Archive from January, 2011

ของดีที่ซ่อนไว้

Jan 8, 2011 by     Comments Off on ของดีที่ซ่อนไว้    Posted under: Mechanics, Poems, Uncategorized

ของดีที่ซ่อนไว้

อันของดีที่ซ่อนไว้อะไรเอ่ย
ใคร่เฉลยหากเฉยไว้ไม่สดใส
ของดีนี้มีอยู่คู่สิ่งใด
เอออะไรใคร่ตระหนักอยากเจอะเจอ
อันของดีที่ซ่อนไว้อยู่ไม่ไกล
เรานำไปใช้กันนั้นเสมอ
อาจจับต้องสิ่งนี้ไซร้คล้ายไม่เจอ
แต่กลับเผลอดึงไปไว้ใกล้ตัว

เพียงเห็นหัวเรื่องว่าของดีที่ซ่อนไว้เรื่องนี้ก็น่าจะสนใจแล้วใช่หรือไม่เอ่ย
อย่างน้อยก็อาจจะคิดว่า ผู้เขียนคงจะหลอกผู้อ่าน
เพราะว่าคนทั่วไปคงไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่า “ฟิสิกส์มีของดี”
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนซึ่งอยู่ในแวดวงของวิชาฟิสิกส์กลับคิดไปในทางที่จะตรงกันข้ามเลยก็เป็นได้
เพราะเชื่อว่า ของดีมีอยู่มากมายในวิชาฟิสิกส์และก่อประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมอย่างมากมายอีกด้วย
แต่ของดีที่ซ่อนไว้ตามหัวเรื่องของเรื่องนี้หาใช่ของดีทางฟิสิกส์แต่ประการใด หากแต่ว่าเป็นของที่นับว่าดีและมีประโยชน์ในยามที่เราต้องการจะใช้
ส่วนยามปกติเราก็จะเก็บเข้าที่เข้าทางราวกับว่าเป็นการเก็บซ่อนไว้ฉะนั้น
ปมปริศนาของชื่อเรื่องที่จ่าหัวไว้เริ่มจะเผยโฉมออกมาแล้ว
ว่าแต่ผู้อ่านยังคงสนใจอยู่อีกหรือไม่เอ่ย
ผู้อ่านทุกคนคงเคยเห็นหรือเคยใช้กระเป๋าเดินทางใบหนึ่งในยุคสมัยปัจจุบันที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกซ่อนไว้ทุกใบ
ไม่ว่าจะเป็นใบเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างในของใบที่ใหญ่กว่า
หรือที่ซ่อนไว้กับใบใหญ่ของตัวเองในชุดนี้
ถ้ากระเป๋าเดินทางใบใดไม่มีสิ่งนี้ก็จะตกยุคไปโดยปริยาย
ของดีที่ซ่อนไว้ตามที่เรากล่าวถึงเป็นดังนี้
กล่าวคือ คันลาก หรือคันดึง หรือคันเข็นกระเป๋าแต่ละใบที่เราสามารถเก็บเข้าที่ไว้ได้ เมื่อไม่ต้องการใช้นั่นเอง
ทั้งนี้อุปกรณ์ที่เป็นส่วนเติมเต็มของกระเป๋าใบหนึ่งชิ้นนี้มีรูปร่างที่บอบบาง
แต่ก็มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเราไม่ต้องการยกหรือหิ้วกระเป๋าที่หนักใบนี้
ด้วยเหตุนี้ คันลาก หรือคันดึง หรือคันเข็นกระเป๋าใบหนึ่งแต่ละอันนั้นจึงทำหน้าที่ประหนึ่งเป็นเครื่องผ่อนแรงชนิดหนึ่งของเจ้าของกระเป๋าใบนั้นนั่นเอง
อันที่จริง คันลาก หรือคันดึง หรือคันเข็นอันหนึ่งของกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งก็ใช้หลักเกี่ยวกับคานอันหนึ่งที่ได้ผนวกเข้ากับหลักการหมุนรอบตัวเองรอบแกนของล้อกลมคู่หนึ่งในขณะที่เคลื่อนที่ได้ระยะทางตามแนวทางแนวหนึ่ง ๆ ของการเคลื่อนที่นั้น
ทั้งนี้เมื่อล้อกลมอันหนึ่ง ๆ หมุนรอบแกนของตัวเองครบ 1 รอบกระเป๋าใบนั้นจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับเจ้าของเป็นระยะทางเท่ากับเส้นรอบวงของล้อกลมแต่ละอันนั่นเอง
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
8 มกราคม 2554

สูงโปร่งและรับลม

Jan 6, 2011 by     Comments Off on สูงโปร่งและรับลม    Posted under: Mechanics, Poems, Uncategorized

สูงโปร่งและรับลม

ทรงสูงโปร่งโล่งดีที่ส่วนล่าง
เป็นแบบอย่างต่างไปในสมัย
บ้านชนบทจรดภาคหนึ่งถึงภาคใด
ล้วนแต่ใคร่ได้เห็นเด่นรับลม
หน้าต่างกว้างอย่าง 2 บานกาลก่อนนั้น
ต้องมีอันพลันหายไปไม่เหมาะสม
สมัยนี้ที่เปลี่ยนไปใจนิยม
ต่างชื่นชมเหมาะสมไม่ในบ้านเรา

ผู้เขียนมองรูปร่างของคนหนึ่งขณะที่ยืนตัวตรงจะแตกต่างไปจากการมองของคนอื่น ๆ บ้างเล็กน้อย แต่ใช่ว่าผู้เขียนจะเป็นคนที่แตกต่างไปจากผู้อื่น ๆ หากว่าผู้เขียนกำลังมองและคิดเชิงเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ ในโลกในธรรมชาตินี้ซึ่งก็รวมทั้งสัดส่วนและอิริยาบถของคนเข้าด้วยกัน
ทั้งนี้ด้วยความหวังว่า ผู้อ่านทั้งหลายน่าจะพิจารณาเชิงเปรียบเทียบไปพร้อม ๆ กับผู้เขียนและมองถึงความเป็นหนึ่งเดียวของสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาตินั่นเอง
เมื่อพิจารณาอิริยาบถของคนคนหนึ่งดังที่กล่าวมาแล้วนี้
ณ ที่นี้ผู้เขียนขอแบ่งส่วนของร่างกายออกเป็นส่วนหลัก 3 ส่วนตามความคิดของผู้เขียนเองโดยไม่ได้อิงวิชาการโดยตรงแต่ประการใดดังนี้
1. ส่วนหัวซึ่งนับว่าเป็นส่วนที่สั้นเทียบกับอีก 2 ส่วน
แต่ส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่มีความลี้ลับค่อนข้างมากในความคิดของผู้เขียน
ส่วนหัวเป็นส่วนที่รวมแหล่งรับความรู้สึกต่าง ๆ ของเราเกือบทุกอย่าง คือ ปาก หู ตา จมูก และลิ้น
ทั้งนี้ส่วนหัวยังห่อหุ้มสมองที่เปรียบประหนึ่งเป็นกองบัญชาการอีกด้วย
นอกจากนี้ ผมบนศีรษะของคนนั้นเปรียบประหนึ่งเป็นสิ่งคุ้มแดดและคุ้มฝนที่ทำหน้าที่คล้าย ๆ กับหลังคาของบ้านฉะนั้น
2. ส่วนตัวที่นับตั้งแต่คอลงมาจนถึงต้นโคนขาทั้ง 2 ข้าง
ส่วนตัวเปรียบประหนึ่งโรงงานโรงหนึ่งซึ่งมีเครื่องจักรต่าง ๆ ทำงานอยู่และเป็นส่วนที่ทำให้ชีวิตดำเนินอยู่ได้เช่นเดียวกับการคงอยู่ของโรงงานแห่งนั้น
นอกจากนี้ ส่วนตัวนั้นยังเปรียบประหนึ่งเป็นตัวบ้านซึ่งเป็นส่วนของที่พักอาศัยโดยรวมอีกด้วย
3. ส่วนขาที่นับต่อจากส่วนที่ 2 ดังกล่าวแล้วนั้น
ส่วนขาเป็นส่วนซึ่งเกี่ยวข้องกับอิริยาบถของคนแต่ละคนเป็นส่วนใหญ่และเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ด้วย
ส่วนขาจึงเปรียบประหนึ่งหน่วยประสานงานของบริษัทแห่งหนึ่ง
ส่วนขานี้เองที่นับว่ายาวเมื่อเปรียบเทียบกับอีก 2 ส่วนนั้น
ณ ที่นี้จึงอยากเปรียบเทียบส่วนขากับส่วนใต้ถุนบ้านของบ้านในชนบทที่อยู่ในท้องที่ลุ่มโดยมีลักษณะเป็นที่โล่งสูงโปร่งและรับลมตามหัวเรื่องของเรื่องนี้นั่นเอง

บ้านทรงสูงและใต้ถุนโล่งแต่ละหลังในชนบทแห่งต่าง ๆ ล้วนแต่มีลักษณะของการใช้งานที่สอดคล้องกับสภาวะของท้องถิ่นและธรรมชาติ ณ แห่งนั้น
ทั้งนี้ ในสมัยก่อน ๆ นั้นชาวชนบทซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านตามลักษณะนี้ย่อมจะไม่เป็นทุกข์กับสภาวะตามฤดูกาลที่เป็นไปในแต่ปี
อีกทั้งยังปรับกายและใจให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
ฤดูแล้งหรือฤดูร้อนของทางราชการ
บ้านของเขาก็รับลมเป็นอย่างดี
เพราะว่าตัวบ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยอยู่ชั้นบนนั้นมีหน้าต่างแต่ละแห่งเป็นบานคู่ที่เปิดออกรับลมได้เกือบจะ 180 องศาทำนองเดียวกันกับประตูบ้านบานคู่นั่นเอง
อีกทั้งไม่มีเหล็กดัด
โดยเฉพาะไม่มีมุ้งลวดที่สกัดและกรองลมไปไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าบ้านหลังหนึ่งอยู่ในที่โล่งและตำแหน่งของหน้าต่างแต่ละบานอยู่ที่ต่าง ๆ อย่างเหมาะสมก็จะยิ่งให้ผลดีเป็นทวีคูณ
ในเวลากลางวันเขาก็จะอาศัยอยู่และทำกิจกรรมต่าง ๆ ณ บริเวณของใต้ถุนของบ้านซึ่งเป็นที่สูงโปร่งและรับลมได้ดีเกือบตลอดเวลา
ฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูที่ชุ่มฉ่ำ
เขาเหล่านั้นต่างจะดีใจเป็นอย่างยิ่งที่มีฝนตกต้องตามฤดูกาลเพราะนั่นหมายถึงว่า การเพาะหว่านของเขาจะได้ผลที่ดียิ่ง
อีกทั้งเขาไม่ต้องกังวลว่า หลังคาบ้านจะรั่ว
เพราะว่าบ้านของเขานั้นเป็นบ้านหลังคาทรงจั่วสูงที่สร้างเลียนแบบกันมาหลายชั่วอายุคนอย่างถูกต้องตามหลักวิชา (โดยเขาเองก็ไม่รู้)
ฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวเย็น
เขาก็จะก่อไฟผิงกัน ณ บริเวณลานโล่งแจ้งที่อยู่ใกล้ ๆ กับใต้ถุนบ้านของเขา
ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการสุมไฟเพื่อให้มีควันและก็ไล่ยุงให้กับสัตว์เลี้ยงไปพร้อม ๆ กันด้วย
แล้วก็สนทนากันอย่างมีความสุข
ฤดูน้ำหรือฤดูน้ำหลากที่มีน้ำไหลมาท่วมท้องที่ลุ่มทั้งหลาย
เขาก็ไม่เดือดร้อน
เพราะเขามักไม่มีสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำไหล
น้ำจึงไม่ได้ไหลเชี่ยว
เขาจึงถือโอกาสหาสัตว์น้ำต่าง ๆ
และเขาก็ได้จังหวะในการกักเก็บน้ำไว้ในสระน้ำอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ในสมัยนั้นจึงไม่มีการสูญเสียจากอุทกภัยดังเช่นทุกวันนี้
ผลดีประการต่าง ๆ ที่มีต่อคนชนบทในสมัยก่อนนั้น
หาได้เป็นเรื่องโชคชะตา
หรือเป็นความกรุณาปราณีของธรรมชาติที่มอบให้
หากแต่ว่าเกิดขึ้นจากความเหมาะสม
ความพอดี
ความพอเพียง
และความถูกต้องของการเป็นอยู่
ทั้งนี้รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของเขาที่เลียนแบบกันมาเชิงอิงหลักของวิชา (โดยไม่รู้ตัว)
โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์ ดังเช่น บ้านทรงสูงและรับลมตามที่เราได้กล่าวมาแล้วภายใต้หัวเรื่องสูงโปร่งและรับลมฉะนี้
อนึ่ง ผู้เขียนต้องขออภัยผู้อ่านซึ่งต้องการเนื้อหาสาระเชิงการคำนวณ เพราะว่า สูงโปร่งและรับลมเรื่องนี้มีสาระเชิงบรรยายทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม หากผู้อ่านได้คิดไปพร้อม ๆ กับที่กำลังอ่าน
หรือคิดหลังจากที่ได้อ่านจนจบแล้ว
ผู้เขียนหวังว่า ผู้อ่านจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ที่คุ้มค่าเวลาของผู้อ่าน
อนึ่ง ผู้เขียนขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานเขียนฟิสิกส์ของผู้เขียน
ทั้งนี้ผู้เขียนต้องการสรรคุณค่าเชิงวิชาการสู่สังคม
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
6 มกราคม 2554

9,000 บีทียู

Jan 4, 2011 by     Comments Off on 9,000 บีทียู    Posted under: Physics, Poems, Uncategorized

9,000 บีทียู

บีทียูรู้จำนวนชวนให้คิด
ใช่น้อยนิดติดใจใคร่ค้นหา
จากเก้าพันเปลี่ยนเป็นเช่นใดหวา
สองหมื่นกว่าครานี้ที่ตกใจ
พลังงานผลาญไปกับไฟฟ้า
เหมือนดังว่าน่าตระหนกตกใจหลาย
ครั้นจ่ายเงินหาเพลินไม่ใจแทบวาย
อยากใคร่ตายหน่ายจังชังตัวเอง

ถึงแม้ว่าในระบบหน่วยเอส-ไอ (S-I Unit System) ได้ระบุหน่วยของพลังงาน (Energy) ที่ถือว่าเป็นสากลร่วมกัน คือ จูล (joule “J”) แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีผลที่เป็นรูปธรรมเฉพาะคนในกลุ่มแขนงวิชาฟิสิกส์กลุ่มหนึ่งเท่านั้น
หาได้ใช้กันอย่างทั่วถึงอย่างเป็นสากลไม่
ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงเห็นว่า คนไทยที่รับอิทธิพลจากทุกภูมิภาคของโลกจึงจำเป็นจะต้องรู้ไว้อย่างกว้างขวางและครบถ้วน
มิฉะนั้น อาจจะสื่อสารกันได้โดยยากและรับรู้ถึงสิ่งเดียวกันที่แตกต่างกันออกไปโดยเฉพาะในชีวิตประจำวัน
หัวเรื่อง 9,000 บีทียูเรื่องนี้เป็นสาระที่เกี่ยวกับพลังงานโดยตรง
หากแต่ว่าหน่วยพลังงานเป็นบีทียู (Btu) หรือ (Bthu) ซึ่งเป็นอักษรตัวย่อของคำเต็มที่มีความหมายว่า หน่วยความร้อนอังกฤษ (British thermal unit) ก็ยังนิยมใช้สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิดเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ยอมใช้เป็นอย่างอื่นเลย
กล่าวคือ เครื่องปรับอากาศ
นอกจากนี้ ก็มีหน่วยพลังงานอย่างอื่นอีก เช่น แคลอรี (calorie “cal”)
9,000 บีทียูเป็นค่าพลังงานต่ำสุดของเครื่องปรับอากาศเครื่องหนึ่ง
หรือจะเป็นการระบุถึงเครื่องปรับอากาศเล็กสุดเครื่องหนึ่งตามที่มีขายอยู่
ส่วนขนาดที่เรียกตามการใช้พลังงานที่สูงขึ้นว่า ใหญ่ขึ้น ๆ นั้นจะต้องบริโภคพลังงานมากขึ้นถัด ๆ ไป คือ ขนาด 13,000 บีทียูและขนาด 18,000 บีทียู ฯลฯ
เพียงรับรู้จากตัวเลขที่เครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่องว่า จะต้องบริโภคพลังงาน โดยในกรณีนี้ คือ พลังงานไฟฟ้า (Electrical Energy) เราคงรู้สึกแหยง ๆ กันแล้ว
1 บีทียู คือ พลังงานความร้อน (Thermal Energy) ซึ่งทำให้น้ำมวล 1 ปอนด์ (Pound “lb”) มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง 1 องศาฟาเรนไฮต์ (Fahrenheit Degree)
ทั้งนี้ 1 บีทียูเท่ากับ 251.997 แคลอรีเท่ากับ 1055.06 จูล
ปรากฏว่า บีทียูเป็นหน่วยที่ใหญ่กว่าทั้งแคลอรีและจูล
ดังนั้น เราเคยรู้สึกแปลกใจและตกใจกับตัวเลขตามที่ระบุถึงพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 9,000 บีทียูหรือ 18,000 บีทียู ณ เครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่องต้องบริโภคแล้วนั้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังจะเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าหากว่าเราระบุไว้เป็นแคลอรีหรือจูลประมาณ 1 ใน 250 ส่วนหรือประมาณ 1 ใน 1,055 ส่วนเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ ตามที่บริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ นิยมระบุค่าการบริโภคพลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่องไว้เป็นบีทียูบริษัทผู้ผลิตทั้งหลายคงจะได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดีแล้ว
ตั้งแต่นี้ต่อไปเราจึงควรตระหนักกันดังนี้
เครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่องต่างบริโภคพลังงานมากอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกัน ต่างก็ถ่ายโอนพลังงานความร้อนออกสู่อากาศและสู่สิ่งแวดล้อมโดยรวมอย่างมากด้วยเช่นกัน

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
4 มกราคม 2554

2010 in review

Jan 3, 2011 by     Comments Off on 2010 in review    Posted under: Uncategorized

The stats helper monkeys at WordPress.com mulled over how this blog did in 2010, and here’s a high level summary of its overall blog health:

Healthy blog!

The Blog-Health-o-Meter™ reads This blog is doing awesome!.

Crunchy numbers

Featured image

A Boeing 747-400 passenger jet can hold 416 passengers. This blog was viewed about 1,300 times in 2010. That’s about 3 full 747s.

In 2010, there were 102 new posts, not bad for the first year! There were 95 pictures uploaded, taking up a total of 110mb. That’s about 2 pictures per week.

The busiest day of the year was September 13th with 42 views. The most popular post that day was เสียงทุ้มเสียงแหลม.

Where did they come from?

The top referring sites in 2010 were facebook.com, mail.yahoo.com, bodin3.ac.th, mail.live.com, and autoinsuranceinfoonline.com.

Some visitors came searching, mostly for มาตรไฟฟ้า, หลอดชนิดไส้, and ความแตกต่างระหว่างมวลและน้ำหนัก.

Attractions in 2010

These are the posts and pages that got the most views in 2010.

1

เสียงทุ้มเสียงแหลม September 2010

2

ถามมาถ้าตอบได้จะตอบทันทีคำถามที่ 1 October 2010

3

บริการสังคมจากผู้เขียน August 2010

4

มาตรกำลังไฟฟ้า (Wattmeter) September 2010

5

กฎของนิวตันกฎหนึ่งตอนที่ 2 September 2010

GenPhysics Problem 6

Jan 1, 2011 by     Comments Off on GenPhysics Problem 6    Posted under: Mechanics, Physics, Uncategorized

GenPhysics Problem 6

สมมติ ขณะที่เราแขวนปลายข้างหนึ่งของโซ่เส้นหนึ่งไว้ ณ ตำแหน่งหนึ่งซึ่งอยู่สูงจากพื้น h เมตร ณ ขณะนั้นปลายล่างอีกข้างหนึ่งของโซ่เส้นนี้จรดกับพื้นพอดี
เมื่อปลายบนของโซ่เส้นนี้หลุดจากตำแหน่งที่แขวนนั้นจะทำให้ส่วนของโซ่เส้นนี้ค่อย ๆ กองลงบนพื้น ณ แห่งนั้น
ถ้าโซ่เส้นนี้มีความหนาแน่นมวลเชิงเส้น (Linear mass density) ดังนี้กล่าวคือ a กิโลกรัมต่อเมตร
จงหาขนาดแรงสุทธิแรงหนึ่งที่พื้น ณ แห่งนั้นกระทำกับโซ่เส้นนี้ ณ ขณะที่เส้นโซ่เส้นดังกล่าวหลุดจากตำแหน่งที่แขวนตำแหน่งนั้นลงมา y เมตร
ตอบ 3agy นิวตัน

แนวคิด
แรงสุทธิแรงหนึ่งซึ่งพื้น ณ แห่งนั้นทำกับโซ่เส้นนี้ ณ ขณะหนึ่งมี 2 ส่วนดังนี้
1. แรงแรงหนึ่งที่ต้านต่อแรงแรงหนึ่งที่กดลงบนพื้นอันเนื่องมาจากแรงโน้มถ่วง แรงหนึ่งที่ทำต่อโซ่ส่วนนี้
ทั้งนี้ขนาดของแรงแรงนี้ คือ agy นิวตัน
2. แรงแรงหนึ่งที่ต้านต่อแรงแรงหนึ่งเนื่องจากการเคลื่อนที่ของโซ่ส่วนนี้
ทั้งนี้ขนาดของแรงแรงนี้ คือ 2agy นิวตัน
อนึ่ง การพิจารณาขนาดของแรงแรงหนึ่งดังกรณีนี้เราต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อันหนึ่งของแรงภายนอกแรงหนึ่งกับอัตราโมเมนตัมที่เปลี่ยนตามที่เรานิยมกล่าวถึงกันในนามสมการการเคลื่อนที่เชิงเส้นสมการหนึ่ง

ข้อคิด GenPhysics Problem 6 ข้อนี้อาจจะยากกว่าระดับปัญหาพื้นฐานของระดับมัธยมศึกษาตอนปลายบ้างเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนคาดหวังดังนี้
กล่าวคือ คงไม่เกินความสามารถของผู้ที่ต้องการศึกษาฟิสิกส์อย่างแน่นอน

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
1 มกราคม 2554