โดม ตอนที่ 2

Jan 4, 2012 by     Comments Off on โดม ตอนที่ 2    Posted under: Uncategorized

โดม
ตอนที่ 2
รักได้ก็เลิกได้ใช่เรื่องใหญ่

หลาย ๆ อย่างเราบอกให้ใครต่อใครทำได้
โดยคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ
แต่เมื่อตัวเองต้องเผชิญเรื่องทำนองเดียวกันนั้นก็กลายเป็นเรื่องยากไป
หมอทั้งหลายมักแนะนำคนไข้ในทางที่ดีทั้งสิ้น
เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำมาก ๆ อย่าคิดมากโดยไม่มีเหตุผล ไม่ดื่มของมึนเมาทั้งปวง ต้องพักผ่อนอย่างพอเพียง และ …
แต่หมอน้อยคนนักที่สามารถทำได้ตามที่พูดนั้นอย่างสม่ำเสมอ
นี่ คือ สัจธรรมของมนุษย์โดยแท้

ชอบหรือรักรู้ได้ในทุกคน
แม้สับสนบางครั้งดั่งใจหมาย
ชอบคนนั้นคนนี้ที่วุ่นวาย
บ้างก็หน่ายเป็นไปได้เช่นกัน
ชอบหลายคนเป็นไปตามใจเรา
คล้ายความเขลายามนี้ที่สุขสันต์
เร่งเวลาเร็วไวในทุกวัน
สุดท้ายนั้นรักล่มตรมตรอมใจ

โดมเป็นชายทั้งกายและใจ
โดมจึงชอบใครต่อใครมาหลายต่อหลายคน
แต่นั่นก็เป็นการชอบที่อยู่แต่เพียงในใจของเขาเรื่อยมา
โดยอาจจะเรียกว่า “แอบชอบ” ก็คงไม่ผิดนัก
หรืออาจจะเป็นการชอบตามวัยของทุก ๆ คนก็เป็นได้
โดยถือซะว่าเป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนไป
ทำนองเดียวกัน คือ ไม่ทันที่จะลืมคนเก่าก็ชอบคนใหม่อีกแล้ว
อย่างนี้จะเรียกว่า “โดมเป็นคนหลายใจไหมหนอ”

แน่นอนที่สุด คือ โดมชอบเฉพาะสาว ๆ เท่านั้นนะ
หาได้ชอบผู้ชายแม้แต่คนเดียวไม่
ในสมัยนั้นผู้ชายคนใดจะชอบผู้หญิงสักคนก็ไม่ต้องกังวลใจว่าคนที่ตัวเองชอบนั้นจะเป็นหญิงจริงหรือไม่
โดยเรื่องเช่นนี้คงไม่อยู่ในความนึกคิดของผู้ชายสมัยนั้นเลยแม้แต่น้อย
เพราะว่าไม่มีการกล่าวถึงและไม่ปรากฏว่ามีหญิงประเภท 2 ให้ต้องแคลงใจเหมือนกับสมัยนี้
อ้อ ในสมันนั้นอาจจะมีนักเรียนชายบางคนซึ่งก็ชอบสวยชอบงามคล้าย ๆ กับเด็กผู้หญิงบ้างก็ถือโอกาสแต่งเป็นผู้หญิงตอนงานของโรงเรียนชายล้วนที่ตัวเองเรียนอยู่เท่านั้น
เด็กผู้ชายกรุงเทพฯ สมัยนั้นอาจจะมีบ้างที่มีพฤติกรรมทำนองใจเป็นหญิง
นัยว่าเด็ก ๆ ประเภทนี้อาจจะต้องหลบซ่อนในมุมมืดมุมใดมุมหนึ่งแถว ๆ สะพานพุทธฯ หรือแถวสวนสาธารณะ
โดยไม่สามารถเปิดเผยตัวเองอย่างสง่างามเหมือนกับสมัยนี้
นี่ก็เป็นข้อคิดประการหนึ่งซึ่งสื่อถึงการยอมรับของสังคมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาอย่างแทบไม่น่าเชื่อ
รักครั้งแรกของโดมล่ะหรือ
หรือนั่นเป็นเพียงการชอบอีกครั้งหนึ่งในจำนวนหลาย ๆ ครั้งของโดม
เพียงแต่เป็นระดับของการชอบที่เปลี่ยนจากการแอบชอบมาเป็นการชอบที่แสดงออกก็เป็นได้
ณ ตอนนั้นโดมได้รู้จักกับสาวเมืองเหนือคนหนึ่งที่รุ่นพี่คนหนึ่งแนะนำ
โดยพี่คนนี้ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้โดมพบความรักอย่างแท้จริง
เพราะพี่ก็ชอบพี่สาวของสาวเหนือคนนั้นด้วยเช่นกัน

สาวเหนือคนนี้ คือ จุ๋มจิ๋มที่สวยและน่ารักในสายตาของโดม ณ ทันทีที่พบ
จุ๋มจิ๋มมีผิวขาวสมกับเป็นสาวชาวเหนือ
ไว้ผมยาวที่ถูกใจโดม
ดูอารมณ์ดี
พูดจาค่อนข้างช้าระคนรอยยิ้มที่โดมรับรู้ว่าหวานจับใจ
ทุกอย่างที่เป็นของจุ๋มจิ๋มทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมโดมชอบทั้งสิ้น
นี่อาจจะเรียกว่า “งมงาย” ก็พอจะเข้าเค้า
แต่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าโดมไม่เคยได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวคนใดมาก่อนเลยก็เป็นได้
โดมคิดถึงจุ๋มจิ๋มทุกลมหายใจเข้าและออก
ทุก ๆ วินาทีก็ได้
แม้ยามกลับก็ยังเก็บไปฝัน
จึงเข้าทำนองรักแรกนั่นแหละ
แต่ก็เป็นรักของคนที่ไร้ประสบการณ์อย่างสิ้นเชิง
อ๋อ ไก่อ่อนที่ยังไม่ขันเลยก็เป็นได้กระมัง
ทุกอย่างในโลกนี้ช่างสวยงามอย่างสุดซื้ง
แม้แต่ความสุขในสรวงสวรรค์ก็หาได้เทียมเท่า
นั่น คือ อารมณ์สุขของโดมในตอนนั้น
โลกนี้คงจะไม่มีอะไรอีกที่โดมต้องการตราบเท่าที่มีจุ๋มจิ๋มอยู่เคียงข้างและเป็นหญิงสาวในความฝันของโดม
โดมนึกถึงความสุขทั้งในตอนนั้นและในอนาคตอันยาวไกล
บ่อยครั้งโดมก็นั่งยิ้งอยู่ตามลำพัง
คนที่อยู่ในอารมณ์รักก็เป็นอย่างนี้ทุกคนเลยหรือ
โดมคิดฝันแต่ในทางที่ดีจนเกินไปแล้วกระมัง
ทุกครั้งที่มีโอกาสโดมจะไปหาจุ๋มจิ๋มทุกครั้งไป
ไม่ว่าเวลาที่ได้พบกันนั้นจะสั้นหรือยาวเพียงใด
นัยว่าไม่เห็นหน้าสาวกินข้างแทบไม่ลง
ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยจะมีเงินซื้อข้าวกิน
ณ ตอนนั้นการได้เห็นหน้าจุ๋มจิ๋มสักนิดหัวใจก็อิ่มเอิบและพองโต
นี่หรือ คือ คนที่มีความรัก
โดยเฉพาะเป็นรักครั้งแรกอย่างโดม ณ ตอนนี้
ทั้ง ๆ ที่โดมอยากเห็นหน้าสาวเจ้าราวกับจะกลืนกิน
แต่ทุกครั้งที่พบกันโดมก็แทบไม่ได้สบตาจุ๋มจิ๋มเลย
ไก่อ่อนที่เพิ่งเริ่มฝึกขันก็คงเป็นเช่นนี้แหละ
โดม ณ ตอนนั้นเป็นหนุ่มขี้อายและไร้ประสบการณ์โดยสิ้นเชิง
ทั้งรู้ตัวเองว่า “รักเขาแล้วสิเรา”
แต่ก็ไม่เคยบอกแก่จุ๋มจิ๋มเลย
แม้การแย้มเปรยก็ไม่เคย
โดมเป็นชายหนุ่มที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลยสำหรับคนสมัยนี้
ความสุขเอยสุขใจไหนเทียมเท่า
สุขของเราหทัยในความรัก
สุดอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ที่ตระหนัก
โดมประจักษ์สิ่งนี้ที่เป็นมา
ยามหลับตาคราใดยังเห็นเจ้า
เพราะโดมเฝ้าคิดถึงคะนึงหา
หายใจเข้าเจ้านี้ที่ลอยมา
ประหนึ่งว่าเจ้าอยู่คู่ดวงแด

ช่วงเวลาที่จุ๋มจิ๋มมอบความสุขให้แก่จิตใจของโดมช่างสั้นนัก
จุ๋มจิ๋มได้ทำหน้าที่เลขาฯ ที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง
โดยทางผู้ใหญ่ต้องการให้จุ๋มจิ๋มมีประสบการณ์ในการทำงานบ้าง
แต่สำหรับโดมนั้นมีความเห็นที่ต่างออกไป
โดยคิดว่าจุ๋มจิ๋มนั้นยังอ่อนวัยเกินไปที่จะเผชิญสังคม ณ ตอนนั้น
เพราะจุ๋มจิ๋มเป็นเด็กสาวต่างจังหวัดซื่อ ๆ คนหนึ่งที่อาจจะไม่รู้ทันต่อคนอื่น ๆ นัก
อย่างไรก็ตาม โดมเองก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะออกความเห็นประการใดได้

เหตุของความไม่เข้าใจเริ่มส่อเค้าของเมฆสีเทาทะมึนมากขึ้น ๆ
โดยเราได้พบกันน้อยลง ๆ
เพราะจุ๋มจิ๋มอ้างว่าจะต้องอยู่ทำงานต่อจนมืดค่ำเกือบเป็นประจำ
อีกทั้ง ณ ตอนนั้นจุ๋มจิ๋มมีความคิดที่เปลี่ยนไป
โดยดูเหมือนว่าจะไม่ต้องการศึกษาต่อตามที่ตั้งใจไว้แต่เดิม
สังคมของพรรคการเมืองทำให้จุ๋มจิ๋มค่อย ๆ เปลี่ยนไป ๆ ๆ
จนเกือบจะไม่เหลือจุ๋มจิ๋มคนเดิมอีกแล้ว
จุ๋มจิ๋มลืมตัวเองและหลงกรุงฯ (หลงพรรคการเมืองแล้วหรือ)
โดมคิดและเฝ้าดูพฤติกรรมของจุ๋มจิ๋มด้วยความเป็นห่วงเสมอมา
แต่เดิมที่เคยพบกันทุกวัน
เปลี่ยนเป็นวันเว้นวัน
เปลี่ยนเป็นอาทิตย์ละ 3 ครั้ง
เปลี่ยนเป็นอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
แล้วก็เปลี่ยนเป็นจะพบกันได้ในโอกาสที่สามารถติดต่อกันได้
ความห่างเหินต่อกันก็เหมือนกับสายใยที่ต่อถึงกันนั้นช่างแผ่วบางเบา
โดยอาจจะขาดเพราะกระแสลมแผ่ว ๆ น้อยนิดก็เป็นได้

ณ วันหนึ่งจุ๋มจิ๋มนัดให้โดมไปรอพบที่ปากซอยซอยหนึ่งซึ่งสำนังานของพรรคการเมืองพรรคนั้นตั้งอยู่
โดมดีใจสุด ๆ อีกครั้งหนึ่งที่จะได้พบกับจุ๋มจิ๋มหลังจากที่ได้ห่างกันไปนานนับเดือน โดยนับว่าไม่ใช่วิสัยของคนที่อยู่ในฐานะคบพากันอย่างหนุ่มสาว
โดมไปถึงที่นัดหมายก่อนเวลานัดราว ๆ ครึ่งชั่วโมง
แต่โดมก็มีความสุขแก่การรอคอย
โดมรอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง
ประมาณ 17.30 น. เวลาที่หัวใจของโดมแทบแตกสลาย
รถยนต์แมอร์ซิดีส เบนซ์สีครีมคันหนึ่งวิ่งมาทางโดมในระยะใกล้ ๆ
ณ ที่นั่งเบาะซ้ายหน้าตัวนั้นจุ๋มจิ๋มนั่งอยู่
โดมแทบไม่เชื่อต่อสายตาของตัวเอง
เพราะจุ๋มจิ๋มมองมาที่โดมแว๋บเดียวโดยไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรเลย
ประหนึ่งว่าไม่รู้จักกับโดมเลยฉะนั้น
ทั้ง ๆ ที่โดมรีบเดินแกมวิ่งข้าไปยังรถยนต์คันนั้น
โดยโดมคิดในทางที่ดีดังนี้
จุ๋มจิ๋มคงจะรีบและขอนั่งมาเพื่อให้ทันเวลาที่นัดกับโดม
แต่หาเป็นเช่นที่โดมคิดนั้นไม่
รถยนต์คันนั้นไม่ได้หยุด
อีกทั้งเกือบจะชนโดมซะด้วยซ้ำไป
โดมมองจุ๋มจิ๋มจนลับดาไปในที่สุดอย่างมึนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วันสุดท้ายที่เราได้มีโอกาสพบกันก็มาถึงจนได้
ณ ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งใกล้ ๆ กับอนุสาวรย์ประชาธิปไตย
เรานั่งตรงกันข้าม
โดมนั่งหันหน้าไปทางทิศเหนือ
ส่วนจุ๋มจ๋มนั่งหันหน้าไปทางทิศใต้
อาหารวันนั้นช่างไม่มีรสชาติซะเหลือเกิน
โดมกลืนไม่ลงทั้ง ๆ ที่หิว
เราพูดกันถึงเหตุการณ์ในครั้งก่อนหน้านั้นโดยไม่มีข้อยุติ
ทั้งนี้ดูเหมือนว่า ณ ตอนนั้นเราต่างไม่เข้าใจกันและกันเลย
ความจนเป็นเหตุ
ความต่ำต้อยติดตามมาในความคิด
ความน้อยใจผสมด้วย
ต่อเติมด้วยความเยาว์วัยที่ขาดความสุขุมรอบคอบของทั้งคู่
จุดมุ่งหมายที่ต่างกันในตอนนั้น
เราจึงต้องสิ้นสุดกัน
โดมลุกขึ้น
แล้วเดินออกจาก ณ ที่นั้น
โดยที่ไม่ได้หันหน้ากลับไปอีกเลย
วันนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน

เหตุการณ์นี้ผ่านมานานมากแล้ว
แต่โดมก็ไม่เคยลืม
ตรงกันข้าม กลับนึกตำหนิตัวเองที่ขาดความอดทน
ขาดความอดกลั้น
ไร้ความยั้งคิด
และไม่ได้ยึดเหนี่ยวจุ๋มจิ๋มไว้ดั่งใจปรารถนา
ถ้าเป็น ณ ตอนนี้เหตุการณ์นั้นจะไม่ลงเอยในทางไม่ดีอย่างแน่นอน
แต่หาเป็นประโยชน์แต่ประการใดไม่
อดีตที่ผ่านไปแล้วมิอาจกลับคืนมาได้
นี่หรือ คือ รักแรก
ด้วยเหตุนี้ จึงอยากกล่าวย้ำด้วยความหนักแน่นดังนี้
“รักได้ก็เลิกได้ใช่เรื่องใหญ่”
ทั้ง ๆ ที่โดมเองก็สุดแสนเสียดายและอาลัยอย่างสุดซึ้ง

โดมยังรัก คิดถึง ปรารถนาดีต่อจุ๋มจิ๋มเสมอ และชาวนิรันดร์
โดมคนเดิม

sompongsej@sjaidee-ebook.info
http://sjaidee-ebook.info/
sompongsej@yahoo.com


Comments are closed.