Archive from April, 2011

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1

Apr 4, 2011 by     2 Comments    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

 

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1
16 กรกฎาคม พ.ศ. 2512
ณ แหลมเคเนดี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
ณ ศูนย์ควบคุมยานอวกาศของสหรัฐฯ เจ้าหน้าทั้งหลายซึ่งมีจำนวนเรือนร้อยคนต่างเฝ้าดูผลของการตรวจสอบการนับถอยหลังด้วยใจจรดจ่อจากแสงแวบ ๆ วาบ ๆ บนแผงสัญญาณแผงหนึ่ง ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่
ทั้งนี้แผงสัญญาณทุกแผงบอกว่า “ไป” และก็ “ติดเครื่อง” แล้วจรวดท่อนที่ตั้งตระหง่านอยู่นั้นก็ทะยาน “ขึ้น” สู่ท้องฟ้าอย่างสง่างาม
เสียงคำรามอย่างกึกก้องดังขึ้นจากเครื่องยนต์ 5 เครื่องของจรวดท่อนแรก
ณ เวลาขณะนั้นนักบินอวกาศทุกคนต่างเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับแรงปะทะที่เขาจะได้รับจากการพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเร็วและฉับพลันของจรวดลำนี้
เครื่องยนต์ของจรวดลำนี้มีกำลังขับดันที่มากอย่างมหาศาล
ถึงแม้ว่าค่ากำลังขับดันที่มากอย่างมหาศาลดังกล่าว คือ เทียบได้กับผลจากมวลถึง 3 ล้านสี่แสนกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม ค่าดังกล่าวนี้ยังนับว่าเป็นอัตราพลังงานน้อยสุดที่จำเป็นสำหรับการขับดันจวดยักษ์ลำนี้ขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารดวงเดียวของโลก ณ ระยะเฉลี่ยจากโลกประมาณ 384,400 กิโลเมตร
ภายในช่วงเวลาอึดใจเดียวหลังจากการเดินเครื่องของเครื่องยนต์เครึ่องหนึ่ง ๆ ของจรวดสู่ดวงจันทร์ลำนี้ก็ดูราวกับว่าจรวดลำดังกล่าวกำลังทรงตัวอยู่เฉย ๆ เหนือผิวเปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกมาโดยรอบตามที่ปรากฏให้เห็นนั้น
ในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกหลังจากการเผยอตัวขึ้นจรวดลำนี้เคลื่อนที่ขึ้นไปได้สูงประมาณความยาวของตัวเองในขณะที่เครื่องยนต์เครื่องต่าง ๆ กำลังเผาผลาญมวลของเชื้อเพลิงอย่างหิวกระหายด้วยอัตราประมาณ 13,600 กิโลกรัมต่อวินาที
ดังนั้น ในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกดังกล่าวนั้นยานอวกาศลำนี้ก็มีมวลลดลงประมาณ 136 ตันทีเดียว
อนึ่ง ถ้ายานอวกาศลำดังกล่าวมีความรู้สึกก็จะรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นเบาไปโขอยู่
ทั้ง ๆ ที่มีการสิ้นเปลืองมวลเชื้อเพลิงไปทุก ๆ วินาที
แต่กำลังขับดันที่มีต่อยานอวกาศลำนี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้น ยานอวกาศลำดังกล่าวจึงพุ่งขิ้นด้วยอัตราเร็วแหนือเสียง
ด้วยเหตุนี้ นักบินอวกาศทุกคนจึงไม่ได้ยินเสียงคำรามอันกึกก้องของเครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง ๆ ดังกล่าวนั้นเลย
เชื่อหรือไม่เอ่ย
เมื่อเวลาผ่านไป 2 นาทีครึ่งจรวดท่อนแรกก็ขับดันหอคอยสูงหอนี้ขึ้นไปที่ระยะสูงถึง 64 กิโลเมตรด้วยอัตราเร็วเกือบ 9 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนั้นจรวดท่อนแรกก็หมดภารกิจแต่เพียงเท่านี้
ดังนั้น จรวดท่อนนี้จึงสลัดตัวออกมาจากคอยสูงหอนี้
โดยหกคะเมนตีลังกาลงสู่บรรยากาศแล้วตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
เมื่อมีการเผาผลาญเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลาและตอนนี้ยานอวกาศลำนี้ก็ปลดปล่อยจรวดแรกไปแล้วตอนนี้จึงมีมวลประมาณ 3 ใน 4 ของ ณ สภาวะเริ่มต้นสภาวะหนึ่ง
จรวดท่อนที่ 2 ท่อนหนึ่งเริ่มทำงาน
เครื่องยนต์ 5 เครื่องทำให้เกิดกำลังขับดันมหาศาล
โดยขับดันหอสูงหอดังกล่าวสู่แนวการเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งแนวหนึ่ง
ทั้งนี้ได้เคลื่อนที่ตัดข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและมุ่งไปทางทวีปอาฟริกา
ณ ขณะนี้ระบบนำวิถีระบบหนึ่งของหน่วยควบคุมหน่วยหนึ่งกำลังเปรียบเทียบตำแหน่งของจรวดลำนี้ ณ ขณะนั้นว่าตรงตามที่ได้ระบุไว้ในสมองกลของมันหรือไม่ ประการใด
ถ้าจำเป็นต้องปรับแก้แนวของการเคลื่อนที่ก็จะมีคำสั่งไปยังจรวดท่อนที่ 2 ท่อนนั้นทันที
แล้วย่อมยังผลให้มีการปรับแก้แนวเส้นทางให้ตรงตามประสงค์ได้
อนึ่ง ขณะที่ยานอวกาศลำนี้อยู่พ้นระดับความสูง 96 กิโลเมตรสัญญาณของการแยกหอคอยฉุกเฉินหอหนึ่งออกจากหัวจรวดลำนี้ก็ดังขึ้น
ทั้งนี้แสดงว่า ณ ตอนนั้นไม่จำเป็นต้องมีหอคอยฉุกเฉินหอนี้อีกต่อไป
หอคอยฉุกเฉินหอดังกล่าวจึงตกลงสู่โลกตามที่กำหนด
หลังจากที่เครื่องยนต์ของจรวดท่อนที่ 2 เครื่องนี้เดินเครื่องไปประมาณ 6 นาทีกว่า ๆ ยานอวกาศลำนี้มีอัตราเร็วที่ใกล้เคียงกับอัตราเร็วการโคจรรอบโลกรอบหนึ่ง ๆ
กล่าวคือ เร็วกว่า 2 หมื่น 4 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนั้นยานอวกาศลำดังกล่าวอยู่เหนือผิวโลกประมาณ 183 กิโลเมตร
จรวดท่อนที่ 2 ท่อนนี้ก็หมดภารกิจและแยกตัวจากยานอวกาศลำนี้
แล้วตกลงสู่โลกเช่นเดียวกับจรวดท่อนแรกท่อนนั้น
ตอนนี้เป็นหน้าที่ของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนหนึ่ง
ทั้งนี้จรวดท่อนนี้มีภารกิจเพื่อขับดันให้ยานอวกาศลำนี้มีอัตราเร็ววงโคจรอย่างเหมะสม
อนึ่ง เครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียวของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนดังกล่าวเดินเครื่องอยู่ประมาณ 2 นาที 45 วินาที
โดยที่ระบบนำวิถีระบบหนึ่งช่วยถือท้ายให้ยานอวกาศลำนี้มุ่งสู่แนวทางแนวหนึ่งของการโคจรอย่างถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในแผนของการเดินทางครั้งนี้
ครั้นหอคอยหอนี้ส่วนที่เหลืออยู่เบนหัวเข้าสู่แนวทางการเคลื่อนที่แนวหนึ่งตรงตามจุดประสงค์แล้วหน่วยควบคุมหน่วยหนึ่งจึงบังคับให้เครื่องยนต์เครื่องนี้ของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนั้นดับลงทันที
อย่างไรก็ตาม จรวดท่อนที่ 3 ท่อนดังกล่าวไม่ได้แยกตัวออกจากยานอวกาศลำนี้เหมือนกับจรวด 2 ท่อนก่อนหน้านั้น
ทั้งนี้จรวดท่อนที่ 3 ได้เผาผลาญเชื้อเพลิงไปเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
อีกทั้งยังมีภารกิจที่จะต้องทำอีกในโอกาสต่อไป
ณ ขณะนี้เวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 12 นาทีจากการปล่อยยานอวกาศลำนี้
อนึ่ง ยานอวกาศลำดังกล่าวกำลังโคจรในวงโคจรวงหนึ่งรอบโลก ณ ระดับความสูงประมาณ 185 กิโลเมตรด้วยอัตราเร็วถึง 2 หมื่น 8 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมงชั่วระยะหนึ่ง
ที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เสี่ยงภัยอย่างยิ่งของมนุษย์อวกาศ 3 คนของสหรัฐฯ สู่ดวงจันทร์ตามโครงการอะพอลโล 11 โครงการนี้
ผู้อ่านคนใดสนใจที่จะรับรู้ความตื่นเต้นของโครงการนี้ในอดีตที่ผ่านมา
โดยที่การเดินทางสู่ดวงจันทร์ในครั้งนั้นนับว่าเป็นการเดินทางหยุดโลกทีเดียว
ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านทุกคนได้ติดตามในโอกาสต่อไป

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
4 เมษายน 2554

ชั้นโทที่ชั้น 3

Apr 1, 2011 by     Comments Off on ชั้นโทที่ชั้น 3    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

ชั้นโทที่ชั้น 3
สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ พ.ศ. 2504
ณ ตู้รถไฟชั้น 3 ตู้หนึ่งของขบวนรถไฟขบวนหนึ่งที่มีจุดมุ่งหมายสู่สถานีปลายทาง คือ จังหวัดพิษณุโลกสถานีหนึ่ง
ผู้เขียน เพื่อนตกรุ่น 2 คน (โดยที่คนหนึ่งได้จากไปเพราะโรคหัวใจหลายปีแล้ว) และลูกศิษย์ใกล้ชิดอีก 1 คน (คนนี้ก็จากไปโดยไม่กลับมาอีกเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อนานมากแล้วเช่นกัน) กำลังสาละวนกับการจัดสัมภาระให้เข้าที่เข้าทางเพื่อไม่ให้กีดขวางแก่ผู้ร่วมทางคนอื่น ๆ
สัมภาระมาก ๆ อย่างนี้ต้องเสียค่าระวาง (เสียงดังมาจากชายในเครื่องแบบของรถไฟคนหนึ่งในขณะที่เขาคนนั้นกำลังเดินมุ่งตรงมายังพวกเรา)
จ่ายค่าสัมภาระซะดี ๆ มิฉะนั้นก็ไม่สามารถเดินทางไปรถไฟขบวนนี้ได้
ชายคนนั้นพูดย้ำด้วยเสียงอันดังและฟังได้อย่างชัดเจน
ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ต่างหันมามองทางกลุ่มของพวกเรา
ผู้เขียนยกมือไหว้พร้อมกับพูดด้วยเสียงอ่อนน้อมดังนี้
ผมขอความกรุณาเถอะครับ
ทั้งนี้ผมเป็นข้าราชการและต้องไปทำประโยชน์ต่อสังคมโดยตามคำเชิญโดยที่ผมไม่ได้เบิกค่าใช้จ่ายจากท่างราชการเลย
อีกทั้งลังไม้ใบหนึ่ง ๆ เหล่านี้ก็บรรจุอุปกรณ์ทางการศึกษาทั้งสิ้น
ถึงอย่างไรก็ต้องจ่ายค่าสัมภาระ
ชายคนนั้นพูดด้วยวาจาที่หนักแน่นและจริงจัง
พวกเราต่างมองหน้ากัน
ถ้ายังไม่ยอมจ่ายผมจะไปเรียนหัวหน้าเพื่อให้จัดการ
แล้วเขาก็เดินจากไป
ระหว่างนั้นพวกเราก็รีบจัดลังไม้ใบหนึ่ง ๆ เข้าใต้ที่นั่งจนเป็นที่เรียบร้อย
ขณะเดียวกันนั้นเพื่อคนหนึ่งพูดกับผมดังนี้
เฮ้ยพงษ์ ทางที่ดีลื้อไปแต่งชุดข้าราชการในห้องน้ำเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ทั้งนี้อั๊วคิดว่าเดี๋ยวเจ้านั่นก็ต้องกลับมาพร้อมกับหัวหน้าของเขาอย่างแน่นอน
ผู้เขียนเห็นด้วยกับข้อเสนอของเพื่อนคนนี้ (ทั้งนี้เพื่อนคนนี้เป็นคนเดียวที่ร่วมกลุ่มในครั้งนั้นที่ยังมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกับผู้เขียนในตอนนี้ แต่เพื่อนคนดังกล่าวนี้ก็ได้รับการผ่าตัดหัวใจเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วทั้ง ๆ ที่เขาเป็นผู้ที่เล่นกีฬาและออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ)
อนึ่ง โรคหัวใจนี้เป็นโรคที่ติดอันดับต้น ๆ ของคนไทยเลยหรือ
สักครู่หนึ่งชายคนนั้นก็เดินมาที่กลุ่มของพวกเราตามที่เขาบอกไว้ โดยมีชายในเครื่องแบบของรถไฟอีกคนหนึ่งเดินตามมาไม่ห่าง
เขาชี้มือมาทางพวกเราเพื่อให้หัวหน้าของเขารับรู้
ณ ตอนนั้นผู้เขียนยังคงอยู่ในอาการที่สงบ
หัวหน้า พวกไหนล่ะที่ต้องการลองดี
ชายคนนั้น กลุ่ม 4 คนนั่นแหละครับ
หัวหน้า คงเป็นพวกหากินตามงานวัด
ชายคนนั้น น่าจะใช่ขอรับ
หัวหน้า พูดด้วยเสียงดังมากเมื่อเดินเข้าถึงดังนี้
ทำไมพวกลื้อจึงไม่ยอมจ่ายค่าระวางสัมภาระ
แล้วสัมภาระที่ว่านั้นอยู่ที่ไหนล่ะ
ชายคนนั้น มองส่ายตาหาอย่างงง ๆ แล้วพูดดังนี้
อยู่ใต้ที่นั่งตามที่ต่าง ๆ แล้วขอรับ
หัวหน้า อย่างไรซะเมื่อมีสัมภาระมากอย่างนี้ก็ต้องจ่ายโดยที่ไม่มีทางขัดขืน
มิฉะนั้น ก็ต้องลงจากรถไฟขบวนนี้
ชายคนนั้น นั่นซิครับ
ผู้เขียน หันมาเผชิญหน้ากับคนทั้ง 2 เป็นครั้งแรกหลังจากที่ผู้เขียนแต่งเครื่องแบบข้าราชการชั้นโทตามคำแนะนำของเพื่อนดังที่กล่าวแล้วนั้น
หัวหน้า ข้าราชการชั้นโทด้วยหรือทั้ง ๆ ที่หน้าตายังอ่อนอย่างนี้
ทั้งนี้เสียงที่พูดนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก
ผุ้เขียน ครับ
หัวหน้า ทำงานที่ไหนล่ะ
ผู้เขียน จุฬาฯ ครับ
หัวหน้า น่าจะบอกกันซะตั้งแต่แรกก็น่าจะเรียบร้อย
หัวหน้า ลื้อน่าจะสอบถามให้เป็นที่เรียบร้อยก่อนที่จะไปรายงาน
นี่เป็นอาจารย์ชั้นโทจะไปทำประโยชน์ต่อสังคมเราก็น่าจะส่งเสริม
อีกทั้งยังจัดสัมภาระเข้าที่เข้าทางโดยไม่กีดขวางต่อผู้อื่น ๆ แต่ประการใด
หัวหน้า หันมาทางผู้เขียนพร้อมกับพูดดังนี้
เรียบร้อยไม่มีปัญหาหรอกครับ
ทั้งนี้เป็นความเข้าผิดกันเล็กน้อยเท่านั้นผมขออภัยแทนลูกน้องด้วย
ผมลาล่ะ อ้อ จะเดินทางไปที่ไหนล่ะ
ผู้ขียน อำเภอบางมูลนากครับ
หัวหน้า ดี แล้วตอนนั้นผมจะให้ลูกน้องมาช่วยยก
ผู้เขียน ขอบคุณครับ
แล้วทั้ง 2 คนนั้นก็เดินจากไป
โดยที่ชายคนนั้นยังไม่วายที่ชำเลืองตามายังทางพวกเราด้วย
ทั้งนี้ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ไม่สบายใจอย่างแท้จริง
ทั้ง ๆ ที่ข้าราชการชั้นโทของจุฬาฯ มีส่วนช่วยแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้
เนื่องจากผู้เขียนคิดว่า “ควรต้องปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้กับคนทั่ว ไป”
ไม่ใช่ดูที่การแต่งตัวดังกล่าวนั้น
อนึ่ง ปีดังกล่าวนั้นเป็นปีแรกที่ผู้เขียนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการชั้นโท โดยมีตำแหน่ง คือ อาจารย์ของภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาฯ
ทั้งนี้เนื่องจากว่า “ผู้เขียนจบหลักสูตรวิทยาศาสตร์ 5 ปีรุ่นแรกโดยได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ด้วย”
อย่างไรก็ตาม ไม่อยากบอกอัตราเงินเดือนหรอกนะ
งายน่ะ
เพราะว่าน้อยนิดจนสามารถพูดได้ว่า “ไม่พอยาไส้เลยล่ะ”

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
1 เมษายน 2554