Archive from January, 2012

หนังสือฟิสิกส์มหาวิทยาลัย 2 โฉมใหม่ เล่ม 4

Jan 25, 2012 by     Comments Off on หนังสือฟิสิกส์มหาวิทยาลัย 2 โฉมใหม่ เล่ม 4    Posted under: General, Physics

หนังสือฟิสิกส์มหาวิทยาลัย 2 โฉมใหม่ เล่ม 4 แม่เหล็กไฟฟ้าตอนที่ 1 ได้ทำการปรับปรุงจากหนังสือฟิสิกส์มหาวิทยาลัยของผู้เขียนที่ได้รับรางวัลสมนาคุณจากโครงการส่งเสริมการผลิตตำราและหนังสือ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Read more »

ผู้ใหญ่และเด็กตอนที่ 1

Jan 20, 2012 by     Comments Off on ผู้ใหญ่และเด็กตอนที่ 1    Posted under: Uncategorized

ผู้ใหญ่และเด็กตอนที่ 1

ทารกนี้เกิดมาคราเยาว์วัย
เป็นอย่างไรรู้ไหมไร้เดียงสา
ตัวเจ้านี้มีแต่แค่กายา
แม้ปัญญาน้อยนิดหาติดใจ
พ่อแม่หรือผู้ให้ได้ทุกอย่าง
ไม่ยอมห่างผูกพันอันสดใส
ถนอมเจ้าเช้าค่ำมิหนำใจ
มีหทัยแก่เจ้าเท่าชีวัน
ลูกร้องนิดชิดใกล้เร็วไวนัก
โอ้ลูกรักหลอกล่อต่อจอมขวัญ
ปลอบประโลมอย่างไรใคร่รู้กัน
พ่อแม่นั้นตระหนักรักสุดใจ
ลูกหยุดร้องจ้องแม่แลตาแป๋ว
โอ๋หยุดแล้วพูดไปไม่สงสัย
แม่พูดซ้ำอย่างนี้นี่กระไร
ลูกนั้นไซร้ไม่รู้สู่ถ้อยความ
จากไออุ่นโอบแม่แค่สัมผัส
ลูกรู้ชัดแม่ข้าฯ หาสอบถาม
ธรรมชาติอย่างนี้ที่ดีงาม
ทุกผู้นามน้อมรับกับที่เป็น
ลูกดูดดื่มนมแม่แต่ก่อนมา
ปรารถนาอย่างนั้นฉันอยากเห็น
โบราณกาลก่อนนี้มิยากเย็น
ไม่ต้องเค้นกู่ก้องร้องบอกกัน
ลูกและแม่แลตาคราลูกดูด
ไม่ต้องพูดรู้ได้ใคร่สุขสันต์
แม่และลูกสื่อรักประจักษ์พลัน
สายสัมพันธ์มีได้ในฉับไว
ลูกหลับได้เร็วไวในอ้อมกอด
ไม่ต้องพรอดวาจาว่าไฉน
แม่สุขจิตสุขแท้อยู่แก่ใจ
แม่สุขใจลูกแม่แค่ได้ยล

ผู้ใหญ่ นั่งดูทีวีกันทั้งวี่ทั้งวัน
อ้าว เล่นเกมส์ล่ะซี
ทำการบ้านเสร็จแล้วหรือ
แล้ววันนี้ต้องเรียนพิเศษอีกหรือเปล่าล่ะ
ผลการสอบครั้งที่แล้วเป็นอย่างไรบ้างไม่เห็นเอามาให้ดูเลย
ต้องเร็ว ๆ หน่อยนะ
พ่อต้องรีบไปติดต่อธุรกิจ
เออ บอกแม่ด้วยว่าวันนี้พ่อไม่กินข้าวมื้อเย็นที่บ้านเพราะพ่อต้องพบกับเพื่อน ๆ ในตอนค่ำ
อ้อ แล้วพ่อจะกลับดึกหน่อย

เด็ก (เงียบ)
แล้วเดินเลี่ยงไปที่ห้องส่วนตัวอยู่พักใหญ่
เมื่อแน่ใจว่าพ่อไปแล้วจึงกลับมานั่ง ณ ที่เดิมนั้นอีก

ผู้ใหญ่ นี่นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรเอ่ย
แล้วตื่นนอนมาตอนไหนล่ะ
คงจะตื่นนอนหลัง 9 น.ล่ะซี
แล้วพบกับพ่อและคุยกับพ่อบ้างหรือเปล่าล่ะ
พ่อออกไปตั้งแต่เมื่อไร
พ่อสั่งให้บอกอะไรกับแม่บ้างหรือไม่
เดี๋ยวแม่จะต้องรีบไปที่ร้านเสริมสวยและจะไปธุระต่อ
ลูกมีอะไรที่จะบอกกับแม่หรือไม่
ถ้ามีก็เร็วหน่อยก็แล้วกัน

เด็ก (เงียบ)
แล้วเดินเลี่ยงไปที่ห้องส่วนตัวอยู่พักใหญ่เหมือนเดิมนั่นแหละ
เมื่อแน่ใจว่าแม่ไปแล้วจึงกลับมานั่ง ณ ที่เดิมนั้นอีก

เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นแก่ครอบครัวนี้เสมอมา
ครั้งแล้วก็ครั้งเล่า
จนกลายเป็นความเคยชิน

ผู้ใหญ่ ใครมีอะไรสงสัยเกี่ยวกับที่ครูสอนไปแล้วนั้นบ้างไหม
ถ้ามีก็ถามตอนนี้
ถ้ำไม่มีก็ทำการบ้านที่ครูสั่งเมื่อสักครู่นี้ก็แล้วกัน
อ้าว ไม่มีใครถามอะไรหรือ …

เด็ก (ยกมือขึ้นและถามดังนี้)
เมื่อเช้านี้ครูกินข้าวกับอะไรครับ
(มีเสียงฮาดังลั่นจากเพื่อนคนอื่น ๆ และมีคนหนึ่งพูดสอดขึ้นดังนี้ ก็กินข้าวกับกับซิวะไม่เห็นต้องถามเลย)
(อันที่จริง เด็กคนที่ถามนั้นอยากรู้ว่าอาหารมื้อเช้าของครูนั้นครบ 5 หมู่ตามที่ครูสอนแก่พวกเขาหรือไม่) …

ผู้ใหญ่ ก็นั่นน่ะซี
กระหนกนี้ถามอะไรไม่ได้เรื่องซะเลย

เด็ก ครูครับนกอะไรที่ตกก็แตกและนกอะไรที่ไม่เคยตกลงเลย

ผู้ใหญ่ อ้าว นี่สอนยิ่งนอกเรื่องกันไปใหญ่
ครูไม่ค่อยแน่ใจว่าคำตอบที่สอนต้องการนั้นจะตรงตามที่ครูคิดหรือไม่นะ
ดังนั้น คำถามของสอนนี้ครูยอมแพ้ก็แล้วกัน
สอนลองเฉลยให้เพื่อน ๆ รู้หน่อยซี

เด็ก สอนพูดเสียงดัง ๆ ดังนี้
นกอะไรที่ตกก็แตก คือ นกแก้วครับ
(เสียงเด็กคนหนึ่งพูดขัดจังหวะดังนี้ แล้วเหมือนกับสมญานามของนายกฯ หญิง … หรือไม่เอ่ย)
ส่วนนกอะไรที่ไม่เคยตกลงเลยนั้น คือ นกเขาครับ
(เสียงฮากันดังลั่นห้องเรียนเป็นที่ครื้นเครง)
(ในขณะเดียวดัน ครูที่มีอารมณ์เครียดก่อนหน้านั้นก็คลายลงและรู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างประหลาด)

ณ ตอนนี้ผู้อ่านคิดอย่างไรกันบ้างเอ่ย

เด็ก โตขึ้นผมอยากเป็นรัฐมนตรีครับ

ผู้ใหญ่ อย่างงั้นเธอต้องขยันเรียน

เด็ก เอ รัฐมนตรีบางคนเคยขยันพูดเท่านั้นนี่ครับ

เด็ก โตขึ้นผมก็อยากเป็นนายกรัฐมนตรีครับ

ผู้ใหญ่ นี่ก็ยิ่งต้องเรียนสูง ๆ
ต้องสนใจการบ้านการเมือง
และเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ หลาย ๆ สมัยหน่อย …

เด็ก เอ ผมไม่เห็นตรงตามที่ครูบอกนั้นเลยครับ

รศ.สมพงษ์ ใจดี

sompongsej@sjaidee-ebook.info
http://sjaidee-ebook.info/
sompongsej@yahoo.com

หนังสือฟิสิกส์มหาวิทยาลัย 2 โฉมใหม่ เล่ม 3

Jan 18, 2012 by     Comments Off on หนังสือฟิสิกส์มหาวิทยาลัย 2 โฉมใหม่ เล่ม 3    Posted under: General, Physics, Principles

หนังสือฟิสิกส์มหาวิทยาลัย 2 โฉมใหม่ เล่ม 3 ไฟฟ้ากระแสตรง ได้ทำการปรับปรุงจากหนังสือฟิสิกส์มหาวิทยาลัยของผู้เขียนที่ได้รับรางวัลสมนาคุณจากโครงการส่งเสริมการผลิตตำราและหนังสือ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Read more »

ห้าร้อยบาทเพื่ออยู่รอด

Jan 7, 2012 by     Comments Off on ห้าร้อยบาทเพื่ออยู่รอด    Posted under: Uncategorized

ห้าร้อยบาทเพื่ออยู่รอด
กว่าจะ 70 ปีของชีวิตนี้

ช่างนานเหลือเกินสำหรับช่วงเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา
ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยาก
ช่วงเวลาแห่งความลำเค็ญแสนเข็น
ช่วงเวลาของความโดดเดี่ยวและเดียวดาย
ช่วงเวลาที่หาความสุขไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
ช่วงเวลาที่อาศัยเศษเสี้ยวของผืนแผ่นดินไทย
ช่วงเวลาที่ต้องเร่ร่อนไปในแต่ละวัน

ชีวิตนี้อยู่ด้วยเงิน 500 บาทต่อเดือนเพื่อประทังชีวิต

นี่ล่ะหรือ คือ ชีวิต

พ่อคุณ ๆ ๆ … เสียงเรียกดังมาแต่ไกล
ข้าพเจ้าหันไปยังที่มาของเสียงนั้นอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
ข้าพเจ้มองเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังเดินตรงมายังแถว ๆ ที่ข้าพเจ้ายืนอยู่
ข้าพเจ้ายิ้มให้
แต่ก็ไม่น่าใจนักว่าชายชราคนนั้นจะเห็นได้ชัดเจนหรือไม่
ข้าพเจ้ายืนรออยู่ ณ ที่นั้นชั่วครู่หนึ่ง
ชายชราเดินใกล้เข้ามา ๆ และใกล้เข้ามา
ณ ตอนนี้ข้าเจ้าเห็นใบหน้าของชายชราคนนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ชายชราซึ่งเดินอย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวังโดยใช้ไม้เท้าค้ำยันด้วย
อีกทั้งยังเดินหลังค่อมเล็กน้อย
ขาทั้ง 2 ข้างโก่งและผอมบาง
ใบหน้าเหี่ยวย่น
ชายชรายิ้มอย่างเปิดเผยให้กับข้าพเจ้าด้วยแววตาของเศษเสี้ยวแห่งความสดชื่นเพียงเล็กน้อยเท่าที่จะฝืนทำได้
ข้าพเจ้าคาดว่าชายขราคนนี้คงจะมีอายุราว ๆ 80 ปีน่าจะได้
ชายชราพูดกับข้าพเจ้าด้วยเสียงที่สั่นเครือ
พ่อหนุ่ม … ชราหยุดพักเหนื่อยระยะหนึ่ง …
พ่อคุณช่วยตาหน่อยได้ไหม
จะให้ผมช่วยอะไรหรือครับพี่ … (ข้าพเจ้าถามกลับไป)
อะไรกันเรียกว่า “พี่” เชียวหรือ
นานแล้วที่ตาไม่เคยได้ยินคำนี้จากปากของคนอื่นเลย
พ่อคุณนี่ก็คงเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับลูกของตาคนหนึ่งที่หายไปไหนก็ไม่รู้ … โดยอายุสัก 50 ปีแล้วล่ะ
ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ก็น่าจะมาหาตาบ้าง
ตาก็แอบหลับนอนใกล้ ๆ บ้านของคนใจบุญคนหนึ่งแถว ๆ นี้ที่ยอมให้ตามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของเขา
ตาจึงมีโอกาสได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในแต่ละเดือนอยู่เดี๋ยวนี้
แล้วพี่จะพอใช้หรือ … ข้าพเจ้าถามในทันที
โธ่ พ่อคุณ … ก็ดีกว่าไม่ได้เลยนั่นแหละ
ตาเองก็เก็บของเก่าแถว ๆ นี้เท่าที่จะพอเดินไหว
แล้วก็ขายได้เงินบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ …
คุยกันซะนานแล้วพี่จะให้ผมช่วยทำอะไรหรือ
พ่อคุณ … ช่วยกดอะไร … ที่ตู้นั้นให้ตาหน่อย
ตาทำไม่เป็นหรอก
พร้อมกับยื่นสมุดบัญชีของธนาคารฯ เล่มหนึ่งมาให้และพูดต่ออีกดังนี้
นี่ตาก็มาหลายครั้งแล้ว
แต่ไม่มีเงินเข้าสักที
ส่วนมากก็ต้องมาอย่างน้อยเดือนละสัก 3 ครั้งหรือ 4 ครั้งกว่าจะได้
ไม่ค่อยตรงกำหนดของวันที่จะได้หรอกนะ
แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เลย … ชายชราพูดอีกครั้งหนึ่ง
ทำนองว่าขอบคุณต่อนโยบายของรัฐบาลอย่างสุด ๆ
ข้าพเจ้าจัดการให้
เมื่อรอครู่หนึ่งก็เรียบร้อย
โดยมีเงินเข้าบัญชีนั้นแล้ว
พี่มีเงินเข้าแล้วล่ะ … ข้าพเจ้าบอก
ชรายิ้มอย่างมีความสุข (นี่คงเป็นเวลาน้อยนิดที่ชายชราคนนี้พอจะรู้สึกถึงความสุขใจบ้าง)
อย่างงงั้นตาก็ต้องขอรบกวนต่ออีกสักหน่อยเถอะพ่อคุณเอ๋ย
ยังพอมีเวลาไหมล่ะ
ตาขอร้องล่ะ
ช่วยเข้าไปจัดการเบิกเงินให้กับตาสักหน่อยจะได้ไหม
อันที่จริง ข้าพเจ้าต้องรีบไปทำธุระต่อ
แต่ข้าพเจ้าก็ยินดีช่วยชราคนนี้ด้วยความเต็มใจ
ไปซีพี่ … ข้าพเจ้าพูด
ข้าพเจ้าจึงรู้ชื่อของชายชราคนนี้ คือ นายสุข ยั่งยืน
เมื่อจัดการให้เรียบร้อยแล้วชายชราก็บอกขอบใจต่อข้าพเจ้า
ทั้งนี้ก็ให้ศีลและให้พรตามประสาของคนไทยที่คิดว่าคนที่ตัวเองพูดอยู่นั้นเป็นผู้ที่มีอายุน้อยกว่าและได้ช่วยเหลือตน
ข้าพเจ้านึกอยู่ในใจดังนี้
คนจนอย่างชายชราคนนี้ก็หาได้จนต่อสิ่งที่ดีงามทั้งทางกาย วาจา และใจแม้แต่น้อยนิดไม่
อีกทั้งยังปรารถนาดีต่อผู้อื่นเป็นที่ตั้ง
ก่อนที่จะจากกันข้าพเจ้าถามดังนี้
ขอโทษเถอะพี่อายุเท่าไรล่ะ ส่วนผมนั้นตอนนี้ก็เลย 6 รอบไปแล้ว
ชายชราหันมองดูข้าพเจ้าอีกครั้งเป็นเวลานาน …
อะไรกันพ่อหนุ่ม
นี่พ่อหนุ่มมีอายุมากกว่าตาอีกหรือ
ตอนนี้ตามีอายุสัก 70 ปีน่ะ
อ้าว อย่างนั้นพ่อหนุ่มต้องเป็นพี่ของตาซี
ขอบคุณพี่ชาย … ชายชราพูดระคนเสียงหัวเราะ
ข้าพเจ้าเลยส่งธนบัตรให้ชายชรา 100 บาท
อย่าคิดดมากเลยนะ “น้องชาย”
นึกซะว่าเป็นโอกาสดีที่ได้รู้จักกัน
ผมชื่อสมพงษ์ครับ
ขอบคุณอย่างยิ่งพี่ … ตา … เอ๊ย น้องจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกโดยไม่ใช้ล่ะ
แล้วนายสุขก็ยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวลา
ขอให้โชคดีนะ
คงจะได้มีโอกาสพบกันอีก … ข้าพเจ้าพูด … โชคดีเช่นกัน

ผู้เขียนเรียบเรียงเรื่องนี้ขึ้นเพื่อสะท้อนความจริงส่วนหนึ่งของสังคมไทยที่ยังเหลื่อมล้ำกันอย่างมาก
ขณะที่บางคนดื่มไวน์จิบละหมื่น
กินอาหารมื้อละแสน
เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว
มีบัญชีธนาคารหลายเล่มจนสับสน
มีบ้านหลาย ๆ หลังทั้งในประเทศและนอกประเทศ

นี่หรือ คือ สังคมไทย
ดังนั้น แทนที่จะเป็น 500 บาทขอเป็นสัก 5,000 บาทต่อเดือนจะได้ไหม
อันที่จริง ถ้าคิดตามหลักของทางคณิตศาสตร์ก็ไม่เห็นยุ่งยากอะไรเลย
ทั้งนี้เพียงเติมเลข 0 ที่คนคิดว่าเป็นเลขไม่มีค่านี้เพียง 1 ตัวเท่านั้น
ก็จะลงเอยด้วยดี

ผู้เขียนขอเสียงสนับสนุนเพื่อกระตุ้นต่อมของผู้มีอำนาจด้วยเถอะ
ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วย

รศ.สมพงษ์ ใจดี

sompongsej@sjaidee-ebook.info
http://sjaidee-ebook.info/
sompongsej@yahoo.com

โดม ตอนที่ 2

Jan 4, 2012 by     Comments Off on โดม ตอนที่ 2    Posted under: Uncategorized

โดม
ตอนที่ 2
รักได้ก็เลิกได้ใช่เรื่องใหญ่

หลาย ๆ อย่างเราบอกให้ใครต่อใครทำได้
โดยคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ
แต่เมื่อตัวเองต้องเผชิญเรื่องทำนองเดียวกันนั้นก็กลายเป็นเรื่องยากไป
หมอทั้งหลายมักแนะนำคนไข้ในทางที่ดีทั้งสิ้น
เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำมาก ๆ อย่าคิดมากโดยไม่มีเหตุผล ไม่ดื่มของมึนเมาทั้งปวง ต้องพักผ่อนอย่างพอเพียง และ …
แต่หมอน้อยคนนักที่สามารถทำได้ตามที่พูดนั้นอย่างสม่ำเสมอ
นี่ คือ สัจธรรมของมนุษย์โดยแท้

ชอบหรือรักรู้ได้ในทุกคน
แม้สับสนบางครั้งดั่งใจหมาย
ชอบคนนั้นคนนี้ที่วุ่นวาย
บ้างก็หน่ายเป็นไปได้เช่นกัน
ชอบหลายคนเป็นไปตามใจเรา
คล้ายความเขลายามนี้ที่สุขสันต์
เร่งเวลาเร็วไวในทุกวัน
สุดท้ายนั้นรักล่มตรมตรอมใจ

โดมเป็นชายทั้งกายและใจ
โดมจึงชอบใครต่อใครมาหลายต่อหลายคน
แต่นั่นก็เป็นการชอบที่อยู่แต่เพียงในใจของเขาเรื่อยมา
โดยอาจจะเรียกว่า “แอบชอบ” ก็คงไม่ผิดนัก
หรืออาจจะเป็นการชอบตามวัยของทุก ๆ คนก็เป็นได้
โดยถือซะว่าเป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนไป
ทำนองเดียวกัน คือ ไม่ทันที่จะลืมคนเก่าก็ชอบคนใหม่อีกแล้ว
อย่างนี้จะเรียกว่า “โดมเป็นคนหลายใจไหมหนอ”

แน่นอนที่สุด คือ โดมชอบเฉพาะสาว ๆ เท่านั้นนะ
หาได้ชอบผู้ชายแม้แต่คนเดียวไม่
ในสมัยนั้นผู้ชายคนใดจะชอบผู้หญิงสักคนก็ไม่ต้องกังวลใจว่าคนที่ตัวเองชอบนั้นจะเป็นหญิงจริงหรือไม่
โดยเรื่องเช่นนี้คงไม่อยู่ในความนึกคิดของผู้ชายสมัยนั้นเลยแม้แต่น้อย
เพราะว่าไม่มีการกล่าวถึงและไม่ปรากฏว่ามีหญิงประเภท 2 ให้ต้องแคลงใจเหมือนกับสมัยนี้
อ้อ ในสมันนั้นอาจจะมีนักเรียนชายบางคนซึ่งก็ชอบสวยชอบงามคล้าย ๆ กับเด็กผู้หญิงบ้างก็ถือโอกาสแต่งเป็นผู้หญิงตอนงานของโรงเรียนชายล้วนที่ตัวเองเรียนอยู่เท่านั้น
เด็กผู้ชายกรุงเทพฯ สมัยนั้นอาจจะมีบ้างที่มีพฤติกรรมทำนองใจเป็นหญิง
นัยว่าเด็ก ๆ ประเภทนี้อาจจะต้องหลบซ่อนในมุมมืดมุมใดมุมหนึ่งแถว ๆ สะพานพุทธฯ หรือแถวสวนสาธารณะ
โดยไม่สามารถเปิดเผยตัวเองอย่างสง่างามเหมือนกับสมัยนี้
นี่ก็เป็นข้อคิดประการหนึ่งซึ่งสื่อถึงการยอมรับของสังคมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาอย่างแทบไม่น่าเชื่อ
รักครั้งแรกของโดมล่ะหรือ
หรือนั่นเป็นเพียงการชอบอีกครั้งหนึ่งในจำนวนหลาย ๆ ครั้งของโดม
เพียงแต่เป็นระดับของการชอบที่เปลี่ยนจากการแอบชอบมาเป็นการชอบที่แสดงออกก็เป็นได้
ณ ตอนนั้นโดมได้รู้จักกับสาวเมืองเหนือคนหนึ่งที่รุ่นพี่คนหนึ่งแนะนำ
โดยพี่คนนี้ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้โดมพบความรักอย่างแท้จริง
เพราะพี่ก็ชอบพี่สาวของสาวเหนือคนนั้นด้วยเช่นกัน

สาวเหนือคนนี้ คือ จุ๋มจิ๋มที่สวยและน่ารักในสายตาของโดม ณ ทันทีที่พบ
จุ๋มจิ๋มมีผิวขาวสมกับเป็นสาวชาวเหนือ
ไว้ผมยาวที่ถูกใจโดม
ดูอารมณ์ดี
พูดจาค่อนข้างช้าระคนรอยยิ้มที่โดมรับรู้ว่าหวานจับใจ
ทุกอย่างที่เป็นของจุ๋มจิ๋มทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมโดมชอบทั้งสิ้น
นี่อาจจะเรียกว่า “งมงาย” ก็พอจะเข้าเค้า
แต่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าโดมไม่เคยได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวคนใดมาก่อนเลยก็เป็นได้
โดมคิดถึงจุ๋มจิ๋มทุกลมหายใจเข้าและออก
ทุก ๆ วินาทีก็ได้
แม้ยามกลับก็ยังเก็บไปฝัน
จึงเข้าทำนองรักแรกนั่นแหละ
แต่ก็เป็นรักของคนที่ไร้ประสบการณ์อย่างสิ้นเชิง
อ๋อ ไก่อ่อนที่ยังไม่ขันเลยก็เป็นได้กระมัง
ทุกอย่างในโลกนี้ช่างสวยงามอย่างสุดซื้ง
แม้แต่ความสุขในสรวงสวรรค์ก็หาได้เทียมเท่า
นั่น คือ อารมณ์สุขของโดมในตอนนั้น
โลกนี้คงจะไม่มีอะไรอีกที่โดมต้องการตราบเท่าที่มีจุ๋มจิ๋มอยู่เคียงข้างและเป็นหญิงสาวในความฝันของโดม
โดมนึกถึงความสุขทั้งในตอนนั้นและในอนาคตอันยาวไกล
บ่อยครั้งโดมก็นั่งยิ้งอยู่ตามลำพัง
คนที่อยู่ในอารมณ์รักก็เป็นอย่างนี้ทุกคนเลยหรือ
โดมคิดฝันแต่ในทางที่ดีจนเกินไปแล้วกระมัง
ทุกครั้งที่มีโอกาสโดมจะไปหาจุ๋มจิ๋มทุกครั้งไป
ไม่ว่าเวลาที่ได้พบกันนั้นจะสั้นหรือยาวเพียงใด
นัยว่าไม่เห็นหน้าสาวกินข้างแทบไม่ลง
ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยจะมีเงินซื้อข้าวกิน
ณ ตอนนั้นการได้เห็นหน้าจุ๋มจิ๋มสักนิดหัวใจก็อิ่มเอิบและพองโต
นี่หรือ คือ คนที่มีความรัก
โดยเฉพาะเป็นรักครั้งแรกอย่างโดม ณ ตอนนี้
ทั้ง ๆ ที่โดมอยากเห็นหน้าสาวเจ้าราวกับจะกลืนกิน
แต่ทุกครั้งที่พบกันโดมก็แทบไม่ได้สบตาจุ๋มจิ๋มเลย
ไก่อ่อนที่เพิ่งเริ่มฝึกขันก็คงเป็นเช่นนี้แหละ
โดม ณ ตอนนั้นเป็นหนุ่มขี้อายและไร้ประสบการณ์โดยสิ้นเชิง
ทั้งรู้ตัวเองว่า “รักเขาแล้วสิเรา”
แต่ก็ไม่เคยบอกแก่จุ๋มจิ๋มเลย
แม้การแย้มเปรยก็ไม่เคย
โดมเป็นชายหนุ่มที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลยสำหรับคนสมัยนี้
ความสุขเอยสุขใจไหนเทียมเท่า
สุขของเราหทัยในความรัก
สุดอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ที่ตระหนัก
โดมประจักษ์สิ่งนี้ที่เป็นมา
ยามหลับตาคราใดยังเห็นเจ้า
เพราะโดมเฝ้าคิดถึงคะนึงหา
หายใจเข้าเจ้านี้ที่ลอยมา
ประหนึ่งว่าเจ้าอยู่คู่ดวงแด

ช่วงเวลาที่จุ๋มจิ๋มมอบความสุขให้แก่จิตใจของโดมช่างสั้นนัก
จุ๋มจิ๋มได้ทำหน้าที่เลขาฯ ที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง
โดยทางผู้ใหญ่ต้องการให้จุ๋มจิ๋มมีประสบการณ์ในการทำงานบ้าง
แต่สำหรับโดมนั้นมีความเห็นที่ต่างออกไป
โดยคิดว่าจุ๋มจิ๋มนั้นยังอ่อนวัยเกินไปที่จะเผชิญสังคม ณ ตอนนั้น
เพราะจุ๋มจิ๋มเป็นเด็กสาวต่างจังหวัดซื่อ ๆ คนหนึ่งที่อาจจะไม่รู้ทันต่อคนอื่น ๆ นัก
อย่างไรก็ตาม โดมเองก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะออกความเห็นประการใดได้

เหตุของความไม่เข้าใจเริ่มส่อเค้าของเมฆสีเทาทะมึนมากขึ้น ๆ
โดยเราได้พบกันน้อยลง ๆ
เพราะจุ๋มจิ๋มอ้างว่าจะต้องอยู่ทำงานต่อจนมืดค่ำเกือบเป็นประจำ
อีกทั้ง ณ ตอนนั้นจุ๋มจิ๋มมีความคิดที่เปลี่ยนไป
โดยดูเหมือนว่าจะไม่ต้องการศึกษาต่อตามที่ตั้งใจไว้แต่เดิม
สังคมของพรรคการเมืองทำให้จุ๋มจิ๋มค่อย ๆ เปลี่ยนไป ๆ ๆ
จนเกือบจะไม่เหลือจุ๋มจิ๋มคนเดิมอีกแล้ว
จุ๋มจิ๋มลืมตัวเองและหลงกรุงฯ (หลงพรรคการเมืองแล้วหรือ)
โดมคิดและเฝ้าดูพฤติกรรมของจุ๋มจิ๋มด้วยความเป็นห่วงเสมอมา
แต่เดิมที่เคยพบกันทุกวัน
เปลี่ยนเป็นวันเว้นวัน
เปลี่ยนเป็นอาทิตย์ละ 3 ครั้ง
เปลี่ยนเป็นอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
แล้วก็เปลี่ยนเป็นจะพบกันได้ในโอกาสที่สามารถติดต่อกันได้
ความห่างเหินต่อกันก็เหมือนกับสายใยที่ต่อถึงกันนั้นช่างแผ่วบางเบา
โดยอาจจะขาดเพราะกระแสลมแผ่ว ๆ น้อยนิดก็เป็นได้

ณ วันหนึ่งจุ๋มจิ๋มนัดให้โดมไปรอพบที่ปากซอยซอยหนึ่งซึ่งสำนังานของพรรคการเมืองพรรคนั้นตั้งอยู่
โดมดีใจสุด ๆ อีกครั้งหนึ่งที่จะได้พบกับจุ๋มจิ๋มหลังจากที่ได้ห่างกันไปนานนับเดือน โดยนับว่าไม่ใช่วิสัยของคนที่อยู่ในฐานะคบพากันอย่างหนุ่มสาว
โดมไปถึงที่นัดหมายก่อนเวลานัดราว ๆ ครึ่งชั่วโมง
แต่โดมก็มีความสุขแก่การรอคอย
โดมรอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง
ประมาณ 17.30 น. เวลาที่หัวใจของโดมแทบแตกสลาย
รถยนต์แมอร์ซิดีส เบนซ์สีครีมคันหนึ่งวิ่งมาทางโดมในระยะใกล้ ๆ
ณ ที่นั่งเบาะซ้ายหน้าตัวนั้นจุ๋มจิ๋มนั่งอยู่
โดมแทบไม่เชื่อต่อสายตาของตัวเอง
เพราะจุ๋มจิ๋มมองมาที่โดมแว๋บเดียวโดยไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรเลย
ประหนึ่งว่าไม่รู้จักกับโดมเลยฉะนั้น
ทั้ง ๆ ที่โดมรีบเดินแกมวิ่งข้าไปยังรถยนต์คันนั้น
โดยโดมคิดในทางที่ดีดังนี้
จุ๋มจิ๋มคงจะรีบและขอนั่งมาเพื่อให้ทันเวลาที่นัดกับโดม
แต่หาเป็นเช่นที่โดมคิดนั้นไม่
รถยนต์คันนั้นไม่ได้หยุด
อีกทั้งเกือบจะชนโดมซะด้วยซ้ำไป
โดมมองจุ๋มจิ๋มจนลับดาไปในที่สุดอย่างมึนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วันสุดท้ายที่เราได้มีโอกาสพบกันก็มาถึงจนได้
ณ ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับอนุสาวรย์ประชาธิปไตย
เรานั่งตรงกันข้าม
โดมนั่งหันหน้าไปทางทิศเหนือ
ส่วนจุ๋มจ๋มนั่งหันหน้าไปทางทิศใต้
อาหารวันนั้นช่างไม่มีรสชาติซะเหลือเกิน
โดมกลืนไม่ลงทั้ง ๆ ที่หิว
เราพูดกันถึงเหตุการณ์ในครั้งก่อนหน้านั้นโดยไม่มีข้อยุติ
ทั้งนี้ดูเหมือนว่า ณ ตอนนั้นเราต่างไม่เข้าใจกันและกันเลย
ความจนเป็นเหตุ
ความต่ำต้อยติดตามมาในความคิด
ความน้อยใจผสมด้วย
ต่อเติมด้วยความเยาว์วัยที่ขาดความสุขุมรอบคอบของทั้งคู่
จุดมุ่งหมายที่ต่างกันในตอนนั้น
เราจึงต้องสิ้นสุดกัน
โดมลุกขึ้น
แล้วเดินออกจาก ณ ที่นั้น
โดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับไปอีกเลย
วันนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน

เหตุการณ์นี้ผ่านมานานมากแล้ว
แต่โดมก็ไม่เคยลืม
ตรงกันข้าม กลับนึกตำหนิตัวเองที่ขาดความอดทน
ขาดความอดกลั้น
ไร้ความยั้งคิด
และไม่ได้ยึดเหนี่ยวจุ๋มจิ๋มไว้ดั่งใจปรารถนา
ถ้าเป็น ณ ตอนนี้เหตุการณ์นั้นจะไม่ลงเอยในทางไม่ดีอย่างแน่นอน
แต่หาเป็นประโยชน์แต่ประการใดไม่
อดีตที่ผ่านไปแล้วมิอาจกลับคืนมาได้
นี่หรือ คือ รักแรก
ด้วยเหตุนี้ จึงอยากกล่าวย้ำด้วยความหนักแน่นดังนี้
“รักได้ก็เลิกได้ใช่เรื่องใหญ่”
ทั้ง ๆ ที่โดมเองก็สุดแสนเสียดายและอาลัยอย่างสุดซึ้ง

โดมยังรัก คิดถึง ปรารถนาดีต่อจุ๋มจิ๋มเสมอ และชาวนิรันดร์
โดมคนเดิม

sompongsej@sjaidee-ebook.info
http://sjaidee-ebook.info/
sompongsej@yahoo.com