โลกของเรานี้ช่างดีจัง

May 7, 2011 by     Comments Off on โลกของเรานี้ช่างดีจัง    Posted under: Astronomy

โลกของเรานี้ช่างดีจัง

ณ ที่นี้จะกล่าวถึงโลกโดยสรุปดังนี้

  • โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในจำนวน 8 ดวงตามที่ยอมรับกันในปัจจุบันของระบบสุริยะระบบหนึ่งในดาราจักรทางช้างเผือกระบบหนึ่ง
  • โลกเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นดวงที่ 3 ถัดจากดาวพุธดวงหนึ่งและดาวศุกร์อีกดวงหนึ่ง ณ ระยะ 1 หน่วยดาราศาสตร์หรือประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร
  • โลกมีอายุราว 4.500 ล้านปี (นานอย่างไม่น่าเชื่อ) ทั้งนี้มนุษย์คนหนึ่งถ้ามีอายุอยู่บนโลกนี้ถึง 100 ปีก็นับว่านานโขอยู่แล้ว ดังนั้น ช่วงชีวิตของมนุษย์คนใดคนหนึ่งบนโลกนี้ช่างน้อยนิดเทียบกับอายุของโลก แต่ก็แปลกมากที่ช่วงเวลาอันสั้น ๆ ของคนคนหนึ่งบนโลกก็ก่อความเสียหายแก่โลกมากอย่างยิ่งอย่างแทบไม่น่าเชื่อ ผู้อ่านคนหนึ่ง ๆ ลองคิดดูเถอะว่า เรานั้นทำอะไรที่เป็นส่วนดีและส่วนเสียแก่โลกใบนี้บ้างในช่วงชีวิตของแต่ละคน
  • โลกเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะระบบนี้ที่เราเชื่อกันว่ามีสิ่งชีวิตอยู่ ความจริงสิ่งนี้ก็นับว่าอัศจรรย์อย่างเหลือหลาย แล้วเรายังคิดทำลายโลกของเรากันอยู่เช่นทุกวันนี้หรือ อนึ่ง เราคิดกันหรือไม่ว่าสักวันหนึ่งอาจจะถึงเวลาที่โลกต้องสิ้นอายุไขเพราะมนุษย์โลกอย่างเรา ๆ นี้เอง
  • โลกหมุนรอบตัวเองครบ 1 รอบในเวลา 1 วันขณะที่โคจรตามวงโคจรวงหนึ่ง ๆ รอบดวงอาทิตย์ในเวลา 1 ปี
  • แกนสมมุติแกนหนึ่งของโลกเอียงกับแนวยืนแนวหนึ่งประมาณ 23.5 องศา หรือทำมุมกับระนาบวงโคจรรอบโลกระนาบหนึ่งประมาณ 66.5 องศา อนึ่ง เราจึงสามาถกล่าวได้ว่าโลกวางตัวเอียง ๆ ในขณะที่หมุนรอบตัวเองและโคจรรอบดวงอาทิตย์ดังกล่าวนั้น ทั้งนี้การเอียงของแกนสมมุติของโลกแกนนี้เองที่ทำให้เกิดฤดูกาลต่าง ๆ ในพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งบนโลก
  • ปัจจุบันแกนสมมุติของโลกแกนนี้ชี้ไปในทิศทางสู่ดาวเหนือดวงหนึ่ง ทั้งนี้แกนสมมุติของโลกแกนดังกล่าวก็ชี้เปลี่ยนตำแหน่งไปอย่างช้า ๆ มาก โดยที่คาบของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนานถึงราว 2 หมื่น 6 พันปี และเราเรียกพฤติกรรมดังกล่าวว่า “การหมุนควง” อนึ่ง อีกราว 1 หมื่น 3 พันปีแกนสมมุติของโลกแกนนี้จะชี้ไปยังดาววีกาอีกดวงหนึ่ง
  • โลกมีดาวบริวารดวงหนึ่ง คือ ดวงจันทร์ ทั้งนี้ดวงจันทร์ไม่มีอากาศอย่างเช่นบนโลกของเรา อนึ่ง ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองและโคจรรอบโลกครบ 1 รอบในช่วงเวลาที่เท่ากัน คือ ประมาณ 27 กับอีก 1 ใน 3 ของวัน ดังนั้น เราจึงเห็นดวงจันทร์เฉพาะด้านที่หันเข้าหาโลกเพียงด้านเดียวเสมอ ดวงจันทร์เปรียบเสมือนยามเฝ้าบ้านให้แก่โลกของเรา โดยดวงจันทร์รับการชนของอุกกาบาตและดาวเคราะห์น้อยที่พุ่งเข้ามาก่อนที่จะมาสู่โลก ด้วยเหตุนี้ พื้นผิวที่แท้จริงของดวงจันทร์จึงเต็มไปด้วยหลุมแผลเป็นเนื่องจากการชนดังกล่าว โดยที่ไม่ได้เกลี้ยงเกลาเหมือนอย่างที่เรามองดูดวงจันทร์ด้วยตาเปล่านั้น ดังนั้น ตามที่เราชมว่า “หญิงสาวคนหนึ่งสวยดังดวงจันทร์นั้นจึงไม่น่าถูกต้องนัก” อนึ่ง ดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเองจึงต้องสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์มาสู่โลกให้ปรากฏแก่สายตาของคนที่มองดูดวงจันทร์ โดยพื้นผิวของดวงจันทร์ ณ พื้นที่หนึ่ง ๆ ก็สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ได้ดีต่างกัน ดังนั้น เราจึงเห็นพื้นผิวของดวงจันทร์ไม่ได้มีความสว่างที่เป็นหนึ่งเดียว
  • โลกและดวงจันทร์มีการดึงดูดแก่กันและกันในลักษณะของการดึงดูดเนื่องจากความโน้มถ่วง ทั้งนี้ผลที่เกิดขี้นเป็นกิจวัตรประจำวัน ณ โลก คือ น้ำขี้นสูงสุดและน้ำลงต่ำสุดเทียบกับระดับน้ำทะเลนั้นแล อนึ่ง ดวงอาทิตย์ก็มีอิทธิพลแก่โลกทำนองเดียวกันนี้ แต่อิทธิพลจากดวงอาทิตย์นั้นน้อยเทียบกับจากที่ได้รับจากดวงจันทร์ อันเนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกมาก ๆ นั่นเอง ทั้งนี้ในขณะเดียวกันการดึงดูดของโลกที่มีต่อดวงจันทร์ก็ทำให้ดวงจันทร์ยังคงโคจรรอบโลกในฐานะดาวบริวารดวงเดียวของโลกฉะนี้

อนึ่ง ผู้เขียนไม่ต้องการให้เรื่องหนึ่ง ๆ ที่ผู้เขียนนำเสนอต่อผู้อ่าน ณ ที่นี้ยาวจนน่าเบื่อ ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอยุติเนื้อหาสาระที่น่าสนใจนี้ไว้เพียงเท่านี้ก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้อ่านคนใดคนหนึ่งคิดว่าเรื่องต่าง ๆ ที่ผู้เขียนนำเสนอต่อส่วนรวมนี้มีประโยชน์และเป็นที่น่าสนใจ กรุณาแสดงความคิดเห็นให้ผู้เขียนรู้ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง

ท้ายสุดนี้ผู้เขียนขอตั้งข้อคิดไว้เป็นประเด็นให้ทำความเข้าใจดังนี้

  1. ถ้าแกนสมมุติของโลกแกนดังกล่าวเอียงมากขึ้น ๆ ขณะที่หมุนควงนั้นจะเป็นอย่างไร
  2. ถ้าแกนสมมุติของโลกแกนนี้อยู่ในแนวยืนแนวหนึ่งหรือไม่เอียงเลย กล่าวคือ ทำมุม 90 องศากับระนาบวงโคจรวงหนึ่ง ๆ ของโลกรอบดวงอาทิตย์ จะมีผลกระทบอย่างไรหรือไม่ เช่น ฤดูกาล ภูมิอากาศ อุณภูมิ น้ำขึ้นและน้ำลง และการดำรงชีวิตบนโลก
  3. ลองคิดเปรียบเทียบการหมุนรอบตัวเองและการหมุนควงของโลกกับการหมุนของลูกข่างที่มีการหมุนควงลูกหนึ่งและการเคลื่อนที่ของนักสเก็ตบนลานน้ำแข็งคนหนึ่ง
  4. ถ้า ณ วันหนึ่งดวงจันทร์หายไปจากโลกอย่างฉับพลันจะเป็นอย่างไรเอ่ย

Comments are closed.