ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์

May 19, 2011 by     Comments Off on ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์    Posted under: Astronomy

ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์ฉันนั่งคิด
ด้วยดวงจิตคิดไปใจผวา
ความสวยงามที่เห็นเช่นผ่านมา
ต้องถึงคราห่างหายในฉับไว
เรื่องอย่างนี้ที่ฉันเปรียบเทียบถึงนาง
ยามอยู่ห่างเมินไปช่างใจหาย
เคยเห็นหน้าเช้าค่ำสัมผัสกาย
เธอมาหน่ายไม่ใยดีฉันนี้คอย

ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์ดาวบริวารดวงเดียวของโลกดวงนี้เป็นอย่างไรเอ่ย

  • เราคงไม่เห็นดวงจันทร์ที่ปรากฏอยู่เป็นนิจในแต่ละรอบประมาณเกือบ 1 เดือนนี้
  • ไม่มีใครนั่งเคียงคู่กันขณะที่มองดูดวงจันทร์อยู่คู่กับดวงดาวดวงหนึ่ง ๆ
  • ไม่มีโอกาสรับรู้ช่วงข้างขึ้นและข้างแรม ทั้งนี้เราไม่มีโอกาสเห็นดวงจันทร์ตอนคืนวันเพ็ญ
  • ประเพณีของการไหว้ดวงจันทร์ต้องหมดไปในที่สุด
  • อนึ่ง ก็ไม่แน่ใจว่าประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยต้องหมดไปด้วยหรือไม่
  • ชายหนุ่มคนหนึ่ง ๆ และบรรดานักกวีทั้งหลายคงไม่มีโอกาสเปรียบเทียบความงามของใบหน้าของหญิงสาวคนใดคนหนึ่งที่งามดั่งดวงจันทร์วันเพ็ญอย่างแน่นอน นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดจากความคิดโดยสามัญสำนึกที่ไม่ได้ความรู้ทางวิชาการเลยแม้แต่น้อยนิด

เราลองมาพิจารณาต่อไปอีกสักเล็กน้อยดังนี้

  • เนื่องจากดวงจันทร์มีอิทธิพลเชิงความโน้มถ่วงต่อโลกของเราในขณะที่โคจรไปรอบ ๆ โลกครบ 1 รอบพร้อม ๆ กับการหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ โดยที่ผลจากการกระทำดังกล่าวนี้ทำให้เกิดน้ำทะเลขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุดเทียบกับระดับน้ำทะเลปกติอย่างละครั้งในช่วงเวลา 1 วันหรือ 24 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าไร้ดวงจันทร์ตามข้อสมมติจะต้องไม่เกิดพฤติกรรมนี้กับระดับน้ำทะเลโดยสิ้นเชิง ผลกระทบระยะยาวน่าจะมีต่อระบบนิเวศน์แถว ๆ บริเวณชายหาดและบริเวณที่น้ำทะเลขึ้นถึงอย่างแน่นอน
  • ตามปกติโลกของเราหมุนรอบตัวเอง 1 รอบในช่วงเวลา 1 วันหรือ 24 ชั่วโมงและโคจรตามวงโคจรวงหนึ่ง ๆ รอบดวงอาทิตย์ในเวลา 1 ปีหรือในช่วงเวลาประมาณ 365 วันตามที่รู้กัน ทั้งนี้แกนสมมติของโลกก็เอียงทำมุมประมาณ 66.5 องศากับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์หรือระนาบอีคลิปติก (Ecliptic plane) ระนาบหนึ่ง โดยแกนสมมติของโลกแกนนี้เอียงประมาณ 23.5 องศากับแนวยืนแนวหนึ่งด้วย

อ้อ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นดังนี้

กล่าวคือ แกนสมมติของโลกแกนนี้ไม่ได้อยู่คงตัวเช่นนั้นชั่วนิรันดร์ แต่มีการหมุนควง (Precession) ทีละน้อย ๆ ทั้งนี้มีเวลาครบรอบประมาณ 2 หมื่น 6 พันปี (บางคนอาจคิดว่าผมนั้นคิดมากจัง ช่วงเวลาที่นานมากอย่างนั้นเราจะเกิดแล้วก็และตาย ๆ สักกี่ครั้งกันหนอ) ณ ปัจจุบันมีข้อมูลว่าแกนสมมติของโลกแกนนี้ชึ้ไปที่แถว ๆ ดาวเหนือ และอีกประมาณ 1 หมื่น 3 พันปีจะชี้ไปแถว ๆ ดาววีกาของกลุ่มดาวรูปพิณ

อนึ่ง ถ้าชาติหน้ามีจริงและผมเกิดมาอีก โดยผมมีโอกาสเรียบเรียงเรื่องทำนองนี้ลงในที่หนึ่ง ๆ ดังนี้ เว็บไซต์ของผม คือ http://genphysics.wordpress.com/ และใน http://www.vcharkarn.com/sompongse ดังเช่นที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้ ผมก็คงอ้างถึงตัวเลขที่กล่าวถึงนี้เหมือนเดิม (แล้วคอยพบกันอีกนะครับ)

อนึ่ง ลักษณะการหมุนควงของแกนสมมติของโลกนี้ก็คล้าย ๆ กับการหมุนควงของลูกข่างลูกหนึ่ง ถ้าผู้อ่านคนใดคนหนึ่งเคยสังเกตมาบ้างก็ต้องพบความจริงดังนี้ กล่าวคือ ณ ขณะที่ลูกข่างลูกหนึ่งหมุนเร็วก็จะมีมุมหมุนควงเล็ก ๆ ตรงกันข้าม ตอนที่ลูกข่างลูกหนึ่งกำลังจะล้มมุมหมุนควงมุมหนึ่ง ๆ จะโต

นอกจากนี้ อยากให้ผู้อ่านได้สังเกตลีลาของนักเสก็ตสาวคนหนึ่งบนลานน้ำแข็งแห่งหนึ่งด้วย ทั้งนี้สาระทางวิชาการส่วนนี้ที่เรารู้จักกัน คือ โมเมนตัมเชิงมุม (Angular momentum) ของการหมุน ผมกล่าวถึงแกนสมมติของโลกดังกล่าวซะยืดยาว โดยที่ผมต้องการบอกแก่ผู้อ่านทุกคนดังนี้ กล่าวคือ ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์เป็นเวลานาน ๆ ย่อมมีผลต่อการเอียงของโลกนี้ ทั้งนี้ย่อมมีผลกระทบต่อฤดูกาลต่าง ๆ ณ ท้องที่หนึ่ง ๆ บนโลกนี้

  • ดังนั้น ต้องกระทบต่อการกสิกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ การเป็นอยู่ของมนุษย์โลกย่อมต้องเปลี่ยนไป ทั้งนี้เกิดจากผลกระทบเกี่ยวกับอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย น้ำ และภูมิอากาศ (Climate) ฯลฯ เช่นเดียวกัน สิ่งที่มีชีวิตโดยที่เราคำนึงถึงตนเอง คือ มนุษยเป็นที่ตั้งจะเป็นอย่างไรเอ่ย
  • ณ ที่นี้ขอปิดท้ายด้วยผลกระทบจากเทห์ฟ้า (Celestial bodies) ทั้งหลายที่ดวงจันทร์เคยเป็นหน้าด่านรับไว้ย่อมมีโอกาสมากที่จะมุ่งมาพิชิตโลก

ดังนั้น ทุกคนคงตระหนักเป็นอย่างดีว่าเราไม่ต้องรอสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือต่างแดนอื่น ๆ มาทำลายล้างโลกของเรา ทั้งนี้โลกคงแตกสลายไปก่อนที่เราจะสามารถหาวิธีป้องกันโลกจากความหายนะดังที่กล่าวมานี้ได้ ตอนนี้ผู้อ่านจำนวนหนึ่งคงหวาดผวาและหวั่นวิตกหลังจากที่อ่านเรื่องที่ผู้เขียนเรียบเรียงนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอให้ทุกคนนอนหลับและฝันดี ทั้งนี้โลกของเรายังคงมีดวงจันทร์ดวงนี้อยู่เคียงคู่ต่อไปชั่วนิรันดร์ โดยรอให้ผู้อ่านทุกคนเกิดมาชื่นชมความงามของท้องฟ้ายามราตรีอยู่เช่นนี้ ตราบเท่าที่มนุษย์โลกไม่รังแกธรรมชาติจนเกินกว่าที่ธรรมชาติจะสามารถรับได้

อนึ่ง ทุกคนโปรดรับรู้ดังนี้ สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาให้กับโลกใบนี้ในช่วงเวลาหลายพันล้านปี โดยอาจจะมากถึง 4 พัน 5 ร้อยล้านปีนั้น แต่มนุษย์ใช้ธรรมชาติหมดสิ้นไปหลายต่อหลายอย่างในช่วงเวลาแค่ไม่กี่พันปีของวิวัฒนาการของเรา นี่หรือ คือ ผู้ให้ตามที่ชอบพูดถึงกัน ตรงกันข้าม กลับเป็นผู้ที่ทำลายซะส่วนใหญ่

ผมขอขอบคุณผุ้อ่านทุกคนที่อ่านจนจบ
ได้โปรดแสดงความคิดเห็นกลับมาบ้างว่าท่านชอบอย่างไร หรือไม่ ประการใด


Comments are closed.