Browsing"Astronomy"

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 3

Apr 15, 2011 by     Comments Off on อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 3    Posted under: Astronomy

สภาวะ ณ ขณะที่ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เผยอตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นดังนี้ Read more »

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 2

Apr 12, 2011 by     2 Comments    Posted under: Astronomy

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 2
การเดินทางของนักบินอวกาศทั้ง 3 คนตามขั้นตอนดังที่กล่าวไว้ในอะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1 นั้นนักบินอวกาศดังกล่าวไม่ได้มีหน้าที่อะไรนอกเหนือจากการเป็นผู้โดยสารคนหนึ่ง ๆ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเขาทั้ง 3 คนจะต้องเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองอย่างจริงจังตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนการเดินทางนั้นดังนี้
กล่าวคือ เขาต้องตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของยานอวกาศลำนี้อย่างถี่ถ้วน
ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่ายานอวกาศลำนั้นอยู่ในสภาพที่พร้อมจะออกจากบรรยากาศของโลกสู่ห้วงอวกาศภายนอกนั้น
อย่างไรก็ตาม หน่วยบังคับการภาคพื้นดินหน่วยหลักต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งด้วยเช่นกัน
อีกทั้งยังต้องศึกษารายงานข้อมูลที่ได้รับจากยานอวกาศลำดังกล่าวอย่างละเอียด
อนึ่ง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินทั้งหลายซึ่งประจำอยู่ ณ ตำแหน่งต่าง ๆ ทั่วโลกก็คอยติดตามการเดินทางของยานอวกาศลำนี้ในวงโคจรวงหนึ่ง ๆ อยู่ตลอดเวลาและส่งข้อมูลไปยังศูนย์บังคับการที่ฮิวส์ตัน เทกซัสศูนย์หนึ่งนั้น
การเลี้ยวออกสู่แนวทางแนวใหม่แนวทางหนึ่งของยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เพื่อมุ่งไปสู่ ณ บริเวณแห่งหนึ่งที่ใกล้ ๆ กับดวงจันทร์ต้องกระทำอย่างระมัดระวังและมีความรอบคอบเป็นพิเศษเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้สิ่งสำคัญ 3 ประการที่ต้องกระทำให้เป็นไปตามที่กำหนดมีดังนี้
1. ยานอวกาศลำนี้ต้องมีแรงขับดันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
2. วิถีการเคลื่อนที่วิถีหนึ่งต้องตรงตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้
3. การปฏิบัติการต้องมีความแม่นยำตรงตามที่กำหนดไว้อย่างสมบูรณ์
ณ ที่นี้ขอกล่าวเป็นข้อสังเกตประกอบไว้ดังนี้
การเดินทางสู่ดวงจันทร์ดวงนี้ ณ ระยะห่างเกือบ 4 แสนกิโลเมตรโดยประมาณนั้นเราไม่จำเป็นต้องหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของโลกแรงหนึ่ง ๆ โดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้เราพียงแต่หลุดออกจากวงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง ๆ เพื่อเข้าสู่แนวทางแนวหนึ่งแล้วมุ่งไปสู่ดวงจันทร์ตามแผนที่กำหนดไว้แผนนั้น
ด้วยเหตุนี้ ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้จึงยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลการดึงดูดของโลก ณ ขณะที่เรากล่าวถึงนั้นด้วยเช่นกัน
อนึ่ง อัตราเร็วของยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้จึงสูงเกือบ 4 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนี้ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เข้าสู่แนวทางที่มุ่งสู่ดวงจันทร์แนวหนึ่งแล้ว
ถึงแม้ว่านักบินอวกาศในยานอวกาศลำนี้ก็สามารถปรับทิศทางได้บ้าง
แต่ก็เป็นการปรับทิศทางที่อยู่ในขอบเขตอันจำกัด
ดังนั้น การเล็งสู่เป้าหมายที่แม่นยำเป้าหนึ่ง คือ ดวงจันทร์นั้นจึงต้องทำให้ดีสุดในตอนเริ่มแรกนั้น
อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันดังนี้
ถ้าเราเล็งดวงจันทร์จากยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้โดยตรงย่อมไม่เกิดผลดี
ทั้งนี้สำหรับระยะเวลาประมาณ 3 วันของการเคลื่อนที่ตรงไปเพื่อให้เข้าใกล้ ณ ตำแหน่งวงโคจรวงหนึ่งของดวงจันทร์นั้นดวงจันทร์ดวงนี้ก็ได้เคลื่อนที่จากตำแหน่งที่เล็งตำแหน่งหนึ่งดังกล่าวไปเป็นระยะทางที่มากกว่า 2 แสน 6 หมื่น 5 พันกิโลเมตรตามแนวของวงโคจรวงดังกล่าวนั้นแล้ว
ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องเล็งดักหน้าดวงจันทร์ทำนองเดียวกันกับที่นายพรานคนหนึ่งเล็งปืนดักหน้าเหยื่อตัวหนึ่งของเขาฉะนี้
ทั้งนี้การเล็งดังกล่าวนี้จึงต้องเป็นตำแหน่งเล็งตำแหน่งหนึ่งที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่ไปถึง ณ ที่นั้นในช่วงเวลาอีก 3 วันโดยประมาณ
อนึ่ง ยานอะพอลโล 11 ลำนี้จะพุ่งเข้าสู่แนวทางการเคลื่อนที่อย่างแม่นยำหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นที่แม่นยำอย่างสุด ๆ
ทั้งนี้จึงต้องออกคำสั่งไปยังจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนี้ให้เริ่มติดเครื่องขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งตามเวลาที่ต้องกำหนดอย่างแน่นอนและแม่นยำอย่างยิ่ง
เสียงดังกึกก้องของการทำงานของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนี้บังเกิดขึ้นแล้ว
ดังนั้น การเดินทางสู่เป้าหมายดังที่กล่าวมาแล้วเป้าหมายหนึ่งจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยประการฉะนี้

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
12 เมษายน 2554

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1

Apr 4, 2011 by     2 Comments    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

 

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1
16 กรกฎาคม พ.ศ. 2512
ณ แหลมเคเนดี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
ณ ศูนย์ควบคุมยานอวกาศของสหรัฐฯ เจ้าหน้าทั้งหลายซึ่งมีจำนวนเรือนร้อยคนต่างเฝ้าดูผลของการตรวจสอบการนับถอยหลังด้วยใจจรดจ่อจากแสงแวบ ๆ วาบ ๆ บนแผงสัญญาณแผงหนึ่ง ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่
ทั้งนี้แผงสัญญาณทุกแผงบอกว่า “ไป” และก็ “ติดเครื่อง” แล้วจรวดท่อนที่ตั้งตระหง่านอยู่นั้นก็ทะยาน “ขึ้น” สู่ท้องฟ้าอย่างสง่างาม
เสียงคำรามอย่างกึกก้องดังขึ้นจากเครื่องยนต์ 5 เครื่องของจรวดท่อนแรก
ณ เวลาขณะนั้นนักบินอวกาศทุกคนต่างเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับแรงปะทะที่เขาจะได้รับจากการพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเร็วและฉับพลันของจรวดลำนี้
เครื่องยนต์ของจรวดลำนี้มีกำลังขับดันที่มากอย่างมหาศาล
ถึงแม้ว่าค่ากำลังขับดันที่มากอย่างมหาศาลดังกล่าว คือ เทียบได้กับผลจากมวลถึง 3 ล้านสี่แสนกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม ค่าดังกล่าวนี้ยังนับว่าเป็นอัตราพลังงานน้อยสุดที่จำเป็นสำหรับการขับดันจวดยักษ์ลำนี้ขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารดวงเดียวของโลก ณ ระยะเฉลี่ยจากโลกประมาณ 384,400 กิโลเมตร
ภายในช่วงเวลาอึดใจเดียวหลังจากการเดินเครื่องของเครื่องยนต์เครึ่องหนึ่ง ๆ ของจรวดสู่ดวงจันทร์ลำนี้ก็ดูราวกับว่าจรวดลำดังกล่าวกำลังทรงตัวอยู่เฉย ๆ เหนือผิวเปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกมาโดยรอบตามที่ปรากฏให้เห็นนั้น
ในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกหลังจากการเผยอตัวขึ้นจรวดลำนี้เคลื่อนที่ขึ้นไปได้สูงประมาณความยาวของตัวเองในขณะที่เครื่องยนต์เครื่องต่าง ๆ กำลังเผาผลาญมวลของเชื้อเพลิงอย่างหิวกระหายด้วยอัตราประมาณ 13,600 กิโลกรัมต่อวินาที
ดังนั้น ในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกดังกล่าวนั้นยานอวกาศลำนี้ก็มีมวลลดลงประมาณ 136 ตันทีเดียว
อนึ่ง ถ้ายานอวกาศลำดังกล่าวมีความรู้สึกก็จะรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นเบาไปโขอยู่
ทั้ง ๆ ที่มีการสิ้นเปลืองมวลเชื้อเพลิงไปทุก ๆ วินาที
แต่กำลังขับดันที่มีต่อยานอวกาศลำนี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้น ยานอวกาศลำดังกล่าวจึงพุ่งขิ้นด้วยอัตราเร็วแหนือเสียง
ด้วยเหตุนี้ นักบินอวกาศทุกคนจึงไม่ได้ยินเสียงคำรามอันกึกก้องของเครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง ๆ ดังกล่าวนั้นเลย
เชื่อหรือไม่เอ่ย
เมื่อเวลาผ่านไป 2 นาทีครึ่งจรวดท่อนแรกก็ขับดันหอคอยสูงหอนี้ขึ้นไปที่ระยะสูงถึง 64 กิโลเมตรด้วยอัตราเร็วเกือบ 9 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนั้นจรวดท่อนแรกก็หมดภารกิจแต่เพียงเท่านี้
ดังนั้น จรวดท่อนนี้จึงสลัดตัวออกมาจากคอยสูงหอนี้
โดยหกคะเมนตีลังกาลงสู่บรรยากาศแล้วตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
เมื่อมีการเผาผลาญเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลาและตอนนี้ยานอวกาศลำนี้ก็ปลดปล่อยจรวดแรกไปแล้วตอนนี้จึงมีมวลประมาณ 3 ใน 4 ของ ณ สภาวะเริ่มต้นสภาวะหนึ่ง
จรวดท่อนที่ 2 ท่อนหนึ่งเริ่มทำงาน
เครื่องยนต์ 5 เครื่องทำให้เกิดกำลังขับดันมหาศาล
โดยขับดันหอสูงหอดังกล่าวสู่แนวการเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งแนวหนึ่ง
ทั้งนี้ได้เคลื่อนที่ตัดข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและมุ่งไปทางทวีปอาฟริกา
ณ ขณะนี้ระบบนำวิถีระบบหนึ่งของหน่วยควบคุมหน่วยหนึ่งกำลังเปรียบเทียบตำแหน่งของจรวดลำนี้ ณ ขณะนั้นว่าตรงตามที่ได้ระบุไว้ในสมองกลของมันหรือไม่ ประการใด
ถ้าจำเป็นต้องปรับแก้แนวของการเคลื่อนที่ก็จะมีคำสั่งไปยังจรวดท่อนที่ 2 ท่อนนั้นทันที
แล้วย่อมยังผลให้มีการปรับแก้แนวเส้นทางให้ตรงตามประสงค์ได้
อนึ่ง ขณะที่ยานอวกาศลำนี้อยู่พ้นระดับความสูง 96 กิโลเมตรสัญญาณของการแยกหอคอยฉุกเฉินหอหนึ่งออกจากหัวจรวดลำนี้ก็ดังขึ้น
ทั้งนี้แสดงว่า ณ ตอนนั้นไม่จำเป็นต้องมีหอคอยฉุกเฉินหอนี้อีกต่อไป
หอคอยฉุกเฉินหอดังกล่าวจึงตกลงสู่โลกตามที่กำหนด
หลังจากที่เครื่องยนต์ของจรวดท่อนที่ 2 เครื่องนี้เดินเครื่องไปประมาณ 6 นาทีกว่า ๆ ยานอวกาศลำนี้มีอัตราเร็วที่ใกล้เคียงกับอัตราเร็วการโคจรรอบโลกรอบหนึ่ง ๆ
กล่าวคือ เร็วกว่า 2 หมื่น 4 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนั้นยานอวกาศลำดังกล่าวอยู่เหนือผิวโลกประมาณ 183 กิโลเมตร
จรวดท่อนที่ 2 ท่อนนี้ก็หมดภารกิจและแยกตัวจากยานอวกาศลำนี้
แล้วตกลงสู่โลกเช่นเดียวกับจรวดท่อนแรกท่อนนั้น
ตอนนี้เป็นหน้าที่ของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนหนึ่ง
ทั้งนี้จรวดท่อนนี้มีภารกิจเพื่อขับดันให้ยานอวกาศลำนี้มีอัตราเร็ววงโคจรอย่างเหมะสม
อนึ่ง เครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียวของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนดังกล่าวเดินเครื่องอยู่ประมาณ 2 นาที 45 วินาที
โดยที่ระบบนำวิถีระบบหนึ่งช่วยถือท้ายให้ยานอวกาศลำนี้มุ่งสู่แนวทางแนวหนึ่งของการโคจรอย่างถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในแผนของการเดินทางครั้งนี้
ครั้นหอคอยหอนี้ส่วนที่เหลืออยู่เบนหัวเข้าสู่แนวทางการเคลื่อนที่แนวหนึ่งตรงตามจุดประสงค์แล้วหน่วยควบคุมหน่วยหนึ่งจึงบังคับให้เครื่องยนต์เครื่องนี้ของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนั้นดับลงทันที
อย่างไรก็ตาม จรวดท่อนที่ 3 ท่อนดังกล่าวไม่ได้แยกตัวออกจากยานอวกาศลำนี้เหมือนกับจรวด 2 ท่อนก่อนหน้านั้น
ทั้งนี้จรวดท่อนที่ 3 ได้เผาผลาญเชื้อเพลิงไปเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
อีกทั้งยังมีภารกิจที่จะต้องทำอีกในโอกาสต่อไป
ณ ขณะนี้เวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 12 นาทีจากการปล่อยยานอวกาศลำนี้
อนึ่ง ยานอวกาศลำดังกล่าวกำลังโคจรในวงโคจรวงหนึ่งรอบโลก ณ ระดับความสูงประมาณ 185 กิโลเมตรด้วยอัตราเร็วถึง 2 หมื่น 8 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมงชั่วระยะหนึ่ง
ที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เสี่ยงภัยอย่างยิ่งของมนุษย์อวกาศ 3 คนของสหรัฐฯ สู่ดวงจันทร์ตามโครงการอะพอลโล 11 โครงการนี้
ผู้อ่านคนใดสนใจที่จะรับรู้ความตื่นเต้นของโครงการนี้ในอดีตที่ผ่านมา
โดยที่การเดินทางสู่ดวงจันทร์ในครั้งนั้นนับว่าเป็นการเดินทางหยุดโลกทีเดียว
ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านทุกคนได้ติดตามในโอกาสต่อไป

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
4 เมษายน 2554

ชั้นโทที่ชั้น 3

Apr 1, 2011 by     Comments Off on ชั้นโทที่ชั้น 3    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

ชั้นโทที่ชั้น 3
สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ พ.ศ. 2504
ณ ตู้รถไฟชั้น 3 ตู้หนึ่งของขบวนรถไฟขบวนหนึ่งที่มีจุดมุ่งหมายสู่สถานีปลายทาง คือ จังหวัดพิษณุโลกสถานีหนึ่ง
ผู้เขียน เพื่อนตกรุ่น 2 คน (โดยที่คนหนึ่งได้จากไปเพราะโรคหัวใจหลายปีแล้ว) และลูกศิษย์ใกล้ชิดอีก 1 คน (คนนี้ก็จากไปโดยไม่กลับมาอีกเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อนานมากแล้วเช่นกัน) กำลังสาละวนกับการจัดสัมภาระให้เข้าที่เข้าทางเพื่อไม่ให้กีดขวางแก่ผู้ร่วมทางคนอื่น ๆ
สัมภาระมาก ๆ อย่างนี้ต้องเสียค่าระวาง (เสียงดังมาจากชายในเครื่องแบบของรถไฟคนหนึ่งในขณะที่เขาคนนั้นกำลังเดินมุ่งตรงมายังพวกเรา)
จ่ายค่าสัมภาระซะดี ๆ มิฉะนั้นก็ไม่สามารถเดินทางไปรถไฟขบวนนี้ได้
ชายคนนั้นพูดย้ำด้วยเสียงอันดังและฟังได้อย่างชัดเจน
ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ต่างหันมามองทางกลุ่มของพวกเรา
ผู้เขียนยกมือไหว้พร้อมกับพูดด้วยเสียงอ่อนน้อมดังนี้
ผมขอความกรุณาเถอะครับ
ทั้งนี้ผมเป็นข้าราชการและต้องไปทำประโยชน์ต่อสังคมโดยตามคำเชิญโดยที่ผมไม่ได้เบิกค่าใช้จ่ายจากท่างราชการเลย
อีกทั้งลังไม้ใบหนึ่ง ๆ เหล่านี้ก็บรรจุอุปกรณ์ทางการศึกษาทั้งสิ้น
ถึงอย่างไรก็ต้องจ่ายค่าสัมภาระ
ชายคนนั้นพูดด้วยวาจาที่หนักแน่นและจริงจัง
พวกเราต่างมองหน้ากัน
ถ้ายังไม่ยอมจ่ายผมจะไปเรียนหัวหน้าเพื่อให้จัดการ
แล้วเขาก็เดินจากไป
ระหว่างนั้นพวกเราก็รีบจัดลังไม้ใบหนึ่ง ๆ เข้าใต้ที่นั่งจนเป็นที่เรียบร้อย
ขณะเดียวกันนั้นเพื่อคนหนึ่งพูดกับผมดังนี้
เฮ้ยพงษ์ ทางที่ดีลื้อไปแต่งชุดข้าราชการในห้องน้ำเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ทั้งนี้อั๊วคิดว่าเดี๋ยวเจ้านั่นก็ต้องกลับมาพร้อมกับหัวหน้าของเขาอย่างแน่นอน
ผู้เขียนเห็นด้วยกับข้อเสนอของเพื่อนคนนี้ (ทั้งนี้เพื่อนคนนี้เป็นคนเดียวที่ร่วมกลุ่มในครั้งนั้นที่ยังมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกับผู้เขียนในตอนนี้ แต่เพื่อนคนดังกล่าวนี้ก็ได้รับการผ่าตัดหัวใจเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วทั้ง ๆ ที่เขาเป็นผู้ที่เล่นกีฬาและออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ)
อนึ่ง โรคหัวใจนี้เป็นโรคที่ติดอันดับต้น ๆ ของคนไทยเลยหรือ
สักครู่หนึ่งชายคนนั้นก็เดินมาที่กลุ่มของพวกเราตามที่เขาบอกไว้ โดยมีชายในเครื่องแบบของรถไฟอีกคนหนึ่งเดินตามมาไม่ห่าง
เขาชี้มือมาทางพวกเราเพื่อให้หัวหน้าของเขารับรู้
ณ ตอนนั้นผู้เขียนยังคงอยู่ในอาการที่สงบ
หัวหน้า พวกไหนล่ะที่ต้องการลองดี
ชายคนนั้น กลุ่ม 4 คนนั่นแหละครับ
หัวหน้า คงเป็นพวกหากินตามงานวัด
ชายคนนั้น น่าจะใช่ขอรับ
หัวหน้า พูดด้วยเสียงดังมากเมื่อเดินเข้าถึงดังนี้
ทำไมพวกลื้อจึงไม่ยอมจ่ายค่าระวางสัมภาระ
แล้วสัมภาระที่ว่านั้นอยู่ที่ไหนล่ะ
ชายคนนั้น มองส่ายตาหาอย่างงง ๆ แล้วพูดดังนี้
อยู่ใต้ที่นั่งตามที่ต่าง ๆ แล้วขอรับ
หัวหน้า อย่างไรซะเมื่อมีสัมภาระมากอย่างนี้ก็ต้องจ่ายโดยที่ไม่มีทางขัดขืน
มิฉะนั้น ก็ต้องลงจากรถไฟขบวนนี้
ชายคนนั้น นั่นซิครับ
ผู้เขียน หันมาเผชิญหน้ากับคนทั้ง 2 เป็นครั้งแรกหลังจากที่ผู้เขียนแต่งเครื่องแบบข้าราชการชั้นโทตามคำแนะนำของเพื่อนดังที่กล่าวแล้วนั้น
หัวหน้า ข้าราชการชั้นโทด้วยหรือทั้ง ๆ ที่หน้าตายังอ่อนอย่างนี้
ทั้งนี้เสียงที่พูดนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก
ผุ้เขียน ครับ
หัวหน้า ทำงานที่ไหนล่ะ
ผู้เขียน จุฬาฯ ครับ
หัวหน้า น่าจะบอกกันซะตั้งแต่แรกก็น่าจะเรียบร้อย
หัวหน้า ลื้อน่าจะสอบถามให้เป็นที่เรียบร้อยก่อนที่จะไปรายงาน
นี่เป็นอาจารย์ชั้นโทจะไปทำประโยชน์ต่อสังคมเราก็น่าจะส่งเสริม
อีกทั้งยังจัดสัมภาระเข้าที่เข้าทางโดยไม่กีดขวางต่อผู้อื่น ๆ แต่ประการใด
หัวหน้า หันมาทางผู้เขียนพร้อมกับพูดดังนี้
เรียบร้อยไม่มีปัญหาหรอกครับ
ทั้งนี้เป็นความเข้าผิดกันเล็กน้อยเท่านั้นผมขออภัยแทนลูกน้องด้วย
ผมลาล่ะ อ้อ จะเดินทางไปที่ไหนล่ะ
ผู้ขียน อำเภอบางมูลนากครับ
หัวหน้า ดี แล้วตอนนั้นผมจะให้ลูกน้องมาช่วยยก
ผู้เขียน ขอบคุณครับ
แล้วทั้ง 2 คนนั้นก็เดินจากไป
โดยที่ชายคนนั้นยังไม่วายที่ชำเลืองตามายังทางพวกเราด้วย
ทั้งนี้ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ไม่สบายใจอย่างแท้จริง
ทั้ง ๆ ที่ข้าราชการชั้นโทของจุฬาฯ มีส่วนช่วยแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้
เนื่องจากผู้เขียนคิดว่า “ควรต้องปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้กับคนทั่ว ไป”
ไม่ใช่ดูที่การแต่งตัวดังกล่าวนั้น
อนึ่ง ปีดังกล่าวนั้นเป็นปีแรกที่ผู้เขียนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการชั้นโท โดยมีตำแหน่ง คือ อาจารย์ของภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาฯ
ทั้งนี้เนื่องจากว่า “ผู้เขียนจบหลักสูตรวิทยาศาสตร์ 5 ปีรุ่นแรกโดยได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ด้วย”
อย่างไรก็ตาม ไม่อยากบอกอัตราเงินเดือนหรอกนะ
งายน่ะ
เพราะว่าน้อยนิดจนสามารถพูดได้ว่า “ไม่พอยาไส้เลยล่ะ”

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
1 เมษายน 2554

โกหกเพื่ออะไร

Mar 18, 2011 by     Comments Off on โกหกเพื่ออะไร    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

 

โกหกเพื่ออะไร
การโกหกครั้งใดก็ตามมักมีเหตุผลในตัวเอง
ทั้งนี้การโกหกเพื่อการหลอกลวง
การโกหกเพื่อตัวเองจะได้หลุดพ้นจากความผิดหรือข้อกล่าวหา
การโกหกด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์เพื่อให้ผู้อื่นได้สบายใจ
และเหตุผลอื่น ๆ นานับประการ
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านได้ตัดสินดังนี้
“เรื่องที่ผู้เขียนกล่าวถึงนี้เป็นการโกหกเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่”
อนึ่ง เรื่องที่ผู้เขียนจะเล่าให้รับรู้กันไว้ ณ ที่นี้เป็นเรื่องที่อิงความจริงเรื่องหนึ่ง
โดยที่ผู้เขียนเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย
ในสมัยก่อน ๆ โน้นนามมาแล้วระบบการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการวัดผลการศึกษาจากการให้คะแนนในการสอบของแต่ละวิชาโดยมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน
อนึ่ง ถ้านิสิตและนักศึกษาในปัจจุบันนี้ได้รับรู้จะต้องร้องว่า “โหดอย่างยิ่ง”
ทั้งนี้แต่ละวิชาต้องได้คะแนนตั้งแต่ 60 คะแนนขึ้นไปจึงจะผ่านวิชานั้น
นอกจากนี้ ในแต่ละปีของการศึกษา (ปกติมี 5 วิชา) ถ้าคนใดคนหนึ่งสอบตกเกิน 2 วิชาก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยทันทีโดยไม่มีการเรียกร้องสิทธิ์อื่นใดทั้งสิ้น
ถ้าสอบตก 2 วิชาก็ต้องเรียนซ้ำชั้น
อีกทั้งถ้าสอบตก 1 วิชามีสิทธิ์ที่จะสอบแก้ตัวใหม่อีก 1 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในการสอบแก้ตัวนั้นไม่ว่าจะได้คะแนนสูงกว่า 60 คะแนนมากสักเพียงใดก็จะต้องได้เพียง 60 คะแนนเท่านั้น
โดยตอนนี้ก็ถือว่าสอบผ่านครบทุกวิชาของระดับชั้นปีนั้นและมีสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับชั้นสูงถัดขึ้นไปได้
อนึ่ง ถ้าในการสอบแก้ตัวนี้ได้คะแนนต่ำกว่า 60 คะแนนจะเป็นการสอบตกทันที
โดยต้องอยู่ในสถานะของผู้ที่สอบตกซ้ำชั้น
ทั้งนี้ต่างจากสมัยปัจจุบันนี้อย่างมาก
โดยนิสิตและนักศึกษาจำนวนหนึ่งมักถามดังนี้
“อาจารย์จะตัดเกรด F ที่กี่คะแนน”
นิสิตและนักศึกษาจำนวนหนึ่งในปัจจุบันนี้เป็นคนที่มักน้อยจริง ๆ
ผู้อ่านทุกคนอาจจะตกใจเมื่อรับรู้ดังนี้
“เราตัดเกรด F ที่คะแนนต่ำแถว ๆ 45 คะแนนหรืออาจจะน้อยกว่านี้ด้วย”
แล้วนิสิตและนักศึกษาจำนวนนี้จะมีคุณภาพเชิงวิชาการอย่างเหมาะสมหรือ
อนึ่ง เนื่องจากระบบแอดมิชชันระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ลดความสำคัญของวิชาหลัก คือ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาให้มีคะแนนเต็มรวมกันเพียง 100 คะแนน
โดยแต่ละวิชาเหล่านี้จึงมีความสำคัญเพียง 1 ใน 3 ของวิชาอื่น ๆ เช่น สังคมและภาษาไทยตามความคิดของนักเรียนที่จะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
ดังนั้น ผลที่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบันนี้ คือ นิสิตวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ปีที่ 1 ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสอบตกหรือเพิกถอนวิชาฟิสิกส์ปีที่ 1 ที่มากถึงร้อยละ 20 โดยประมาณ
ทั้งนี้จำนวนหนึ่งก็ยอมเรียนภาคฤดูร้อนถ้าอยู่ในวิสัยที่เรียนได้
ส่วนอีกจำนวนหนึ่งก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยโดยปริยาย
ทั้งนี้เนื่องมาจากสอบตกวิชาอื่น ๆ อีกจนสุดที่จะแก้ไขได้
คำถามเชิงข้อคิด ณ ตอนนี้เป็นดังนี้
เราจะโทษใครกันดี
เราจะโทษระบบการเรียนและการสอนกันหรือ
หรือว่าเราจะโทษระบบของสื่อการเรียนการสอนที่ไม่ดี
หรือเราจะโทษที่ระบบแอดมิชชันระบบดังกล่าว
อ้อ แล้วใครล่ะที่ปิดหรือบิดเบือนข้อมูลที่เข้าทำนองดังนี้
“โกหกเพื่ออะไร” ดังหัวเรื่องนี้

พ.ศ. 2499
นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ คนหนึ่งมีความภูมิใจเป็นที่สุดที่สามารถสอบคัดเลือกเข้ามาได้หลังจากที่สอบผ่านเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการมาก่อนหน้านั้น
อนึ่ง สมัยนั้นผู้ที่จะเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองไม่ต้องสอบคัดเลือก โดยประหนึ่งกับมหาวิทยาลัยรามคำแหงในปัจจุบัน
ดังนั้น นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้นิสิตจุฬาฯ ทุกคนในสมัยนั้นต่างดีใจและภูมิใจ
นิสิตวิทยาศาสตร์ที่ผู้เขียนกล่าวถึงคนนี้เป็นนักเรียนเก่าของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโรงหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นผู้ที่เรียนอยู่ในระดับดี และเป็นผู้ที่เป็นเลิศทางการกีฬาฯ แต่รูปร่างก็ไม่ได้สูงใหญ่นัก
นามสมมุติของนิสิตวิทยาศาสตร์คนนี้ คือ เอก
เอกเป็นนักกีฬาฯ ของคณะวิทยาศาสตร์ทุก ๆ ปี
และเป็นนักกีฬาฯ ของมหาวิทยาลัยด้วย
ถ้าปีใดเอกไม่ได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาฯ ของมหาวิทยาลัยในเบื้องต้นเอกจะเสียใจถึงขั้นหลั่งน้ำตาและขอเสนอเป็นตัวสำรองร่วมฝึกซ้อมด้วย
เอกฝึกซ้อมอย่างหนักด้วยใจรัก
ดังนั้น เอกจึงได้เป็นนักกีฬาฯ ตัวจริงของมหาวิทยาลัยสมดังปรารถนาในที่สุด
มิถุนายน 2504
ผู้เขียนเข้าห้องเลกเชอร์ห้องหนึ่งที่ตึกฟิสิกส์ 1 (ในสมัยปัจจุบันนี้) เพื่อสอนวิชาดาราศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาบังคับเลือกวิชาหนึ่งที่เปิดใหม่ของคณะวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้น
โดยที่ห้องนี้สามารถมีที่นั่งมากกว่า 250 ที่
ผู้อ่านคนใดคนหนึ่งอาจจะงงที่ผู้เขียนกล่าวว่า “วิชาบังคับเลือกวิชาหนึ่ง”
ทั้งนี้วิชานี้จัดเป็นวิชาเลือกวิชาหนึ่ง
แต่นิสิตวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งต้องศึกษาเพื่อให้ครบตามหลักสูตร
ผู้เขียนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ประมาณได้ดังนี้
มีนิสิตในห้องนั้นไม่น้อยกว่า 200 คน
อีกทั้งจำนวนหนึ่งของนิสิตในห้องนั้นมีเพื่อน ๆ ของผู้เขียนที่สอบตกซ้ำชั้นด้วย
ทั้งนี้คนหนึ่งในจำนวนนั้น คือ เอกที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั่นเอง
เอกนั่งอยู่เกือบแถว ๆ หน้าของห้องเลกเชอร์ห้องนี้
ทันทีที่ผู้เขียนสอนเสร็จและเดินออกจากห้องเลกเชอร์ห้องนั้นก็มีเสียงเรียกและมีนิสิตคนหนึ่งวิ่งตามมาพร้อมกับร้องเรียกดังนี้
เฮ้ย พงษ์หยุดก่อน
ผู้เขียนหยุดและหันไปมองดูตามเสียงนั้น
อ้อ เอกนั่นเอง
ผู้เขียน มีอะไรหรือเพื่อน
เอก เฮ้ย พงษ์ลื้อต้องช่วยอั๊วหน่อยนะเพื่อน
ผู้เขียน ลื้อต้องการให้อั๊วช่วยอะไรลื้อ
ลื้อบอกมาเลย
เอก อั๊วโกหกพ่อของอั๊วว่า “อั๊วจบแล้ว”
ผู้เขียน แล้วลื้อจะให้อั๊วช่วยอะไรหรือ
เอก อั๊วต้องสอบผ่านวิชาดาราศาสตร์ที่ลื้อสอนนี้
ผู้เขียน ลื้อก็ต้องทำตัวอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ในห้องเลกเชอร์อั๊วเป็นอาจารย์ ส่วนลื้อเป็นลูกศิษย์
เมื่ออยู่นอกห้องเราเป็นเพื่อนกัน
อ้อ สิ่งสำคัญ คือ ลื้อต้องเข้าห้องเลกเชอร์ทุกครั้งที่มีการเรียนการสอน
นอกจากนี้ อั๊วสั่งให้ทำอะไรลื้อก็ต้องทำตามอย่างมีเหตุผล
เอก อั๊วจะทำตัวดีและตั้งใจเรียนโดยไม่ทำให้ลื้อไม่สบายใจอย่างแน่นอน
อ้อ ลื้ออย่าบอกกับพ่อของอั๊วนะว่าอั๊วยังไม่จบน่ะ
ผู้เขียน ถ้าลื้อทำได้ตามที่พูดลื้อก็จะจบอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ลื้อช่วยบอกเพื่อน ๆ ที่เรียนกับอั๋วด้วยล่ะ
เอก รับคำ
ตลอดทั้งภาคการศึกษาเอกเข้าห้องเลกเชอร์ทมุกคาบของการเรียนการสอนตามที่สัญญากับผู้เขียนนั้น
ผลการสอบก็ลงเอยด้วยดีโดยที่ผู้เขียนไม่ต้องช่วยเอกและเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ แต่ประการใด
อนึ่ง ต่อมาผู้เขียนรู้ข่าวที่ดีใจดังนี้
เพื่อนหลาย ๆ คนที่เรียนวิชาดาราศาสตร์กับผู้เขียน ณ ตอนนั้นในฐานะที่เป็นนิสิตสอบตกซ้ำชั้นมาก่อน ต่อมาจบปริญญาเอกจากต่างประเทศหลายคนโดยที่รวมทั้งเอกด้วย
ทั้งนี้ผู้เขียนกล่าวย้ำเสมอดังนี้
“ลูกศิษย์ต้องเก่งและก้าวหน้ากว่าอาจารย์ประเทศไทยจึงจะเจริญยิ่ง ๆ ขึ้น”
อนึ่ง ผู้เขียนในฐานะอาจารย์คนหนึ่งก็ชื่นชมและยินดีในความสำเร็จของลูกศิษย์ทุก ๆ คนอย่างจริงใจ
“โกหกเพื่ออะไรเรื่องนี้ก็จบลงด้วยประการฉะนี้”
ทั้งนี้ผู้อ่านทุกคนตอบได้หรือไม่ว่า “โกหกเพื่ออะไร”

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
18 มีนาคม 2554

ดาวเคราะห์น้อยดวงใดดวงหนึ่งจะพุ่งชนโลก

Mar 15, 2011 by     Comments Off on ดาวเคราะห์น้อยดวงใดดวงหนึ่งจะพุ่งชนโลก    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

ดาวเคราะห์น้อยดวงใดดวงหนึ่งจะพุ่งชนโลก
ไม่ใช่เป็นการบังเอิญกระมัง
โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะระบบนี้
ทั้งนี้เท่าที่ความรู้และความสามารถของมนุษย์โลกในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้โลกยังเป็นเทห์ฟ้าดวงเดียวในระบบสุริยะระบบนี้และอาจจะเป็นหนึ่งเดียวในเอกภพที่สิ่งมีชีวิตดังเช่นมนุษย์ดำรงอยู่
โลกเป็นดาวเคระห์ดวงที่ 3 จากดวงอาทิตย์
โดยที่โลกอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 1 หน่วยดาราศาสตร์หรือประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร
ทั้งนี้โลกอยู่ต่อจากดาวพุธดวงหนึ่งและดาวศุกร์อีกดวงหนึ่ง
โลกมีดาวบริวารดวงหนึ่ง คือ ดวงจันทร์
ทำไมโลกจึงมีดาวบริวารเพียงดวงเดียวที่โคจรรอบโลกรอบหนึ่งโดยหันเพียงด้านเดียวเข้าหาโลก
ทั้งนี้ราวกับว่าธรรมชาติบังคับให้ดวงจันทร์ดวงนี้เก็บความลึกลับแก่โลก
โดยที่ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองครบ 1 รอบพร้อม ๆ กับโคจรรอบโลกครบ 1 รอบ
อนึ่ง ผิวของดวงจันทร์เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตมากมาย
หาได้ราบเรียบและงามผุดผ่องเหมือนกับที่เรามองดูด้วยตาเปล่าแต่ประการใดไม่
ทั้งนี้ดวงจันทร์ต้องมีก้อนอุกกาบาตที่มีขนาดต่าง ๆ โจมตีมาอย่างมากเช่นกัน
ดังนั้น ดวงจันทร์จึงเป็นด่านแรกที่เปรียบเป็นยามเฝ้าบ้าน คือ โลกของเรานั่นเอง
ดาวเคราะห์ 2 ดวงซึ่งอยู่ถัดจากโลกที่เราจะกล่าวถึง ณ ที่นี้ คือ ดาวอังคารดวงหนึ่งและดาวพฤหัสบดีอีกดวงหนึ่ง
ทั้งนี้ดาวอังคารมีขนาดที่เล็กกว่าขนาดของโลก
โดยที่ดาวอังคารดวงนี้จัดอยู่ในกลุ่มน้องเล็ก ๆ ของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะระบบนี้
ส่วนดาวพฤหัสบดีนั้นเล่าก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าขนาดของโลกหลายเท่านัก
โดยที่จัดอยู่ในกลุ่มดาวพี่ใหญ่ของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะระบบนี้ด้วย
อนึ่ง ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารวงหนึ่งและวงโคจรของดาวพฤหัสบดีอีกวงหนึ่งมีเทห์ฟ้าจำนวนมากที่รู้จักกันในนามแอสเตอรอยด์ (Asteroid) หรือดาวเคราะห์น้อย (Minor planet) ดวงหนึ่ง ๆ
อนึ่ง เรายังหวั่น ๆ กันดังนี้
ดาวเคราะห์น้อยบางดวงที่มีขนาดโตอาจจะมีโอกาสมุ่งมาชนกับโลก
ดาวเคราะห์น้อยดวงใดดวงหนึ่งจะมีโอกาสพุ่งชนโลกของเราจริงหรือ
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงโดยที่เราไม่ได้หาทางป้องกัน เช่น เบี่ยงเบนวิถีการเคลื่อนที่วิถีหนึ่งของดาวเคราะห์น้อยดวงใดดวงหนึ่งดังกล่าวนั้นโอกาสที่จะก่อความวิบัติที่รุนแรงต่อโลกก็เป็นได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อคิดเห็นประการสำคัญประการหนึ่งที่เราควรกล่าวถึงในเบื้องต้นเป็นดังนี้
“ดาวเคระห์น้อยจำนวนมากที่โคจรอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารวงหนึ่งและของดาวพฤหัสบดีอีกวงหนึ่งนั่นแหละ”
ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งดังนี้
ดาวพฤหัสบดีดวงนี้มีขนาดโตกว่าขนาดของดาวอังคารอีกดวงหนึ่งนั้นมาก ๆ
ดังนั้น ดาวพฤหัสบดีดวงนี้ย่อมมีการดึงดูดกับดาวเคราะห์น้อยทั้งหลายมากกว่าผลที่เกิดจากดาวอังคารดวงนั้นอย่างเทียบกันไม่ได้
สิ่งนี้เองที่ธรรมชาติบรรจงสร้างไว้เพื่อควบคุมสภาพวงโคจรวงหนึ่งของบรรดาดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง ๆ เหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นไปได้ที่ดาวเคราะห์น้อยบางดวงมีวิถีการเคลื่อนที่อันแหวกแนวแล้วมุ่งตรงมายังบริเวณที่อยู่ในอิทธิพลของโลก
ดังนั้น ณ ตอนนั้นการดึงดูดของโลกที่มีต่อดาวเคราะห์น้อยดวงดังกล่าวก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อโลกของเราได้
ถ้าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีขนาดโตจนตกกระทบสู่โลกและเกิดผลเสียหายอย่างรุนแรงมาก
ทั้งนี้ถ้าเราไม่หาวิธีป้องกันไว้
ความวิบัติย่อมมีต่อโลกอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
สิ่งสำคัญบางประการในขั้นนี้เป็นดังนี้
1. ศึกษาวิถีการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ดวงใดดวงหนึ่ง
2. ศึกษาขนาดของดาวเคราะห์ดวงที่อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยง
3. ศึกษาเพื่อหาวิธีป้องกันด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสมภายใต้ความรู้ ความสามารถ และเทคโนโลยีที่พึงมี
4. ระดมความคิดของมนุษย์โลกร่วมกัน
ทั้งนี้เราต้องไม่ยอมให้ความวิบัติดังกล่าวเกิดขึ้นแก่โลกของเราใบนี้
อย่างไรก็ตาม เรากำลังจะเผชิญสิ่งที่เป็นจริงในธรรมชาติ
หาใช่เป็นการบังเอิญแต่ประการใดไม่

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
15 มีนาคม 2554