทศอังกฤษ (คงเนื่องมาจากการศึกษาเริ่มจากประเทศอังกฤษนั่นแหละ)
4. เส้นแวงเส้นหนึ่ง ๆ ที่วนไปทางขวาของเส้นแวง 0 องศามีจนถึงเส้นแวง 180 องศาตะวันออกของกรีนิช
5. เส้นแวงเส้นหนึ่ง ๆ ที่วนไปทางซ้ายของเส้นแวง 0 องศามีจนถึงเส้นแวง 180 องศาตะวันตกของกรีนิช
6. ทั้งนี้เส้นแวง 180 องศาตะวันออกเส้นหนึ่งและเส้นแวง 180 องศาตะวันตกอีกเส้นหนึ่งของกรีนิช คือ เส้นแวงเส้นเดียวกัน โดยในบางที่เรียกว่า “เส้นเขตวัน”
7. พึงสังเกตว่า มุมรอบศูนย์กลาง คือ 360 องศา
8. โลกหมุนรอบตัวเองทวนเข็มนาฬิกาครบรอบเป็นมุม 360 องศานี้ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง
9. ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งจึงเปลี่ยนไป 15 องศา
10. ประเทศไทยใช้เวลามาตรฐานของประเทศที่จังหวัดอุบลราชธานีซึ่งมีเส้นแวงเส้นหนึ่ง คือ 105 องศาตะวันออกของกรีนิช
ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีเวลาก่อนเวลาที่กรีนิชเท่ากับ 7 ชั่วโมง
เช่น ประเทศไทยมีเวลา 13 น. (หรือบ่ายโมง) ณ ขณะนั้นที่กรีนิชเป็นเวลา 6 น.
เอาเป็นว่า บ้านเราสว่างก่อนอังกฤษ 7 ชั่วโมง (ดีไหมล่ะ)
ดังนั้น ถ้าคนที่เคยคิดเสนอเปลี่ยนเวลาของประเทศไทยได้มีโอกาสหาความรู้พื้นฐานนี้บ้างก็น่าจะดี
รศ.สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
29 พฤศจิกายน 2553

220 โวลต์และ 50 เฮิรตซ์

Nov 27, 2010 by     Comments Off on 220 โวลต์และ 50 เฮิรตซ์    Posted under: Physics, Uncategorized

220 โวลต์และ 50 เฮิรตซ์
ณ ที่นี้ผู้เขียนต้องการสื่อถึงสาระตามชื่อเรื่องนี้อย่างง่าย ๆ เท่าที่ความสามารถของผู้เขียนพึงมี
ดังนั้น ผู้อ่านคนใดที่มีความรู้มากกว่านี้อาจจะมองข้ามก็ได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าช่วยออกความเห็นเพื่อประโยชน์ต่อสังคมด้วยก็จะดีอย่างยิ่ง
ผู้เขียนขอกล่าวถึงปริมาณสำคัญตัวหนึ่ง ๆ ของไฟฟ้าบ้านที่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับโดยสังเขปดังนี้
1. ความถี่ คือ 50 เฮิรตซ์ (Hz) หรือรอบต่อวินาที
2. ความต่างศักย์ไฟฟ้าที่เป็นความต่างศักย์ไฟฟ้ายังผลหรือความต่างศักย์ไฟฟ้ารากกำลังสองเฉลี่ย
ดังนี้ กล่าวคือ 220 โวลต์
อย่างไรก็ตาม ไฟฟ้าบ้านนั้นมีค่าของความต่างศักย์ไฟฟ้ายอดดังนี้
กล่าวคือ ประมาณ 1.414 เท่าของ 220 โวลต์ คือ ประมาณ 331 โวลต์
ณ ที่นี้ผู้เขียนกำลังจะบอกว่า ค่าความต่างศักย์ไฟฟ่าบ้านไม่ได้เป็นค่าคงตัวเท่ากับ 220 โวลต์ดังที่คนส่วนมากเข้าใจกัน
ทั้งนี้ค่า 220 โวลต์ดังกล่าวนี้ คือ ค่ายังผลค่าหนึ่ง (An effective value) ตามที่นิยมเรียกกันอย่างอื่นอีก คือ ค่ามิเตอร์ค่าหนึ่ง (A meter value)
3. กำลังไฟฟ้าที่มีหน่วยเป็นวัตต์ โดยที่ค่ากำลังไฟฟ้านี้จะมีตัวเลขกำกับไว้คู่กับค่าความถี่ตามข้อ 1
อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นใดที่มีค่ากำลังไฟฟ้ามากก็จะกินไฟฟ้ามาก (ตามคำพูดของคนทั่วไป)
เช่น เตารีดไฟฟ้าอันหนึ่งมีกำลังไฟฟ้า 750 วัตต์ โดยมีตัวเลขแสดงไว้ คือ 750 W, 50 Hz
4. กระแสไฟฟ้าสลับที่ต้องสัมพันธ์กับปริมาณตัวอื่น ๆ และเกี่ยวข้องกับมาตรกำลังไฟฟ้าด้วย
ทั้งนี้ผู้อ่านทั่วไปสามารถคำนวณกระแสไฟฟ้าสลับเป็นแอมแปร์ได้ดังนี้
กล่าวคือ ค่าของกำลังไฟฟ้าเป็นวัตต์ของอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่งหารด้วยค่า 220 โวลต์ของความต่างศักย์ไฟฟ้ายังผลดังกล่าวมาแล้ว
เช่น อุปกรณไฟฟ้าชิ้นหนึ่งกินไฟฟ้า 880 วัตต์
ความต่างศักย์ไฟฟ้ายังผล คือ 220 โวลต์
อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นนี้ย่อมกินไฟฟ้า 4 แอมแปร์
อนึ่ง มาตรกำลังไฟฟ้าพื้นฐานเบื้องต้นตัวหนึ่งจะระบุไว้เกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า 5 แอมแปร์
แต่ก็มักได้รับการบอกเล่ากันว่า “เราสามารถใช้ไฟฟ้าได้ถึง 15 แอมแปร์”
จริงหรือเท็จประการใดอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงบอกให้รับรู้เป็นทางการ โดยทั่วไปด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง
ทั้งนี้ย่อมสัมพันธ์กับขนาดของฟิวส์ตัวหนึ่งที่เราต้องใช้ด้วย
อันที่จริง ผู้เขียนต้องการเรียบเรียงไว้ให้ง่าย ๆ ดังที่กล่าวในตอนต้นนั้น
แต่ก็ดูเหมือนว่า “ไม่ง่ายอย่างที่ต้องการเลย”
ขออภัยด้วย
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
27 พฤศจิกายน 2553

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

Nov 26, 2010 by     Comments Off on คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า    Posted under: Physics, Poems, Uncategorized

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

หากปิดหูปิดตาว่าไม่รู้
ลองคิดดูรู้มาว่ามากหลาย
รู้หลายอย่างต่างไปใคร่มากมาย
อย่าเพิ่งหน่ายได้รู้เพิ่มคล้ายเติมแรง
รู้ทุกคนสนใจหรือไม่นั้น
สุริยันตะวันนี้ที่ส่องแสง
เช้ามาเยือนแล้วเคลื่อนไปได้สำแดง
คราส่องแสงแรงกล้าว่ากระไร
อันแสงนั้นรู้กันดีมีประโยชน์
หากมีโทษโจษกันนั่นไฉน
ผิวไหม้เหี้ยมเกรียมนั้นนั่นกระไร
เซลล์ผิวหน่ายตายไปได้เช่นกัน
แสงนี้หรือคือส่วนน้อยค่อยรับรู้
ฉันนำสู่รู้มากอย่างต่างสุขสันต์
วิทยุสู่ผู้ฟังดั่งรู้กัน
อีกคลื่นนั้นนั่นทีวีที่คุ้นเคย
หากเป็นคลื่นระรื่นหูรู้ให้ชัด
โทรทัศน์จัดกล่าวไว้คล้ายเฉลย
คลื่นไมโครโอ่ไว้บ้างเหมือนอย่างเคย
ไม่ละเลยเอ่ยรังสีที่ใต้แดง
ถึงคลื่นนี้มีกล่าวไว้ใคร่คุ้นเคย
ดังได้เอ่ยเฉลยมาว่าคือแสง
โอกาสหน้าคราใดใคร่สำแดง
แลใคร่แจ้งแถลงไว้คล้ายกระจาย
เหนือม่วงหรือคือรังสีที่ปัจเจก
รังสีเอกซ์เฉกเช่นเน้นสหาย
แกมมานี้ที่อีกอย่างต่างมากมาย
หากสุดท้ายในตอนนี้ที่คะนึง
ในส่วนนี้ใคร่ชี้ไว้ให้รู้กัน
ความสัมพันธ์อันหนึ่งนี้ที่กล่าวถึง
ไม่ยุ่งยากหากรู้ไว้ไม่บึ้งตึง
ยามกล่าวถึงจึงรู้ว่าน่าควรจำ

ณ ที่นี้ใคร่ขอกล่าวถึงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตามความถี่โดยสังเขปดังนี้
1. คลื่นโทรทัศน์วิทยุ
2. คลื่นไมโคร
3. รังสีใต้แดง
4. แสง
5. รังสีเหนือม่วง
6. รังสีเอกซ์
7. รังสีแกมมา

อนึ่ง ใคร่ขอเสริมสาระที่เกี่ยวข้องสาระหนึ่ง ๆ ดังนี้
ความยาวคลื่น คือ ความยาวของ 1 ลูกคลื่นมีหน่วยเป็นเมตร
ความถี่คลื่น คือ จำนวนลูกคลื่นต่อวินาทีหรือครั้งต่อวินาที
ทั้งนี้หน่วยที่นิยมใช้กัน คือ เฮิรตซ์ (Hz)
อัตราเร็วคลื่น คือ ระยะทางซึ่งคลื่นเคลื่อนที่หรือแผ่ออกไปใน 1 วินาที
ทั้งนี้อัตราเร็วคลื่นมีหน่วย คือ เมตรต่อวินาที
อนึ่ง อัตราเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปริภูมิอิสระหรือในอากาศมีค่าดังนี้
ประมาณ 300 ล้านเมตรต่อวินาทีซึ่งประมาณ 1 ล้านเท่าของอัตราเร็วเสียงในอากาศ ณ อุณหภูมิปกติ

ความสัมพันธ์หลักอันหนึ่งเป็นดังนี้
“อัตราเร็วคลื่นเท่ากับผลคูณของความถี่คลื่นกับความยาวคลื่น”

สมมติ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งหนึ่งออกอากาศ ณ ความถี่ 100 เมกะเฮิรตซ์
คลื่นวิทยุของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งนั้นมีความยาวคลื่นประมาณเท่าใด
ตอบ ประมาณ 3 เมตร

ข้อเสนอแนะ
ถ้าผู้อ่านคนใดคนหนึ่งเป็นนักเรียนควรพิจารณาเพิ่มเติมดังนี้
1. ใช้ความสัมพันธ์อันดังกล่าวในรูปแบบแบบหนึ่งของสัญลักษณ์ของปริมาณตัวหนึ่ง ๆ
2. คำนวณเพื่อทดสอบคำตอบนั้น

รศ.สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
26 พฤศจิกายน 2553

คลื่นไมโครรู้ไว้ได้ความรู้

Nov 25, 2010 by     Comments Off on คลื่นไมโครรู้ไว้ได้ความรู้    Posted under: Physics, Poems, Uncategorized

คลื่นไมโครรู้ไว้ได้ความรู้

ไมโครนี้มีความหมายคล้ายเป็นจุล
คงไม่คุ้นจุลนี้ที่เล็กน้อย
คลื่นไมโครคุยไว้ใคร่หวังคอย
รอสักหน่อยค่อยรู้กันฉันบรรยาย
สเปกตรัมคำนี้ที่ยกมา
ปรารถนาว่าไว้ยังไม่สาย
ของสิ่งใดใคร่กล่าวนี้ที่บรรยาย
เหมือนท้าทายให้ติดตามเนื้อความกัน
ดวงอาทิตย์คิดหรือไม่หาใครรู้
ส่งแสงสู่โลกไซร้ได้สุขสันต์
พลังงานผลาญไปใคร่รู้กัน
สุริยันผันมาว่ากระไร
คลื่นแม่เหล็กคลื่นอื่นใดคลื่นไฟฟ้า
คลื่นนานาว่ากันนั่นไฉน
ขอตัดตอนกล่าวก่อนตอนนี้ไง
คลื่นนี้ไซร้คลื่นไมโครว่าโก้กัน
คลื่นวิทยุระบุไว้ในนามร่วม
อีกทั้งรวมคลื่นที่มีสีสัน
โทรทัศน์จัดไว้ด้วยช่วยรู้กัน
ทั้งคลื่นสั้นคลื่นยาวสาวสืบความ
ยูเอชเอฟเสพกันนี้ที่เคยชิน
เคยได้ยินหรือไม่อยากใคร่ถาม
คลื่นเอเอ็มเอฟเอ็มเติมเสริมเนื้อ
ความโปรดติดตามอ่านกันบรรยาย

สมมติ เตาคลื่นไมโครใบหนึ่งให้คลื่นไมโคร ณ ความยาวคลื่นประมาณ 0.12 เมตร
คลื่นไมโครเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง
อัตราเร็วของคลื่นนี้ในอากาศประมาณ 300 ล้านเมตรต่อวินาที
ดังนั้น ความถี่คลื่นจากเตาคลื่นไมโครใบนี้ประมาณ 2.5 เท่าของพันล้านรอบต่อวินาที
ทั้งนี้เราคำนวณได้จากความสัมพันธ์อันหนึ่งดังนี้
“อัตราส่วนระหว่างอัตราเร็วคลื่นและความยาวคลื่นของคลื่นไมโครคลื่นดังกล่าว”
(อนึ่ง สำหรับผู้ที่เรียนโดยตรงสามารถใช้ความสัมพันธ์อันหนึ่งได้โดยง่าย)
ทั้งนี้คลื่นไมโครหรือไมโครเวฟ คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง
คลื่นไมโครมีความยาวคลื่นน้อยกว่าของคลื่นวิทยุโทรทัศน์
หากทว่ามากกว่าของรังสีใต้แดงในลักษณะที่คาบเกี่ยวกันบ้าง
อนึ่ง เราสามารถกล่าวในอีกลักษณะหนึ่งได้ดังนี้
คลื่นไมโครนี้มีความถี่คลื่นมากกว่าของคลื่นวิทยุโทรทัศน์
หากทว่าน้อยกว่าของรังสีใต้แดงในลักษณะที่คาบเกี่ยวกันด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ เพื่อง่ายแก่การจำเราจึงจะกล่าวเสริมไว้ดังนี้
คลื่นไมโครอยู่ระหว่างคลื่นวิทยุโทรทัศน์และรังสีใต้แดง
อนึ่ง ทางวิชาการในบางที่อาจจะกล่าวไว้รวม ๆ กันดังนี้
คลื่นวิทยุเป็นกลุ่มหนึ่งของคลื่นชนิดต่าง ๆ ดังนี้
คลื่นไมโคร คลื่นโทรทัศน์ยูเอชเอฟ คลื่นวิทยุวีเอชเอฟ และคลื่นวิทยุทั้งคลื่นสั้น คลื่นปานกลาง และคลื่นยาว
อย่างไรก็ตาม ส่วนนี้เกินความจำเป็นของผู้อ่านโดยทั่วไป
ผู้เขียนใคร่ขอกล่าวย้ำไว้ตอนท้ายของเรื่องนี้ดังนี้
คลื่นไมโครที่เรากล่าวนี้มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วงมิลลิเมตรถึงช่วงของหลักสิบเซนติเมตร
อย่างไรก็ตาม เรากล่าวแต่เพียงโดยประมาณเท่านั้น
รศ.สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
25 พฤศจิกายน 2553

ของระลึกที่โลกลืม

Nov 22, 2010 by     Comments Off on ของระลึกที่โลกลืม    Posted under: Astronomy, Poems, Uncategorized

ของระลึกที่โลกลืม

ตัวข้าฯ นี้ที่เฝ้าดูอยู่แน่วแน่
ก็เห็นแต่แดนสรวงปวงสวรรค์
อีกผลงานผ่านมาสารพัน
ทั้งดวงจันทร์ดวงดาวที่พราวพราย
คนทั้งโลกโชคดีหลายได้คุ้มครอง
สิ่งหวังปองสนองให้ดั่งใจหมาย
เกียรติระบือชื่อเสียงขจรขจาย
สิ่งทั้งหลายมลายสยบซบเท้าเอย

ถอดความเลียนแบบเนื้อหาตามคำตรัสของสันตะปาปาปอลที่ 6 (Pope Paul VI) ตามที่ได้จารึกไว้ในแผ่นจารึกขนาดจิ๋วแผ่นหนึ่งซึ่งได้ย่อลงมาเป็น 1 ใน 200 ส่วนจากของจริง
วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 (วันและเวลา ณ ประเทศไทย)
วันนั้นโลกทั้งโลกอยู่ในความเงียบ แต่ใจของทุก ๆ คนบนโลกหาได้เงียบสงบ ดังที่ปรากฏอยู่ไม่
ทุกคนซึ่งรวมทั้งผู้เขียนเองด้วยต่างก็อยู่ในสภาวะที่อาจจะสับสนบ้างเพราะไม่แน่ใจว่า “เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันนั้นจะลงเอยด้วยสถานใด”

ข้อความดังที่ผู้เขียนกล่าวไว้นี้ผู้อ่านคนหนึ่ง ๆ ซึ่งมีโอกาสอยู่ในช่วงวันและเวลานั้นจะสามารถยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ผู้เขียนมิได้กล่าวจนเกินจริงแต่ประการใด

วันนั้นผู้เขียนนั่งติดตามเหตุการณ์อยู่ ณ ห้องส่งของสถานีโทรทัศน์ฯ ช่อง 4 ที่ บางขุนพรหม กรุงเทพฯ ตามคำเชิญของนายพิชัย วาสนาส่ง (ต้องขอเอ่ยนำไว้ ณ ที่นี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน ) โดยที่นายพิชัย วาสนาส่งเป็นผู้ร่วมอภิปรายคนหนึ่งด้วย
ณ ขณะนั้นต้องยอมรับว่า นอกจากความตื่นเต้นต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยไม่มีใครเลยที่มีความเชื่อมั่นเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นต้องสำเร็จด้วยดีอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งผู้เขียนซึ่งอยู่ในฐานะผู้บรรยายเหตุการณ์วันนั้นก็ไม่ได้เชื่ออย่างสนิทใจว่า คนบนโลกกำลังจะรับรู้เหตุการณ์ที่เป็นจริง
อย่างไรก็ตาม โดยมรรยาทที่มีต่อส่วนรวมและต่อสังคมโลกผู้เขียนจึงไม่ได้แสดงความคิดความรู้สึกเช่นนั้นออกมาเลย ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ
ในที่สุด เหตุการณ์ระทึกโลกก็ผ่านพ้นไปและเป็นที่กล่าวขานถึงกันอีกนาน
แต่เหตุการณ์วันนั้นได้ผ่านไปนานมากแล้วในความรู้สึกของคนทั่วไปจึงแทบจะไม่มีใครกล่าวถึงอีกเลย
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังรู้สึกราวกับว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้เองจึงใคร่นำมากล่าวเพื่อเป็นการเตือนใจแก่คนที่เคยรับรู้มาแล้วประการหนึ่งและอีกประการหนึ่งนั้น คือ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังที่ไม่มีโอกาสได้เห็นเหตุการณ์สำคัญซึ่งเป็นเพียงครั้งเดียวในโลกนี้ครั้งนั้นด้วย
วันนั้นเป็นวันที่ยานอวกาศลำหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า อะพอลโล 11 (Apollo 11) ได้ลงจอดบนผิวดวงจันทร์อย่างนิ่มนวลท่ามกลางความตื่นเต้นและดีใจของคนทั้งโลก
ทั้งนี้วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 เป็นวันหนึ่งที่เราเคยคิดกันดังนี้
เราทุกคนจะจดจำวันนี้ไว้จนชั่วนิรันดร
ณ วันนี้ผู้เขียนเองไม่ค่อยแน่ใจนักว่า คนบนโลกจำนวนเท่าใดซึ่งยังคงระลึกถึงวันแห่งมนุษยชาติวันนั้นได้

ทั้งนี้ของที่ระลึกชิ้นเล็กสุดชิ้นนี้เป็นชิ้นที่มนุษย์โลกได้ฝากไว้บนดวงจันทร์ในการเยี่ยมเยียนเป็นครั้งแรกครั้งนั้น
เมื่อเวลาประมาณ 09.56 น. ของวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512
ตามวันและเวลาของประเทศไทย
ณ วันมนุษยชาติวันนั้นนีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) ซึ่งเป็นผู้บังคับยานอวกาศอะพอลโล 11 เป็นมนุษย์คนแรกที่ก้าวลงเหยียบพื้นผิวของดวงจันทร์ได้ลงไปยืนอย่างผงาดบนแผ่นกลมแผ่นหนึ่งที่ฐานของยานอินทรีย์เหล็กลำนี้
สักครู่หนึ่งเขาจึงเปล่งด้วยเสียงดังที่แสดงพลังดังนี้
“ก้าวนี้นับว่าเป็นเพียงก้าวสั้น 1 ก้าวของมนุษย์โลกคนหนึ่ง แต่จะเป็นก้าวกระโดดยักษ์ก้าวหนึ่งของมนุษยชาติ”
นับจากวันนั้นจนกระทั่งถึงวันนี้
ก้าวแรกก้าวหนึ่งนั้นก็ยังคงเป็นก้าวแรกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
มนุษยโลกจึงยังคงต้องรอก้าวกระโดดของมนุษยชาติก้าวหนึ่ง ๆ ต่อไปอีก
ทั้งนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะต้องรอกันอีกนานสักเท่าใด
แม้แต่โอกาสที่มนุษย์โลกสามารถสัมผัสพื้นผิวของดวงจันทร์ได้อีก
รศ.สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
22 พฤศจิกายน 2553