Archive from January, 2011

กราฟชีวิต

Jan 27, 2011 by     Comments Off on กราฟชีวิต    Posted under: Poems, Uncategorized

กราฟชีวิต
กราฟชีวิตลิขิตว่าชะตาเรา
คล้ายโง่เขลาเบาปัญญาอย่าฉงน
อันกราฟนี้ชี้ไว้ให้กับตน
อย่าสับสนจนงมงายได้แต่รอ
กราฟชีวิตหาวิทย์ฯ ไม่กระไรนี่
เรื่องเช่นนี้ชี้ไว้ไม่ใช่ขอ
หลักคณิตฯ คิดแฝงไว้ให้เพียงพอ
เลขชี้ส่อพอสมกันอันการงาน
จุดประสงค์ตรงที่ชี้ไปสู่
เรื่องความรู้คู่คำนวณล้วนประสาน
ชีวิตนี้มีอยู่คู่กับงาน
ใจสราญการงานนั้นแสนมั่นคง
ส่วนใครนั้นหมั่นเรียนไว้ใจต้องสู้
ต้องเรียนรู้คู่ชีวิตจิตประสงค์
ลองหัดทำย้ำกราฟนี้ที่เจาะจง
ด้วยประสงค์ตรงเพื่อพ้องต้องเข้าใจ

กราฟ คือ แผนภูมิที่แสดงความสัมพันธ์ของปริมาณ 2 ชนิด
ทั้งนี้โดยทั่วไปจะพิจารณากราฟอันหนึ่ง ๆ ในระบบ 2 มิติที่เทียบกับระบบพิกัดฉาก 2 มิติ (x,y) ระบบหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ ปริมาณชนิดหนึ่งย่อมอยู่บนแกน x แกนหนึ่งและปริมาณอีกชนิดหนึ่งจะอยู่บนแกน y อีกแกนหนึ่ง
อนึ่ง ทางคณิตศาสตร์นิยมใช้ค่าบนแกน x แกนหนึ่งเป็นตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระสำหรับค่าบนแกน y อีกแกนหนึ่งเป็นค่าของตัวแปรตาม
อย่างไรก็ตาม ทางวิทยาศาสตร์มักจะไม่เน้นถึงหลักเกณฑ์นี้
ทั้ง ๆ ที่เป็นหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมดี
เมื่อตอนที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กผู้เขียนเคยพิจารณาตัวเลขซึ่งเกี่ยวกับวัน เดือน และปีเกิดโดยได้หาความสัมพันธ์ในรูปแบบของกราฟดังนี้
1. เลขแถวแรกเป็นเลขของวันที่เกิด
ทั้งนี้เริ่มต้นจากเลขซึ่งบ่งบอกลำดับของวันเกิดนั้นแล้วเขียนเรียงกันไปจนครบ 7 ตัวตามจำนวนของวันใน 1 สัปดาห์ดังนี้
สมมติ ถ้าเกิดวันพฤหัสบดีเลขลำดับชุดนั้นจะเป็นดังนี้
5 6 7 1 2 3 4
2. เลขแถวที่สองเป็นเลขของเดือนที่เกิด
ทั้งนี้เราจะเริ่มต้นจากเลขที่บ่งบอกลำดับของเดือนเกิด (ทางไทย) นั้นแล้วเขียนเรียงกันไปจนครบ 12 จำนวนตามจำนวนของเดือนใน 1 ปีดังนี้
สมมติ ถ้าเดือนเกิด คือ เดือนอ้ายเลขลำดับชุดนี้จะเป็นดังนี้
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
3. เลขแถวที่สามเป็นเลขของปีที่เกิด
ทั้งนี้จะเริ่มต้นจากเลขที่บ่งบอกลำดับของปีเกิด (ทางไทย) นั้นแล้วเขียนเรียงกันไปจนครบ 12 จำนวนตามจำนวนรอบของปีดังนี้
สมมติ ถ้าปีที่เกิด คือ ปีฉลูเลขลำดับชุดนี้จะเป็นดังนี้
2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 1
4. เลขแถวที่สี่เป็นผลบวกของเลขในแต่ละสดมภ์ของ 3 แถวนั้นดังนี้
8 11 14 10 13 16 19 17 19 21 23 13
5. แถวที่ห้าเป็นผลลัพธ์สุดท้าย
ทั้งนี้เราจะใช้เลขลำดับชุดสุดท้ายนี้เขียนกราฟของชีวิตในรอบ 12 ปี
8 1 4 10 3 6 9 7 9 1 3 3
โดยที่ค่าต่าง ๆ ของเลขลำดับชุดดังกล่าวเป็นค่าบนแกน y แกนหนึ่งที่สัมพันธ์กับค่าบนแกน x อีกแกนหนึ่งตามลำดับของปี
อนึ่ง ถ้าจุดหนึ่งของกราฟชีวิตอันนี้อยู่สูงก็จะสื่อความหมายว่า ในปีนั้นชีวิตจะมีแต่สิ่งดี ๆ หากทว่าจุดหนึ่งอยู่ต่ำจุดนี้จะสื่อความหมายในทางที่ตรงกันข้าม
อย่างไรก็ตาม ใคร่ต้องย้ำอีกครั้งว่า ผู้อ่านั้งหลายควรศึกษาเชิงกระบวนการของทางคณิตศาสตร์เป็นสำคัญ
อนึ่ง กราฟชีวิตอันหนึ่ง ๆ ที่เกิดจากการลากเส้นตรงต่อจุดหนึ่งกับอีกจุดหนึ่งซึ่งอยู่ถัดกันดังที่ได้นี้ย่อมจะไม่มีโอกาสเป็นเส้นตรงเส้นหนึ่งค่อนข้างชัดเจน
ดังนั้น จึงจะมีส่วนช่วยทางด้านจิตใจของเราได้บ้างว่า ชีวิตของเราจะมีขึ้นหรือมีลงแล้วเราเลือกคิดแต่ในทางที่ดีก็จะช่วยให้เรารู้สึกสบายใจ
ผู้อ่านคนใดคนหนึ่งอาจจะลองทำเลียนแบบนี้บ้างก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำไว้อีกครั้งหนึ่งดังนี้
อย่าได้จริงจังกับกราฟชีวิตอันหนึ่งของผู้อ่านตามที่จะปรากฏออกมา เพราะเป็นวิธีการทางตัวเลขอย่างหนึ่งที่ไม่ได้มีการค้นคว้าและยืนยันในทางวิชาการแต่ประการใด
อนึ่ง ผู้เขียนเพียงเพื่อต้องการให้ผู้อ่านคนใดคนหนึ่งทำกิจกรรมที่ไม่ยุ่งยากและอาจจะมีส่วนช่วยให้จิตใจสดใสและกายที่สบายขึ้นบ้างก็เป็นได้
ชีวิตนี้ที่สดชื่นอื่นใดเท่า
ตัวของเราเรามีสุขมีทุกข์ไหม
สังขารนี้มีอยู่คู่จิตใจ
จิตทิ้งไปกายนะอนิจจัง
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
27 มกราคม 2554

โครงการอวกาศของสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2504

Jan 26, 2011 by     2 Comments    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

โครงการอวกาศของสหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2504
เราเลือกการเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ในช่วงเวลา 10 ปีนี้
เราต้องเริ่มลงมือทำสิ่งต่าง ๆ
เราต้องทำหลายสิ่งหลายอย่าง
โดยที่สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ๆ
ตรงกันข้าม สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม เพื่อลรรลุสู่ประตูชัยในที่สุด
เราต้องมีประสบการณ์
มีความชำนาญ
และมีการปรับปรุงจากการกระทำสิ่งต่าง ๆ ที่ยากลำบากเหล่านั้น
จนกระทั่งได้ผลดีที่สุดอย่างน่าพึงพอใจ
อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดีกล่าวถึงโครงการมนุษย์อวกาศสู่ดวงจันทร์เมื่อปี พ.ศ. 2504
สหภาพโซเวียตประสบความสำเร็จทางด้านอวกาศที่ล้ำหน้าสหรัฐอเมริกาโดยที่สามารถส่งดาวเทียมดวงแรกของโลกและการส่งมนุษย์อวกาศคนแรกของโลกขึ้นสู่ห้วงเวหาและโคจรรอบโลกมาแล้ว
สหรัฐอเมริกาย่อมตระหนักเป็นอย่างดีดังนี้
ณ ตอนนั้นถึงเวลาแล้วที่สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องทำการค้นคว้าด้านอวกาศอย่างเร่งรีบและจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง ละเอียด และถี่ถ้วน
ทั้งนี้เพื่อเกียรติภูมิ
เพื่อความก้าวหน้าทางด้านอวกาศ
และเพื่อความยังผลทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ
ในฐานะที่สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศผู้นำแห่งโลกเสรี
ดังนั้น สหรัฐอเมริกาจึงต้องทุ่มเททุก ๆ อย่างเท่าที่จะเป็นไปได้ดังนี้
กำลังคน กำลังควมคิด ความสามารถ และทุนทรัพย์เป็นอย่างมาก
อนึ่ง ถึงแม้สหรัฐอเมริกาได้ตั้งเข็มทิศอันแน่วแน่ในโครงการท่องอวกาศไปยังเทห์ฟ้าต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกล เช่น ดวงจันทร์ดาวบริวารดวงเดียวของโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ในระบบสุริยะระบบนี้
อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาก็มีความจำเป็นต้องเหลียวมองทางข้างหลัง
โดยที่ต้องทำการค้นคว้าและพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่จะอำนวยประโยชน์ต่อมนุษย์โลกทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมไปพร้อม ๆ กันด้วย
ในเบื้องต้นนั้นโครงการอวกาศของสหรัฐอเมริกาโดยสรุปเป็น 3 ส่วนดังนี้
1. โครงการส่งดาวเทียมดวงหนึ่ง ๆ ขึ้นโคจรรอบโลก
2. โครงการส่งยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ ไปสำรวจเทห์ฟ้าอื่น ๆ
3. โครงการส่งมนุษย์อวกาศไปสำรวจเทห์ฟ้าอื่น ๆ
ทั้งนี้ตามปณิธานอันแน่วแน่ของอดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดีซึ่งมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการส่งมนุษย์อวกาศไปลงบนดวงจันทร์และกลับคืนสู่โลกอย่างปลอดภัยในที่สุด
โครงการส่งดาวเทียมดวงหนึ่ง ๆ ขึ้นโคจรรอบโลก
ทั้งนี้ดาวเทียมดวงหนึ่ง ๆ ที่สหรัฐอเมริกาได้ส่งขึ้นสู่อวกาศนั้นล้วนแล้วแต่เพื่อประโยชน์ทางด้านสันติภาพของโลกทั้งสิ้น
โดยเราจำแนกออกได้เป็น 5 ประเภทดังนี้
1. ดาวเทียมเพื่อการวิจัยสภาพอวกาศ
2. ดาวเทียมสื่อสารและการคมนาคม
3. ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา
4. ดาวเทียมเดินหนหรือดาวเทียมเพื่อการเดินเรือ
5. ดาวเทียมตรวจการณ์และแจ้งภัย
โครงการส่งยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ ไปสำรวจเทห์ฟ้าอื่น ๆ
เช่น โครงการส่งยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ ไปสำรวจพื้นผิวและหาข้อมูลต่าง ๆ ของดวงจันทร์และดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ๆ ก่อนที่จะส่งมนุษย์อวกาศไปสำรวจ
ดังนั้น โครงการดังกล่าวจึงเป็นโครงการปูทางในเบื้องต้นต่าง ๆ ดังนี้
ก. ยานอวกาศชุดเรนเจอร์
ทั้งนี้ยานอวกาศชุดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเข้าชนเป้าหมาย ณ ปลายทาง
กล่าวคือ ดวงจันทร์เป็นผลสำเร็จ
ข. ยานอวกาศชุดเซอร์เวเยอร์
โดยชุดนี้มีจุดมุ่งหมายในการลงบนดวงจันทร์อย่างเรียบร้อย
ในขณะเดียวกัน ก็ถ่ายภาพพื้นผิวของดวงจันทร์ส่งกลับมายังโลกด้วย
ค. ยานอวกาศชุดพร็อสเพกเตอร์
โดยที่มีภารกิจในการถ่ายภาพเพื่อทำแผนที่ของพื้นผิวดวงจันทร์
อีกทั้งเก็บตัวอย่างของดวงจันทร์กลับมายังโลกของเราอีกด้วย
ดังนั้น เราจึงยอมรับถึงความจริงอันเป็นที่ประจักษ์ดังนี้
โครงการอวกาศของสหรัฐอเมริกาดังกล่าวมีขั้นมีตอนอันเหมาะสม
ทั้งนี้เน้นถึงสัมฤทธิผลที่อยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยเป็นสำคัญ
โครงการส่งมนุษย์อวกาศไปยังเทห์ฟ้าอื่น ๆ นั้นเป็นดังนี้
เป้าหมายแรก คือ ดวงจันทร์ดาวบริวารดวงเดียวของโลกที่นับว่าเป็นเทห์ฟ้าที่อยู่ใกล้โลกมากสุด
ส่วนเป้าหมายต่อไป ณ ขณะนั้น คือ ดาวอังคารดวงหนึ่งหรือไม่ก็ดาวศุกร์อีกดวงหนึ่ง โดยที่ดาวเคราะห์ 2 ดวงนี้นับได้ว่าเป็นเพื่อนบ้านของเราในระบบสุริยะระบบนี้
อนึ่ง โครงการในขั้นต้นของการเดินทางไปยังดวงจันทร์นั้นสหรัฐอเมริกาได้ใช้งบประมาณ ณ ตอนนั้นที่มากกว่า 4 ล้านล้านบาททีเดียว
ทั้งนี้โครงการ 3 ขั้นตอนของการส่งมนุษย์อวกาศอย่างปลอดภัยของสหรัฐฯ เป็นดังนี้
1. ขั้นตอนที่ 1 คือ โครงการเมอร์คิวรี
ทั้งนี้เมอร์คิวรีนั้นสื่อความหมายถึงเทพเจ้าแห่งการสื่อสาร
โดยที่เป็นโครงการมนุษย์อวกาศคนเดียว
กล่าวคือ สหรัฐอเมริกาส่งมนุษย์ขึ้นไปเพียงคนเดียวกับยานอวกาศที่รู้จักกันในนามว่า “แคปซูล”
2. ขั้นตอนที่ 2 คือ โครงการเจมินีหรือโครงการคนคู่
โดยที่โครงการนี้มีมนุษย์อวกาศ 2 คนที่ขึ้นไปในยานอวกาศลำเดียวกันนั้น
ทั้งนี้ตามโครงการในขั้นตอนที่ 2 นี้มนุษย์อวกาศได้มีโอกาสทดลองออกนอกยานอวกาศอีกด้วย
อีกทั้งยังได้ทำการเชื่อมต่อยานอวกาศลำนี้เข้ากับจรวดอะเจนาอีกลำหนึ่งที่ขึ้นไปก่อนหน้านั้นเป็นผลสำเร็จ
อนึ่ง การทดลองตามขั้นตอนดังกล่าวนี้เป็นส่วนสำคัญในการก้าวไปสู่การทดลองขั้นตอนที่ 3 อีกต่อไปด้วยความเชื่อมั่นยิ่งขึ้น
3. ขั้นตอนที่ 3 คือ โครงการอะพอลโลที่เป็นโครงการมนุษย์อวกาศ 3 คน
ทั้งนี้ยานอวกาศลำนี้มีชื่อว่า “มอดูล”
จรวดลำที่ใช้ชื่อว่า แซตเทิร์น 5 มีลักษณะเป็น 3 ท่อน
มวล 3 พันตัน
ณ ขณะที่ตั้งตรงในแนวยืนแนวหนึ่งนั้นสูงกว่าตึก 30 ชั้นทีเดียว
ตามโครงการดังกล่าวจรวดลำนี้จะต้องส่งมนุษย์อวกาศเข้าสู่วงโคจรของโลกวงหนึ่งพร้อมกันทั้ง 3 คนอย่างปลอดภัยในเบื้องต้น
กิจกรรมต่อจากนั้น คือ การฝึกหัดต่อเชื่อมยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ เข้าด้วยกันในอวกาศนั้น
โครงการที่ตั้งไว้ขั้นต่อจากประสบความสำเร็จแล้ว คือ การส่งยานอวกาศลำหนึ่งที่มีมนุษย์อวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์แล้วเดินกลับมายังโลกอย่างปลอดภัย
ดังนั้น ขั้นสุดท้ายของโครงการอะพอลโลดังกล่าวเป็นดังนี้
กล่าวคือ การส่งมนุษย์อวกาศลงสัมผัสพื้นผิวดวงจันทร์
อีกทั้งต้องสามารถกลับขึ้นมาจากพื้นผิวดวงจันทร์นั้นได้
แล้วต้องเดินทางกลับมายังโลกของเราอย่างปลอดภัยในที่สุด
ทั้งนี้ย่อมเป็นที่ยอมรับกันถึงเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ด้านอวกาศแห่งมนุษยชาติร่วมกัน
ทั้งนี้เป็นที่คาดหวังดังนี้
ขั้นตอนต่าง ๆ ต้องดำเนินได้เรียบร้อยดังที่คาดหวังไว้นั้น
ความปรารถนาอันแรงกล้าตามโครงการนี้เป็นดังนี้
กล่าวคือ การบรรลุสู่ขั้นสุดท้ายของโครงการอะพอลโลสู่ดวงจันทร์และกลับคืนสู่โลกอย่างปลอดภัยต้องเป็นจริงอย่างแน่นอน
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
26 มกราคม 2554

มนุษย์อวกาศคนแรกของโลก

Jan 21, 2011 by     Comments Off on มนุษย์อวกาศคนแรกของโลก    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

มนุษย์อวกาศคนแรกของโลก
นิคาตา เอส ครุสชอว์บซึ่งเป็นผู้นำแห่งสหภาพโซเวียตรัสเซียสมัยนั้นได้ทำนายเหตุการณ์เกี่ยวกับการเดินทางออกสู่อวกาศของมนุษย์โลกเนื่องในโอกาสที่ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ เมืองคาซาห์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2504 มีใจความ ณ ตอนหนึ่งดังนี้
“คงอีกไม่นานนักสหภาพโซเวียตรัสเซียจะส่งยานอวกาศลำหนึ่งที่มีมนุษย์คนหนึ่งขึ้นสู่อวกาศอย่างแน่นอน”
อนึ่ง ต่อมาในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือนคำกล่าวของครุสชอว์บก็เป็นจริงราวกับประหนึ่งว่า “ฝันที่เป็นจริงฉะนี้”
ยูริ เอ กาการิน คือ มนุษย์อวกาศคนแรกของโลก
ยูริ เอ กาการินมีอายุ 27 ปีได้ทะยานขึ้นสู่อวกาศในยานอวกาศวอสต็อก 1
เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2504
ทั้งนี้เพียง 18 วันหลังจากที่สปุตนิก 10 ขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง
แต่ก็ขึ้นก่อนหน้า 23 วันของการขึ้นสู่อวกาศของมนุษย์อวกาศคนแรกของสหรัฐอเมริกา คือ อะแลน บี เชปปาร์ด
ยานอวกาศวอสต็อก 1 ลำนี้มีองค์ประกอบเชิงกายภาพดังนี้
รูปทรงกระบอกท่อนหนึ่ง
มวล 4,725 กิโลกรัม
เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร
ยาว 9 เมตร
อนึ่ง ยานอวกาศวอสต็อก 1 ลำนี้มีสมบัติพิเศษที่อำนวยความสะดวกดังนี้
สามารถปรับอากาศภายในยานอวกาศได้โดยที่สามารถปรับให้มีส่วนประกอบของก๊าซออกซิเจนและก๊าซไนโตรเจนที่ละม้ายคล้ายคลึงกับของบรรยากาศของโลก
สามารถปรับความดันก๊าซภายในเท่ากับความดันอากาศปกติ ณ ระดับน้ำทะเลบนโลกของเรา
นอกจากนี้ มีอาหาร น้ำ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องหนึ่งที่อำนวยความสะดวกได้นานถึงอย่างน้อย 10 วันและอาจจะถึง 12 วันในกรณีที่จำเป็น
ระหว่างที่ยานอวกาศลำนี้โคจรรอบโลกรอบหนึ่งจึงทำหน้าที่ประหนึ่งดาวเทียมดวงหนึ่ง
อนึ่ง ในช่วงเวลาของการโคจรรอบโลกครบ 1 รอบประมาณ 89.1 นาทีนั้นมนุษย์อวกาศกาการินได้พูดสื่อสารกับสถานีติดตามบนภาคพื้นดินบนโลก 2 ครั้งดังนี้
ครั้งหนึ่ง คือ ขณะที่อยู่เหนืออเมริกาใต้
และอีกครั้งหนึ่ง ณ ขณะที่อยู่หนือทวีปอาฟริกา
อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจจะเข้าใจเจตนาถึงการเลือกช่วงเวลาและตำแหน่งหนึ่ง ๆ เหนือโลก ณ ตำแหน่งนั้นว่าต้องการสื่อให้ชาวโลกได้ล่วงรู้ถึงสิ่งที่กระทำดังหล่าวนั้น
แน่นอนที่สุดชาวโลกทั้งปวงต่างชื่นชมในความสำเร็จ ณ ครั้งนั้น
ยานอวกาศลำนี้โคจรด้วยอัตราเร็วที่มากกว่า 3 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งยวด
ยานอวกาศลำนี้โคจรรอบโลกครบ 1 รอบ
ณ ตอนที่จะกลับสู่โลกย่อมเป็นสภาวะที่ท้าทายความสามารถของมนุษย์โลกอีกครั้งหนึ่งโดยที่ไม่แตกต่างจากตอนที่ยานอวกาศทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหาดังกล่าว
เพื่อต่อต้านต่อแรงโน้มถ่วงของโลกที่มีต่อยานยอวกาศลำนี้
ดังนั้น ณ ตอนที่จะลงสู่โลกนั้นกาการินได้ยิงจรวดลูกหนึ่งเพื่อยั้งอัตราเร็วโดยยึดหลักตามกฎการเคลื่อนที่ข้อ 3 ของนิวตัน
อีกทั้งยังใช้ร่มชูชีพชุดหนึ่งช่วยในการพยุงตามหลักของแรงพยุงแรงหนึ่งด้วย
กาการินลงสู่พื้นพิภพอย่างปลอดภัยท่ามกลางความดีใจและโล่งใจของทุกคน
ทั้งนี้กาการินลงสัมผัสพื้นโลก ณ ท้องที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ณ ระยะห่างจากกรุงมอสโคว์ประมาณ 640 กิโลเมตร
มนุษย์อวกาศคนแรกของโลกคนนี้ท่องอวกาศนานถึง 108 นาที
ประโยคประโยคแรกที่กาการินกล่าว ณ ทันทีที่ลงถึงโลกดังนี้
“ข้าพเจ้าสบายดี”
ทั้งนี้ครุสชอว์บได้พูดตอบด้วยความยินดีดังนี้
การกระทำของท่านครั้งนี้ยากที่มนุษย์โลกจะลืมกันได้
เพราะท่านเป็นมนุษย์คนแรกที่ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ
ต่อนี้ไปก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบรรดาประเทศที่ยิ่งใหญ่ประเทศต่าง ๆ พยายามไล่กวดตามเราเอาเองก็แล้วกัน
อนึ่ง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ให้แก่มนุษย์อวกาศคนแรกของโลกนี้
สหภาพโซเวียตรัสเซียได้พิมพ์ดวงตราไปรษณียากรขึ้นเป็นพิเศษ
อีกทั้งยังพิมพ์หนังสือที่เกี่ยวกับกาการินเนื่องในโอกาสนี้ด้วย
อนึ่ง เนื่องโอกาสแห่งความสำเร็จของมนุษย์ชาติครั้งนี้อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดีได้ส่งโทรเลขแสดงความยินดีไปยังครุสชอว์บเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2504 นั้นด้วยโดยมีข้อความดังนี้
ชาวอเมริกันขอแสดงความยินดีต่อชาวโซเวียตที่มนุษย์อวกาศคนแรกของโลกได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศและเดินทางกลับมายังโลกโดยสวัสดิภาพ
ทั้งนี้ด้วยความปรารถนาดีจากใจจริง
อนึ่ง ข้าพเจ้ามีความปรารถนาอยากจะให้ประเทศของเรา 2 ประเทศนี้ร่วมมือกันทางด้านอวกาศเพื่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่แห่งมนุษยชาติโดยรวม
นอกจากนี้ เคเนดียังได้กล่าวในวันเดียวกันนั้นอีกดังนี้
สหรัฐอเมริกาต้องการเวลาที่จะไล่กวดให้เทียมทันกับโซเวียต
นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังต้องมีความก้าวหน้าในแขนงอื่น ๆ อีกด้วยจึงจะมีโอกาสเป็นที่หนึ่งได้
บางทีเราอาจจะบังเกิดผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในระยะยาวต่อไป
ทั้งนี้ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์แห่งมนุษยชาติเป็นสำคัญ
“แต่ปัจจุบันนี้เรายังอยู่ในฐานะที่ล้าหลังอยู่”
โดยที่เราต้องตระหนักในสิ่งนี้
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
21 มกราคม 2554

อเมริกาผู้ล้าหลัง

Jan 20, 2011 by     Comments Off on อเมริกาผู้ล้าหลัง    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

อเมริกาผู้ล้าหลัง
ยุคอวกาศเปิดฉากขึ้นแล้ว
เมื่อรัสเซียส่งดาวเทียมดวงแรกของโลก คือ สปุตนิก 1 ทะยานอย่างผงาดขึ้นสู่ท้องฟ้าในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2500
ชาวโลกทั้งหลายต่างแสดงความชื่นชมยินดีต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์โลกในครั้งนั้น
เพียงชั่วเวลาหนึ่งเดือนต่อมาที่เปรียบเหมือนช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงข้ามคืนรัสเซียก็ประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมดวงที่ 2 ซึ่งมีสุนัขตัวหนึ่งขึ้นไปกับดาวเทียมดวงนี้ด้วยโดยเปรียบเสมือนเป็นนักบินอวกาศที่บังคับดาวเทียมดวงดังกล่าวเข้าสู่วงโคจรรอบโลกอย่างน่าอัศจรรย์เป็นที่สุดแก่ชาวโลกในสมัยนั้น
ณ ตอนนั้นชาวโลกทั้งหลายยากที่จะหยั่งรู้ถึงความรู้สึกอันแท้จริงของอเมริกาซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจในสมัยนั้น
อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันนั้นอเมริกาที่ประหนึ่งเป็นพี่เบิ้มแห่งโลกเสรีได้ตื่นขึ้นจากความพิศวงและได้พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะส่งดาวเทียมดวงหนึ่ง ๆ ขึ้นสู่ห้วงเวหาเพื่อเป็นการแก้หน้าบ้าง
แต่อนิจจา อเมริกาต้องประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
9 ตุลาคม พ.ศ. 2500 ณ ทำเนียบขาว
อดีตท่านประธานาธิบดีดไวต์ ดี ไอเซนเฮาร์ได้กล่าวแสดงความชื่นชมและแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม ท่านได้กล่าวเสริมไว้ด้วยดังนี้
สหรัฐอเมริกาไม่ได้ปรารถนาและไม่คิดที่จะใช้แผนการณ์ในการส่งดาวเทียมดวงหนึ่ง ๆ ขึ้นสู่ห้วงเวหาเพื่อแข่งขันกับชนชาติอื่น ๆ
ทั้งนี้สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ อย่างระมัดระวังเป็นที่สุด
ท้ายสุดท่านได้กล่าวเชิงสรุปดังนี้
ย่อมเป็นที่ประจักษ์อย่างเด่นชัดแล้วว่าความสำเร็จในการส่งสปุตนิก 1 ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างงดงามนั้นเป็นการแสดงอย่างเด่นชัดว่านักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียมีความสามารถอย่างยอดเยิ่ยมทางด้านจรวดในปัจจุบันนี้
อย่างไรก็ตาม หาได้มีสิ่งบ่งชี้แต่ประการใดว่ารัสเซียนั้นผงาดอยู่อย่างปลอดภัยและมีความมั่นคงที่เหนือชั้นแก่สหรัฐอเมริกาแม้แต่น้อยนิด
อนึ่ง สำหรับชนชาติต่าง ๆ ในโลก ณ ตอนนั้นต่างคำนึงดังนี้
ถ้าพิจารณาอิทธิพลที่มีต่อทางด้านการเมืองและการทหารของโลกแล้วต่างต้องเห็นพ้องกันโดยไม่ต้องสงสัยเลยดังนี้
ทั้งนี้ในขณะที่สหภาพโซเวียตรัสเซียในสมัยนั้นซึ่งอยู่ในฐานะประเทศผู้นำแห่งค่ายคอมมิวนิสต์ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งทางด้านจรวดและอวกาศ
ตรงกันข้าม สหรัฐอเมริกาซึ่งถือว่าเป็นพี่ใหญ่แห่งค่ายเสรีประชาธิปไตยกลับประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
ดังนั้น ผลดังกล่าวจึงเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกทั้งมวลถึงความแตกต่างประหนึ่งขาวและดำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
15 ตุลาคม พ.ศ. 2500 อดีรองประธานาธิบดีริชาร์ต เอ็ม นิกสันได้กล่าวสุนทรพจน์ที่ซานฟรานซิสโกโดยมีข้อความโดยสรุปดังนี้
ถ้าเราพิจารณาช่วงเวลาก่อนและหลังความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสปุตนิกดวงหนึ่ง ๆ ขึ้นสู่ห้วงเวหานั้นสหภาพโซเวียตรัสเซียมิได้มีกำลังทหารที่แข็งแกร่งกว่ากันแต่ประการใด
อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเมินเฉยต่อความสำเร็จดังกล่าวเราอาจจะผิดพลาดอย่างมาก
ดังนั้น ทางที่ดีเราควรยอมรับอย่างจริงใจดังนี้
รัสเซียได้พัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ อวกาศ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องล้ำหน้าไปอย่างกว้างขวาง
ณ ที่นี้ผู้เขียนขอกล่าวเสริมรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
4 ตุลาคม พ.ศ. 2500 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ทางด้านอวกาศ
ณ วันนั้นดาวเทียมอะลูมิเนียมรูปทรงกลมดวงหนึ่งซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณครึ่งเมตรและมีมวล 83.6 กิโลกรัมนามว่า สปุตนิก 1 ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยอิทธิพลอันเนื่องจากแรงผลักดันของจรวด 3 ท่อนลำหนึ่ง ณ เวลา 19.21 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช ประเทศอังกฤษ
ดาวเทียมดวงดังกล่าวนี้มีเครื่องส่งคลื่นวิทยุเครื่องหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นสถานีวิทยุอวกาศแห่งหนึ่ง
ทั้งนี้สามารถส่งสัญญาณกลับมายังโลก ณ ความถี่ดังนี้
กล่าวคือ 20.005 เมกะเฮิรตซ์และ 40.002 เมกะเฮิรตซ์
อนึ่ง เครื่องส่งคลื่นวิทยุเครื่องนี้หยุดทำงาน ณ วันที่ 27 ตุลาคม
โดยได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่พอใจตลอดระยะเวลา 23 วัน
ทั้งนี้ดาวเทียมสปุตนิกดวงดังกล่าวเคลื่อนที่ตามวงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง ๆ ด้วยอัตราเร็วโดยเฉลี่ยมากกว่า 3 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมง
3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500
สหภาพโซเวียตรัสเซียส่งดาวเทียมดวงหนึ่ง คือ สปุตนิก 2 เข้าสู่วงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง ณ เวลามาตรฐานกรีนิช คือ 02.32 น.
ดาวเทียมสปุตนิก 2 ดวงนี้มีองค์ประกอบที่แตกต่างจากเดิมดังนี้
1. สุนัขเพศเมียมวลประมาณ 5 กิโลกรัมชื่อ ไลกาตัวหนึ่ง
2. เครื่องมือวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาการแผ่รังสีในช่วงคลื่นสั้นจากดวงอาทิตย์
3. เครื่องส่งคลื่นวิทยุครื่องหนึ่ง ๆ
4. เครื่องมือสำหรับตรวจสภาพการดำรงชีวิตของสัตว์ในสภาวะนั้น
อย่างไรก็ตาม มนุษย์โลกได้รับข่าวที่น่าสลดใจ คือ เจ้าไลกาได้จบชีวิตของมันจากการกระทำของมนุษย์หลังจากที่โคจรอยู่ในวงโคจรวงหนึ่ง ๆ ได้เพียง 1 สัปดาห์
เพียง 4 วันหลังจากที่สหภาพโซเวียตรัสเซียได้ส่งสปุตนิก 2 เข้าวงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง ๆ ณ ตอนนั้นอดีตประธานาธิบดีไอเซนเฮาร์ได้ประกาศดังนี้
อเมริกาจะไม่ยอมเดินตามรอยเท้าของรัสเซียทางด้านอวกาศอีกต่อไป
ทั้ง ๆ ที่ก็ยอมรับว่า ณ ตอนนั้นรัสเซียได้นำหน้าอเมริกาทางด้านจรวดและอวกาศแล้วก็ตามที
ทั้งนี้สื่อความหมายให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าอเมริกานั้นจะต้องก้าวล้ำหน้ารัสเซียด้านการพิชิตอวกาศในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ความพยายามของสหรัฐอเมริกาในการส่งดาวเทียมดวงแรกของชุดแวนการ์ดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2500 ก็ต้องเป็นหมัน
ณ ตอนนั้นสะท้อนอย่างเด่นชัดดังนี้
อเมริกาล้าหลังรัสเซียอยู่หลายขลุมทางด้านอวกาศ
อนึ่ง ผู้เขียนมีความเห็นโดยส่วนตัวดังนี้
ความล้าหลังของผู้ที่ไม่ยอมแพ้นี้เองที่เป็นแรงกระตุ้นอย่างดีเยี่ยมแรงหนึ่งที่ท้าทายความสามารถของผู้นำแห่งค่ายเสรีประชาธิปไตย
หาไม่แล้วก็อาจจโดนตราหน้าในฐานะผู้แพ้ตลอดกาล
ดังนั้น ถ้าผู้อ่านเป็นผู้แพ้สิ่งใดสิ่งหนึ่งผู้หนึ่ง ณ ตอนหนึ่งย่อมจะเป็นผู้ชนะในสิ่งอื่น ๆ ที่ดีกว่าผู้หนึ่งก็เป็นได้ตราบใดที่ไม่ท้อถอยและมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองเป็นที่ตั้ง
โดยเริ่มทำกิจที่พึงปรารถนาในทันที
ปรารถนาดีจากผู้เขียน
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
20 มกราคม 2554

ย้อนอดีตสู่อนาคต

Jan 19, 2011 by     Comments Off on ย้อนอดีตสู่อนาคต    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

ย้อนอดีตสู่อนาคต
ประวัติศาตร์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความสำคัญในตัวเอง
ทั้งนี้ความรู้ต่าง ๆ ในอดีตย่อมสะท้อนถึงความก้าวหน้าในปัจจุบันและอนาคต
ดังนั้น เรื่องย้อนอดีตสู่อนาคตเรื่องนี้จึงเปรียบประหนึ่งเป็นการเหลียวหลังและแลหน้าได้เป็นอย่างดี
อนึ่ง ผู้เขียนปรารถนาที่จะอำนวยประโยชน์แก่ผู้อ่านเท่าที่ความสามารถจะพึงมี
ด้วยเหตุนี้ ถ้าผู้อ่านได้แจ้งจุดประสงค์ในส่วนที่แสดงข้อคิดเห็นกลับมาบ้าง
ผู้เขียนจะได้มีข้อมูลบางส่วนเพื่อประกอบการพิจารณาในการเรียบเรียงให้ตรงตามจุดประสงค์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
มนุษย์มีความคิดริเริ่มเกี่ยวกับอวกาศการบินจากความเพ้อฝันและจินตนาการของตัวเอง
มนุษย์ปรารถนาจะออกเดินทางจากโลกไปสู่ดินแดนแห่งภพอื่น ๆ ที่แสนไกลในอวกาศ
สิ่งนี้สะท้อนให้เรารับรู้ดังนี้
“มนุษย์เริ่มมีความเข้าใจถึงระบบสุริยะระบบหนึ่งของตัวเอง ระบบดาราจักรทางช้างเผือกระบบหนึ่ง และระบบรวมระบบหนึ่งที่รู้จักกันในนามเอกภพมานานแล้ว”
ตั้งแต่ประมาณต้น พ.ศ. 383 มนุษย์มีความคิดและพยายามที่จะอธิบายเกี่ยวกับรูปร่าง ขนาด ขอบเขต และความเป็นมาของเอกภพ
ทั้ง ๆ ที่เอกภพเป็นระบบที่ใหญ่โตมโหฬารระบบหนึ่ง
อนึ่ง ระบบเอกภพระบบหนึ่งประกอบด้วยระบบดาราจักรจำนวนมากโดยอาจจะมากถึงหมื่นล้านระบบ
ระบบดาราจักรระบบหนึ่งมีดาวฤกษ์รวมกันอยู่ถึงแสนล้านดวง
ระบบดาราจักรระบบหนึ่ง คือ ระบบดาราจักรทางช้างเผือกระบบนี้ของเรา
ดวงอาทิตย์ที่เปรียบเสมือนเป็นองค์ประธานของระบบสุริยะระบบหนึ่งอยู่ ณ ศูนย์กลางของระบบดังกล่าวนี้
ระบบสุริยะระบบนี้ของเรามีองค์ประกอบดังนี้
ดาวเคราะห์และดาวบริวาร ดาวเคราะห์น้อยจำนวนมาก อุกกาบาต ดาวหาง ก๊าซ ฝุ่นอวกาศ และอวกาศหรือปริภูมิ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรารู้ว่า “โลกของเราเท่านั้นที่มีสิ่งมีชิวิตอาศัยอยู่”
แต่ก็ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่แท้จริงอย่างนิรันดรตราบใดที่เรายังไม่อาจไปสำรวจได้อย่างทั่วถึง
แม้แต่เราเคยเชื่อกันมาโดยปราศจากข้อสงสัยว่าดาวยมเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ในระบบสุริยะระบบนี้จนเรียกรวมกันว่า “ดาวนพเคราะห์” ก็ยังมีข้อผิดพลาด
ทั้งนี้เรายอมรับกันแล้วว่าดาวยมนั้นหาใช่ดาวเคระห์ของระบบสุริยะระบบนี้ไม่
อนึ่ง สำหรับผู้อ่านที่เคยมีความรู้เกี่ยวกับกฎโบด-ทิเทียสกฎหนึ่ง (A Bode-Titius law) ย่อมจะเฉลียวใจได้บ้างแล้ว
พ.ศ. 603 ลูเซียนแห่งซาโลมาทา ณ ประเทศกรีซมีจินตนาการอย่างแรงกล้าและได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับยานอวกาศลำหนึ่งที่เดินทางไปดวงจันทร์ได้เป็นผลสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เรื่องทำนองนี้เป็นเพียงเรื่องที่ส่อถึงความเพ้อฝันอย่างเหลวไหลของผู้เขียนจนเกินกว่าที่ใคร ๆ ยอมรับได้ในสมัยนั้น
อีกทั้งคนส่วมากต่างเชื่อกันด้วยความสนิทใจว่าเป็นความคิดที่ไกลสุดกู่จนเกินกว่าความสามารถของมนุษย์โลกจะบันดาลให้เป็นจริงตามเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงนั้นได้
เอ็ดเวิร์ด เฮลเป็นผู้หนึ่งที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ที่อยู่ในห้องทดลองในยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ การสื่อสารผ่านอวกาศ และดาวเทียมสื่อสารดวงหนึ่ง ๆ
ทั้งนี้นิยายของเฮลที่ตีพิมพ์ใน พ.ศ. 2412 นั้นเป็นที่รู้กันอย่างแพร่หลาย
แต่ก็คงมีน้อยคนนักที่คิดดังนี้
“วันหนึ่งในอนาคตอันใกล้มนุษย์โลกจะมีความสามารถเช่นนั้นได้”
อนึ่ง เป็นที่อัศจรรย์และเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปดังนี้
ชาวจีนเป็นชนชาติแรกที่ริเริ่มซึ่งนำไปสู่การทดลองเกี่ยวกับจรวดลำหนี่ง ๆ และศึกษาประสิทธิภาพอันเนื่องจากแรงขับดันของจรวดลำนั้น ๆ หาใช่ชาวตะวันตกอย่างที่มักเข้าใจกันนั้นแต่ประการใด
จากบันทึกทางประวัติศาสตร์เมื่อ 689 ปีก่อนพุทธศักราชชาวจีนที่ไคฟุงฟูได้ยิงลูกธนูดอกหนึ่ง ๆ ที่ติดบ้องไฟบ้องหนึ่ง ๆ เพื่อจู่โจมชาวมองโกลเลีย
อนึ่ง จนกระทั่งราว ๆ พ.ศ. 1801 ชาวยุโรปจึงมีความรู้เกี่ยวกับบ้องไฟบ้องหนึ่ง ๆ และกรรมวิธีของการขับเคลื่อนตามกระบวนการของดินปืนในบ้องไฟบ้องนั้น ๆ
ประมาณศควรรษที่ 19 นี้เองที่มนุษย์ส่วนใหญ่จึงมีสำนึกดังนี้
มนุษย์โลกน่าจะมีความรู้และมีความสามรถที่มากพอสำหรับการเดินทางออกไปเผชิญกับเทห์ฟ้าชนิดใดชนิดหนึ่งในห้วงอวกาศได้
ทั้งนี้ยานพาหนะยานหนึ่ง ๆ ที่จะช่วยให้มนุษย์สามารถทะยานขึ้นภายใต้ภาวะแรงโน้มถ่วงแรงหนึ่ง ๆ ของโลกได้ คือ “จรวดลำหนึ่ง ๆ ที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล”
โดยที่ต้องประพฤติตามกฎการเคลื่อนที่ข้อ 3 ของนิวตัน
อนึ่ง เซอร์วิลเลียม คองกรีว์บแห่งจักรภพอังกฤษนับได้ว่าเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ประจักษ์ในสมัยนั้น
โดยท่านได้พัฒนาดินขับเคลื่อนที่ใช้ในจรวดลูกหนึ่ง ๆ ดังที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสงครามนโปเลียนสมัยนั้นนั่นเอง
ใน พ.ศ. 2441 ซิโอลคอว์บสกีครูชาวรัสเซียได้เสนอแนะวิธีสร้างจรวดลำหนึ่ง ๆ โดยใช้กระบวนการของเชื้อเพลิงเหลวที่มีออกซิเจนหลวเป็นองค์ประกอบด้วย
ข้อเสนอแนะดังกล่าวนี้เองที่ถือว่าเป็นจุดประกายแรกที่ทำให้มนุษยชาติประสบความสำเร็จในการสร้างจรวดลำหนึ่ง ๆ ที่สามารถทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศโดยที่เอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลกแรงหนึ่งได้ในที่สุด
ศาสตราจารย์ฟิสิกส์ ดร. รอเบิร์ต เอช กอดดาร์ดแห่งมหาวิทยาลัยคลาร์กนับได้ว่าเป็นผู้ที่บุกเบิกการค้นคว้าเกี่ยวกับจรวดและอวกาศของสหรัฐอเมริกา
ดร. กอดดาร์ดและทีมงานได้สร้างจรวดลำแรก ๆ ขึ้น
ทั้งนี้ได้ส่งจรวดเชื้อเพลิงเหลวลำแรกขึ้นเป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2469
ดังนั้น จึงนับว่าเป็นปีเริ่มต้นของวิวัฒนาการของจรวดเชื้อเพลิงเหลว
โดยที่ ณ ครั้งนั้นจรวดเชื้อเพลิงเหลวลำดังกล่าวทะยานขึ้นสูงถึง 184 ฟุตอย่างหน้าตื่นตาและระทีกใจต่อผู้ที่พบเห็น
ดร. เฮอร์แมนน์ ออเบิร์ตแห่งเยอรมันได้ตีพิมพ์บทความเรื่องหนึ่ง คือ “จรวดสู่อวกาศ” ใน พ.ศ. 2466
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ความรู้เกี่ยวกับจรวดมีวิวัฒนาการที่ก้าวไปไกลมากอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมัยที่ประเทศเยอรมันปกครองตามระบอบนาซี
ทั้งนี้ได้ทุ่มงบประมาณและสนับสนุนการสร้างเจ๊ตวี 1 และจรวดวี 2 จนประสบความสำเร็จในที่สุด
อนึ่ง หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นสหรัฐอเมริกาได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับจรวดวี 2 ของเยอรมันดังกล่าวมาเป็นพื้นฐานความรู้ทางด้านวิวัฒนาการจรวดลำหนึ่ง ๆ ของตน
ธันวาคม พ.ศ. 2491 บรรยากาศแห่งการศึกษาอวกาศเริ่มส่อแววที่สดใส
ทั้งนี้สหรัฐอเมริกาประกาศดังนี้
สหรัฐอเมริกาวางแผนที่จะส่งดาวเทียมดวงหนึ่ง ๆ ขึ้นโคจรรอบโลก
พ.ศ. 2498 สหรัฐอเมริกาได้เสนอที่จะส่งดาวเทียมเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ดวงหนึ่ง ๆ ขึ้นสู่ห้วงอวกาศเพื่อหาข้อมูลต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์ในช่วงเวลาของปีภูมิศาสตร์สากล กล่าวคือ ระหว่าง พ.ศ. 2500 ถึง พ.ศ. 2501
อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาก็ต้องประสบความล้มเหลวในการส่งดาวเทียมดวงหนึ่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศตามเจตนาที่ตั้งไว้
ตรงกันข้าม สหภาพโซเวียตประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมดวงหนึ่งขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกเป็นผลสำเร็จอย่างลับ ๆ
ณ ช่วงเวลานั้นนับว่าสหรัฐฯ ล้าหลังกว่าสหภาพโซเวียตทางด้านอวกาศชนิดไม่เห็นฝุ่น
โดยสรุปเป็นที่ยอมรับกันว่าชาวจีนเป็นผู้ที่มีความรู้ที่เป็นพื้นฐานของจรวดและการออกสู่อวกาศก่อนชนชาติใดในโลกนี้
อนึ่ง ในเบื้องต้นนั้นสหภาพโซเวียตได้พัฒนาความรู้เกี่ยวกับการออกสู่อวกาศที่ก้าวไกลกว่าสหรัฐฯ อย่างมาก
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
19 มกราคม 2554

เฆี่ยน

Jan 17, 2011 by     Comments Off on เฆี่ยน    Posted under: Uncategorized

เฆี่ยน
พ.ศ. 2488
ณ พื้นที่ของศาลาวัดชัยมงคล อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร
สถานที่โล่งซึ่งใช้เป็นที่เรียนของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ถึงชั้นประถมปีที่ 4
โรงเรียนเทศบาลวัดชัยมงคล
ณ ที่นั่นมีครู 2 คนเท่านั้น
ครูคนหนึ่งที่จำได้แม่น คือ ครูสนิท อุดมรัตน์ (ซึ่งเป็นชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่ง)
โดยเป็นชื่อจริงที่ขอนำมากล่าว ณ ที่นี้เชิงสดุดีเพื่อเป็นเกียรติแก่ครูที่ดีในอดีตคนหนึ่งที่ผู้เขียนรู้จัก คุ้นเคย และอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม
ครูสนิทสอนทุกวิชา
อย่างไรก็ตาม ที่นับว่าสอนดีและสอนเก่งมาก คือ เลขคณิต (รวมทั้งเลขคณิตคิดในใจด้วย)
เช้าวันหนึ่งครูสนิทเข้าสอนที่ชั้นประถมปีที่ 2 ในชั่วโมงแรก
วันนี้ครูสนิทดูเคร่งขรึมโดยไม่ยิ้มเหมือนอย่างทุก ๆ วัน
ครูสนิทพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบดังนี้
วันนี้ครูเข้าสอนชั้นนี้ก่อนในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกแล้วครูจะให้นักเรียนทำโจทย์แบบฝึกหัดเพื่อรอครูกลับมาอธิบายเพิ่มเติมหลังจากที่ไปสอนชั้นประถมปีที่ 4 ในช่วงครึ่งชั่วโมงหลัง
นักเรียนทุกคนต่างก็นั่งนิ่งโดยไม่แน่ใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น
ครูสนิทพูดต่ออีกดังนี้
อย่างไรก็ตาม วันนี้ครูต้องทำในสิ่งที่ครูไม่อยากทำเลย
นักเรียนต่างหันมองกันและกันอย่างงง ๆ
ครูสนิทหยุดนิ่งอยู่สักครู่หนึ่ง
แล้วจึงพูดต่อดังนี้
ครูจำเป็นต้องทำโทษนักเรียนที่ประพฤติไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ครูหวังว่านักเรียนจะเข้าใจในสิ่งที่ครูต้องทำนี้
ทั้งนี้เพื่อว่าลูกศิษย์ของครูทุกคนต้องเป็นทั้งคนดีในวันนี้และวันข้างหน้า
ตอนนี้นักเรียนหลายคนมีสีหน้าหวั่นวิตกอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียนที่โตและมีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด
ครูสนิทหยุดนิ่งอีกครั้งหนึ่ง
แล้วจึงพูดด้วยเสียงราบเรียบเช่นเดิมดังนี้
ลูกศิษย์ของครูคนไหนมีทั้งของที่ใช้เล่นการพะนันและได้เล่นการพะนันกันบ้างให้ยกมือขึ้น
ในตอนแรกไม่มีใครยกมือเลยสักคนเดียว
ทั้งนี้คงต่างตกใจและไม่ได้คาดคิดว่า “ครูสนิทจะถามเช่นนั้น”
ทันทีที่ผู้เขียนได้สติจึงยกมือขึ้นเป็นคนแรก
ครูสนิทหันมามองทางผู้เขียนด้วยสีหน้าตกใจ แปลกใจ และแสดงอาการไม่ค่อยจะเชื่อนัก
แต่ครูสนิทก็ไม่ได้แสดงอาการอย่างอื่น ๆ ทีเด่นชัด
แล้วครูสนิทก็ถามย้ำอีกครั้งหนึ่งดังนี้
นอกจากสมพงษ์แล้วมีใครอีกบ้าง
โดยที่ตอนนี้ครูมองไปทางกลุ่มนักเรียนตัวโต ๆ กลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ทางด้านหลัง ๆ ของชั้น (ที่ไม่เรียกว่า “ห้องเรียน” ก็เพราะว่าเป็นพื้นที่โล่งโดยตลอด)
ต่อจากนั้นก็มีนักเรียนอีหหลาย ๆ คนยกมือขึ้นเป็นการยอมรับโดยดี
เอาล่ะ ตอนนี้กลุ่มนักเรียนกลุ่มนั้นน่ะออกมาที่หน้าชั้นทุกคน ครูสนิทพูด
ทั้งนี้ยังไม่ได้เอ่ยชื่อของผู้เขียนเลย
อนึ่ง เพื่อความเข้าใจนิยายอิงชีวิตจริงที่ผู้เขียนนำมากล่าวไว้ ณ ที่นี้เป็นการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในปัจจุบันนี้ผู้เขียนขอกล่าวแทรกเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งไว้ตอนนี้ด้วยดังนี้
อันที่จริง ผู้เขียนไม่ได้เล่นการพะนัน
แต่เนื่องจากผู้เขียนอยู่ในครอบครัวที่ยากจนมาก ๆ ในตอนนั้น
ทั้งนี้ผู้เขียนมีเสื้อผ้าเพียงชุดเดียวเท่านั้น
กล่าวคือ กางเกงขาสั้น 1 ตัวและเสื้อยืดแขนยาวที่มีลายอีก 1 ตัว
ส่วนรองเท้าและถุงเท้านั้นไม่รู้จักเลย
อ้อ ดูเหมือนว่าไม่เคยมีการแปรงฟันด้วย
เท่าที่จำได้อาจจะอมเกลือบ้าง
หรือเอาขึ้เถ้าจากเตาอั้งโล่ใบหนึ่งมาถูฟันบ้างเป็นครั้งคราว
เพราะความจนนั่นแหละผู้เขียนจึงทำทุกอย่างที่จะสามารถแลกเปลี่ยน (ขายให้เพื่อน ๆ ) มาเป็นสตางค์
ของอย่างหนึ่งในจำนวนนั้นนอกจากเครื่องเล่นของเด็ก ๆ ขนิดหนึ่งที่เรียกว่า “จักจั่น” แล้วก็มีชุดไพ่ป๊อก (52 ใบ) ที่ทำจากกระดาษของซองบุหรี่ซองหนึ่ง ๆ ที่แข็งพอควรโดยมีชื่อเรียกกันว่า “บุหรี่ตราฆ้อง” โดยที่ผู้เขียนแกะไม้เป็นรูปต่าง ๆ 4 รูปตามที่ปรากฏในชุดไพ่ป็อก 1 ชุดดังนี้
กล่าวคือ โพดำ โพแดง ข้าวหลามตัด และดอกจิก
แล้วประทับเครื่องหมายของจำนวนรูปเลียนแบบของไพ่ป๊อก 1 ชุด
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผู้เขียนจำไม่ค่อยได้ว่า “ขายกับเพื่อน ๆ ชุดละเท่าใด”
นี่แหละ คือ ที่มาว่าทำไมผู้เขียนจึงยกมือขึ้นเป็นคนแรกนั้น
อนึ่ง สมัยนั้นยังมีโอกาสเห็นสตางค์แดงมีรูตรงกลางราคา 1 สตางค์
ส่วนขนมถ้วยโต ๆ ก็ราคาถ้วยละไม่ถึง 10 สตางค์

ต่อจากนั้นครูสนิทก็ใช้ไม้เรียวที่เหลาไว้อย่างดีตีที่ก้นของนักเรียนกลุ่มนั้นคนละ 1 ทีพร้อมกับพูดอะไรบางอย่างไปพร้อม ๆ กับที่ตีด้วย
ทั้งนี้นักเรียนแต่ละคนที่โดนทำโทษก็คำนับครูสนิททั้งก่อนและหลังที่ถูกตีด้วย
อีกทั้งไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองครูแต่ประการใด
นอกจากนี้ บางคนก็ยังหันมายิ้มกับเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่
โดยแสดงออกถึงการยอมรับต่อความผิดที่ตัวเองทำนั้น
อ้อ ครูสนิทก็ตีค่อย ๆ เท่านั้นโดยที่ไม่ได้เงื้อไม้เรียวจนสุดแขนอย่างที่เห็นภาพการทำโทษของครูทางโทรทัศน์ดังที่ปรากฏให้เห็นนั้น
หลังจากที่ครูสนิทตีก้นนักเรียนกลุ่มนั้นครบทุกคนแล้ว
ครูสนิทมองมาทางผู้เขียน
อ้าว ตอนนี้ถึงทีสมพงษ์ล่ะ
ขณะที่ครูสนิทตีผู้เขียนอย่างค่อย ๆ 1 ทีก็พูดด้วยดังนี้
“เธอนี่ซื่อจริง ๆ นะ”
เมื่อทำโทษจนครบทุกคนแล้วครูสนิทก็พูดอบรมสั่งสอนถึงสิ่งที่ดีและไม่ดี
โดยในตอนท้ายยังพูดอีกดังนี้
สมพงษ์เป็นเพียงผู้ทำไพ่ป๊อกและไม่ได้เล่นการพะนันก็ตาม
แต่สมพงษ์ก็ยอมรับผิดด้วย
ครูก็ต้องลงโทษด้วยเช่นกัน
ทั้ง ๆ ที่ครูรู้ดีว่าสมพงษ์เป็นนักเรียนที่เรียนดีสุดของชั้นและประพฤติดี
ท้ายสุดนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงการเรียบเรียงเรื่องนี้เพื่อชี้ให้เห็นดังนี้
ครูในสมัยโบราณนั้นเป็นครูด้วยจิตและวิญญาณอย่างแท้จริง
ทั้งนี้หวังเพื่อให้ลูกศิษย์เป็นคนดีของประเทศชาติ
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่ออย่างสนิทใจดังนี้
ปัจจุบันนี้ต้องมีครูที่ดี ๆ จำนวนมากเช่นกัน
ดังนั้น จึงใคร่ขอสดุดีครูทุกคนด้วยความจริงใจ
อนึ่ง ผู้เขียนต้องขออภัยครูดี ๆ ของผู้เขียนหลาย ๆ คนที่ผู้เขียนไม่ได้กล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้
ผู้เขียนคิดอยู่นานว่าจะลงในเว็บไซต์เว็บนี้ของผู้เขียนหรือไม่
ทั้งนี้ผู้อ่านหลาย ๆ คนอาจจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับฟิสิกส์สักหน่อย
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เป็นนิยายที่อิงชิวิตจริงของผู้เขียน
แต่ก็เกี่ยวกับแรงแรงหนึ่ง
ทั้งนี้เกี่ยวข้องกับคู่แรงกิริยา-ปฏิกิริยาคู่หนึ่งด้วย
ประกอบกับผู้เขียนอยากกล่าวสดุดีครูทั้งหลาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครูสนิท อุดมรัตน์ที่ผู้เขียนเคารพรักเป็นที่สุด
ผู้เขียนจึงขออนุญาตผู้อ่านได้โปรดอนุโลมยอมรับไว้ ณ ที่ด้วย
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
17 มกราคม 2554