Browsing"Poems"

ดวงตะวัน

Nov 14, 2010 by     1 Comment     Posted under: Astronomy, Poems, Uncategorized

ดวงตะวัน

ดวงตะวันขันอาสามาคลายทุกข์
บำรุงสุข ทุกวันกันทั่วหล้า
แสงสีทองสาดส่องผ่องนภา
เป็นเพราออกหากิน ณ ถิ่นใด
ยามเย็นนั้นตะวันพลันลาโลก
ราวกับโบกมือลามาพบใหม่
วันรุ่งขึ้นตื่นขึ้นมาฟ้าอำไพ
จิตแจ่มใสได้ประสบพบตะวัน

เราตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ๆ ของแต่ละวันที่เราจะต้องออกไปทำงานกันหรือว่ายังนอนอยู่ทั้ง ๆ ที่สายมากแล้วดวงอาทิตย์ก็มาทำหน้าที่ของตัวเองอยู่เป็นประจำด้วยความเต็มใจ โดยที่ไม่เคยขาด ไม่เคยลาป่วย ไม่เคยลาพักผ่อน ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายแม้แต่น้อย และก็ยังมาตรงเวลาเสมอ
ถึงกระนั้น บ่อยครั้งหลาย ๆ คนกลับบ่นกันว่าร้อนและทำทีว่าไม่ชอบแสงแดดเลยด้วยซ้ำ โดยที่อาจจะเกรงว่าผิวจะคล้ำไปเพราะโดนแสงแดดบ้าง ยิ่งกว่านั้น ต่างก็มีเสียงขู่ว่า จะได้รับอันตรายอย่างยิ่งจากรังสียูวีหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet Ray) จากดวงอาทิตย์
ผลที่ได้รับโดยทันที คือ ผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้ทาป้องกันรังสีนี้ก็จะขายดีอย่างยิ่งนั่นเอง
หลายคนคงพูดว่า ผู้เขียนคงจะอิจฉาและไม่สามารถจะซื้อมาใช้ได้น่ะซี
ผู้เขียนไม่ขอปฏิเสธด้วยประการทั้งปวง
ทั้งนี้ถ้ายังคงอยู่ในสภาวะของความพอดีและพอเพียงก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร

ดวงอาทิตย์มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 110 เท่าของโลก
มีปริมาตรประมาณ 1 ล้าน 3 แสนเท่าของโลก
และมีมวลที่มากกว่า 3 แสนเท่าของโลก
ดวงอาทิตย์จึงมีค่าของปริมาณต่าง ๆ เหล่านี้ที่มากอย่างยิ่งเทียบกับของโลก
เราอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตรหรือ 1 หน่วยดาราศาสตร์
แสงมีอัตราเร็วในปริภูมิอิสระ ณ แห่งหนึ่งประมาณ 300 ล้านเมตรต่อวินาที
แสงจึงแผ่มาถึงโลกในเวลาประมาณ 500 วินาที (ครบจำนวนโจรดังที่ชอบกล่าวถึงกันในสมัยโบราณ)
มนุษย์ซึ่งสามารถวิ่งได้เร็วสุดประมาณวินาทีละ 10 เมตรเท่านั้น
ดังนั้น จึงสุดวิสัยที่เรานึกได้ว่า “แสงที่เคลื่อนที่เร็วถึงประมาณ 30 ล้านเท่าของเรานั้นจะเร็วเพียงใด”
ถึงแม้ว่า ดวงอาทิตย์จะมีขนาดใหญ่โตเช่นนั้น
ดวงอาทิตย์ที่ปรากฏแก่สายตาของเราก็โตกว่าลูกมะพร้าวลูกหนึ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เราแทบจะไม่น่าเชื่อต่อสายตาของเราเลยหากว่าเราได้นึกถึงขนาดที่แท้จริงของดวงอาทิตย์ไปพร้อม ๆ กันด้วย
ดวงอาทิตย์ ณ ขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกในตอนรุ่งเช้าของแต่ละวัน ๆ และ ณ ขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันตกในตอนเย็นจะมีลักษณะเป็นดวงกลมสีแสดแดงสุกใสอย่างสวยงามดวงหนึ่ง

ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์สีเหลืองดวงหนึ่งที่มีอุณหภูมิปานกลางประมาณ 6 พันเคลวิน
ดาวฤกษ์สีแดงดวงหนึ่งจะมีอุณหภูมิต่ำประมาณ 3,500 เคลวิน
ดาวฤกษ์สีน้ำเงินแกมขาวดวงหนึ่งจะมีอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 5 หมื่นเคลวิน

ดวงอาทิตย์มีทั้งปริมาตรและมวลมากกว่าของโลกอย่างที่เทียบกันไม่ได้นั้น
แต่ดวงอาทิตย์กลับมีเส้นผ่านศูนย์กลางและมวลประมาณ 5 เท่าของดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่มีขนาดเล็ก ๆ และมีมวลน้อย ๆ
อย่างไรก็ตาม ดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่มีขนาดใหญ่จะมีขนาดที่มากถึงประมาณ 20 เท่าของดวงอาทิตย์และมีมวลประมาณ 30 เท่าของดวงอาทิตย์
อีกทั้งดวงอาทิตย์ก็มีอายุปานกลาง
โดยที่จะสามารถให้พลังงานในอัตราอย่างปัจจุบันนี้ได้อีกนานถึงประมาณหมื่นล้านปี
เมื่อเราพิจารณาตามหลักวิชาโดยรวมแล้วเป็นดังนี้
ดวงอาทิตย์มีความพอดีและพอเพียงทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นขนาด มวล อุณหภูมิ ความสว่าง และพลังงานที่ให้ออกมา
ทั้งนี้เรารวมทั้งวัยที่หมายถึงอายุของดวงอาทิตย์ด้วย
สิ่งสำคัญร่วมกันซึ่งทำให้สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่รวมทั้งมนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกของเราและยังสามารถสืบพันธ์มาได้เป็นเวลาที่ยาวนานเช่นนี้เป็นดังนี้
กล่าวคือ ความเหมาะสมทุกสภาวะของโลกที่สัมพันธ์กับของดวงอาทิตย์ดังที่เราได้กล่าวมาแล้วนั่นเอง
ดวงอาทิตย์ดวงนี้จึงมีความหมายดังนี้
“เป็นเทห์ฟ้าดวงหนึ่งและดวงเดียวที่มีความสำคัญแก่เราอย่างยิ่ง”
หาได้เป็นแต่เพียงแหล่งพลังงานแหล่งหนึ่งตามที่คนจำนวนหนึ่งคิดกันเท่านั้น
ผู้เขียนจึงใคร่ขอให้ผู้อ่านทุกคนได้ตระหนักในสิ่งนี้ร่วมกันกับผู้เขียนด้วย
สิ่งสำคัญดังกล่าวนี้ คือ ความหวังซึ่งผู้เขียนใคร่อยากได้จากการเขียนเรื่องดวงตะวันเรื่องนี้ที่นอกเหนือจากความรู้ที่ผู้อ่านจะพึงได้รับบ้างนั้น
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
14 พฤศจิกายน 2553

มาตรกำลังไฟฟ้าอีกครั้ง

Oct 28, 2010 by     Comments Off on มาตรกำลังไฟฟ้าอีกครั้ง    Posted under: Poems, Uncategorized

มาตรกำลังไฟฟ้าอีกสักครั้ง
อันรูปนี้ที่เน้นเห็นสิ่งใด
ใครบอกได้ในสิ่งนี้ที่สงสัย
ความถูกต้องสอดคล้องกันอันเป็นไป
ดังที่ใช้หน่วยนั้นฉันยังงง

ผู้เขียนได้กล่าวถึงหน่วยของพลังงานไฟฟ้า 1 หน่วย คือ 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
มาตรตัวนี้ที่ใช้นี้จึงควรเป็นมาตรกิโลวัตต์ชั่วโมง (Kilowatt-Hour Meter) ตัวหนึ่ง
ทั้งนี้จากรูปนี้ คือ มาตรวัตต์ชั่วโมง (Watt-Hour Meter) ตัวหนึ่งโดยมีคำที่ซ่อนไว้ คือ rev/kWh ผู้อ่านลองมองหาดูซิ
ผู้เขียนสงสัยสิ่งนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสื่อให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ดังเช่นครั้งนี้
อนึ่ง ผู้อ่านเคยได้รับรู้อีกอย่างหนึ่งเหมือนกับผู้เขียนหรือไม่ดังนี้
โดยปกติบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งใช้มาตรไฟฟ้า 5 แอมแปร์ตัวหนึ่งที่เป็นมาตรขนาดเริ่มต้น อันเนื่องจากบ้านหลังเล็ก ๆ ใช้พลังงานไฟฟ้าไม่มาก
อย่างไรก็ตาม มาตรไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยก็จะเพิ่มเป็น 15 แอมแปร์หรือสูงกว่านี้ได้
สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจมีดังนี้
ผู้เขียนได้รับการบอกกล่าวมาว่า “มาตรไฟฟ้าแต่ละตัวจะทนกระแสไฟฟ้าประมาณ 3 เท่าของค่าที่ระบุไว้นั้น” เช่น
มาตรไฟฟ้า 5 แอมแปร์ตัวหนึ่งทนกระแสไฟฟ้าได้ถึง 15 แอมแปร์
และมาตรไฟฟ้า 15 แอมแปร์อีกตัวหนึ่งทนกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 45 แอมแปร์
ถ้าเป็นจริงเช่นที่กล่าวผู้ที่เกี่ยวข้องควรระบุให้ตรงตามที่เป็นจริงน่าจะเหมาะสมกว่า
อนึ่ง จะช่วยให้ผู้ใช้ได้ตระหนักถึงการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าและการสูญเสียที่ควบคู่ไปกับความปลอดภัยด้วย
ผู้เขียนใคร่ขอให้ผู้อ่านทุกคนสนใจมาตรกำลังไฟฟ้าตัวหนึ่งที่ใช้อยู่ด้วย
ช่วงสุดท้ายของเรื่องนี้ผู้เขียนใคร่เสนอแนะดังนี้
1. สำรวจกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้าน
ทั้งนี้ผู้อ่านจะเห็นได้โดยง่ายดังนี้
อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดระบุค่าของปริมาณที่เกี่ยวข้อง 3 ตัว คือ
ก. ความถี่ไฟฟ้ากระแสสลับ 50 เฮิรตซ์ (Hz)
ข. กำลังไฟฟ้า เช่น 750 วัตต์ (W)
ค. ความต่างศักย์ไฟฟ้า 220 โวลต์ (V)
2. รวมตัวเลขกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเข้าด้วยกัน
สมมติ คือ 2,200 วัตต์
3. ในกรณีที่ผู้อ่านคนหนึ่งใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดพร้อมกันจะสามารถหากระแสไฟฟ้า ณ ขณะนั้นที่เป็นกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้ดังนี้
กระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์เป็นดังนี้
เท่ากับอัตราส่วนของกำลังไฟฟ้าเป็นวัตต์กับความต่างศักย์ไฟฟ้าเป็นโวลต์
ดังนั้น กระแสไฟฟ้าจากกำลังไฟฟ้าที่ใช้ตามที่สมมติเป็นดังนี้
I =2,200/220 = 10 แอมแปร์
กระแสไฟฟ้าสูงสุด คือ 10 แอมแปร์นั้นยังอยู่ในวิสัยที่มาตรไฟฟ้า 5 แอมแปร์ตัวหนึ่งยังทนได้
อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านที่ไม่ประมาทและอยู่ในฐานะที่จะเปลี่ยนมาตรกำลังไฟฟ้าตัวที่ทนกระแสได้มากขึ้นผู้เขียนเสนอแนะว่า “น่าจะเลือกมาตรไฟฟ้า 15 แอมแปร์ตัวใหม่”
โดยที่ผู้อ่านเองจะรู้สึกสบายใจกว่ามาก
อนึ่ง ผู้อ่านแต่ละคนคิดง่าย ๆ ดังนี้
เมื่อรวมกำลังไฟฟ้าทั้งหมดเป็นวัตต์แล้วก็หารด้วย 220 โวลต์ผู้อ่านจะได้ผลลัพธ์ คือ กระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์ตามที่ต้องการนั้น
ณ ที่นี้ผู้เขียนใคร่เสนอแนะข้อมูลเสริมเป็นความรู้เบื้องต้นทั่วไปดังนี้
1. บางคนนิยมจำความสัมพันธ์อันหนึ่ง ๆ จากหน่วยของปริมาณตัวหนึ่ง ๆ ดังนี้
วัตต์เท่ากับโวลต์ × แอมแปร์
หรือวัตต์เท่ากับโวลต์-แอมแปร์
2. สมมติ กำลังไฟฟ้า คือ P วัตต์
ความต่างศักย์ไฟฟ้า คือ V โวลต์
และกระแสไฟฟ้า คือ I แอมแปร์
ความสัมพันธ์เบื้องต้นอันหนึ่งเป็นดังนี้
        P = VI วัตต์
และ I = P/V แอมแปร์
กระแสไฟฟ้าดังกรณีที่สมมตินั้นเป็นดังนี้
I = P/V = 2,200/220 =10 แอมแปร์
อนึ่ง 1 แอมแปร์เท่ากับ 1,000 มิลลิแอมแปร์
สาระดังกล่าวนี้เป็นสาระง่าย ๆ ทางวิชาการผู้เขียนจึงต้องขออภัยต่อผู้รู้ทั้งหลายไว้ด้วย
ทั้งนี้ผู้เขียนปรารถนาต้องการสื่อให้สังคมทั่วไปได้รับรู้ไว้เป็นความรู้พื้นฐานเท่านั้น
รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
28 ตุลาคม 2553

ดาวเคราะห์สีครามตอนที่ 1

Oct 27, 2010 by     Comments Off on ดาวเคราะห์สีครามตอนที่ 1    Posted under: Astronomy, Poems, Uncategorized

ดาวเคราะห์สีครามตอนที่ 1

ดาวเคราะห์นี้สีครามนามดวงใด
ผู้อ่านไซร้รู้ไหมกระไรหนอ
ต่างมองได้กระไรนี่อย่ารีรอ
รีบอ่านต่อทันทีที่เร็วไว
สมมติว่าครานี้ที่เดินทาง
อยู่ที่ว่างห่างอยู่รู้บ้างไหม
กลับมองโลกโชคดีนี่กระไร
โลกสดใสวิไลยิ่งสิ่งยินดี
โลกสีครามนามนี้ที่ยอมรับ
แสนประทับจับใจนักรักศักดิ์ศรี
ทั้งกระหยิ่มอิ่มเอมแลเปรมปรีดิ์
แสนสุขีดีใจที่ได้ชม
โลกหมุนวนสนใจบ้างไหมนั่น
สิ่งนี้นั้นคืนวันอันเหมาะสม
ด้านเข้าหาว่ากลางวันฉันชื่นชม
แลนิยมเหมาะสมดีมีกลางคืน
โคจรไปอย่างไรกระไรนั่น
สุริยันอยู่ศูนย์กลางอย่างไม่ฝืน
วนบรรจบครบปีหนึ่งจึงกลับคืน
ราวกับตื่นขึ้นมาวนดลดั่งใจ
ฤดูกาลผ่านไปในทุกรอบ
ตามระบอบชอบดีนี่ไฉน
แต่ละปีที่ผ่านนานอย่างไร
แต่กระไรใจท้อแท้แก่เกินกาล

ข้อมูลบางประการของโลกโดยประมาณ
อายุ 4.5 พันล้านปี
รัศมี ณ เส้นศูนย์สูตร 6,378 กิโลเมตร
รัศมีระหว่างขั้ว 6,356 กิโลเมตร
รัศมีเฉลี่ย 6,367 กิโลเมตร
พื้นที่ผิว 510,000,000 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่แผ่นดิน355,000,000 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่ผืนน้ำ 155,000,000 ตารางกิโลเมตร
มวล 6 ล้านล้านล้านล้านกิโลกรัม
ความหนาแน่นเฉลี่ย 5,500 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขนาดความโน้มถ่วงที่ผิว 9.8 เมตรต่อวินาทีต่อวินาที
มุมที่ระนาบเส้นศูนย์สูตรทำกับระนาบสุริยวิถี 23.5 องศา
ระยะทางเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 1 หน่วยดาราศาสตร์
เวลาหมุนรอบตัวเอง 24 ชั่วโมง
เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 365.25 วัน
อุณหภูมิเฉลี่ย ณ พื้นดิน 295 เคลวิน
ขนาดความดัน ณ ระดับน้ำทะเล 101,300 นิวตันต่อตารางเมตร
อัตราส่วนสะท้อน 1.37

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
27 ตุลาคม 2553

อนึ่ง ต้องขออภัยปัญหาการพิมพ์จำนวนเลขเชิงคณิศาสตร์ที่ดีและหน่วยของปริมาณตัวหนึ่ง ๆ ด้วยโดยเป็นผลจากข้อจำกัดของเว็บไซต์ฟรีของอาจารย์นี้

หุน

Oct 24, 2010 by     Comments Off on หุน    Posted under: Physics, Poems, Uncategorized

หุน

อันหุนนี้นี่อะไรอยากให้ทาย
บอกไม่ได้ใช่ไหมกระไรหนอ
ใช่หุนหันพลันแล่นเลยแขวนคอ
โดนตัดพ้อขออยู่ฟังอย่างตั้งใจ
อันหุนนี้มีใช้ในการวัด
ตามถนัดจัดตามจีนจากถิ่นไหน
โพ้นทะเลเตร่มาว่าห่างไกล
ยาวเท่าใดใคร่ผสมแลกลมกลืน
การชั่งนะว่าเปรียบเทียบอย่างไร
คำเฟื้องไซร้ได้ใช้กันนั้นไม่ฝืน
ห้าหุนนี้ที่เน้นเป็นตัวยืน
ใจระรื่นชื่นใจเฟื่องหนึ่งเฟื้องไง
ความยาวนั่นส่อกันอันขนาด
ฉันเคยพลาดคลาดเคลื่อนมาว่าอย่างไหน
นิ้วหนึ่งยกสิบหกช่องมองดูไป
สองช่องไซร้ใช่หนึ่งหุนที่คุ้นมา
อนิจจาครานี้ที่กระจ่าง
ตาเบิกกว้างอย่างไรใคร่สืบหา
หนึ่งช่องครึ่งตะลึงถึงที่มา
หนึ่งหุนหนาว่ากันฉันนั้นงง
เล่ห์การค้าว่ากันอย่างนั้นหรือ
อาจจะถือสื่อโกงกันอันประสงค์
ครั้งละนิดคิดบั้นปลายได้มั่นคง
จุดประสงค์บ่งบอกไว้ในเนื้อความ
หุนเป็นชื่อทั้งมาตราวัดและชั่งของจีน
อย่างไรก็ตาม ได้มีการเทียบกับมาตราชั่งของจีนไว้และก็เทียบมาตราวัดอังกฤษที่เป็นสากลดังนี้
1. มาตราชั่งเป็นดังนี้
กล่าวคือ 5 หุนเท่ากับ 1 เฟื้อง
ทั้งนี้เป็นมาตราชั่งของจีน โดยผู้เขียนกล่าวประกอบไว้เท่านั้น
2. มาตราวัดเป็นดังนี้
กล่าวคือ 1 หุนเท่ากับ 1.5 ใน 16 ส่วนของนิ้ว
ทั้งนี้ 8 หุนจึงมีความยาวเท่ากับ 3 ใน 4 ของ 1 นิ้วเท่านั้น
(อยากให้ผู้อ่านทุกคนลองคำนวณหาค่าดังกล่าวนั้นด้วย)
นอกจากนี้ 16 หุนเท่ากับ 1.5 นิ้ว
อนึ่ง ข้อมูลพื้นฐานซึ่งใช้คำนวณนี้ผู้เขียนได้นำมาจากหนังสือซึ่งเป็นบรรทัดฐาน คือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ. ศ. 2542 หน้า 447 ซึ่งเชื่อถือได้
ณ ที่นี้ผู้เขียนใคร่ตั้งเป็นข้อคิดดังนี้
1. เป็นความรู้ที่ผิด ๆ ของผู้เขียนตามที่ได้รับรู้มาจากการซื้อขาย โดยที่มิได้ตรวจสอบให้รอบคอบ
ทั้งนี้ผู้เขียนรับรู้มาอย่างผิด ๆ ดังนี้
กล่าวคือ 1 นิ้วเท่ากับ 8 หุน
2. จากข้อ 1 นี้อาจเป็นเพราะว่า ทุกคนต่างรู้กันมาอย่างผิด ๆ ตามเล่ห์เหลี่ยมของทางการค้า โดยไม่อาจกล่าวอ้างว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด
3. ภายใต้ความเชื่อว่า ข้อมูลที่ผู้เขียนใช้เป็นหลักในการคำนวณนี้ต้องถูกต้องอย่างแน่นอน
1 นิ้วเท่ากับ 10 เท่ากับอีก 2 ใน 3 หุน
และ 16 หุนเท่ากับ 1.5 นิ้ว
ทั้งนี้ถ้าคิดโดยประมาณเราควรใช้ดังนี้
1 นิ้วประมาณ 10 หุน
อนึ่ง เนื้อหาสาระซึ่งผู้เขียนนำเสนอนี้ผู้เขียนต้องการข้อเสนอแนะจากผู้รู้ทุกคน
ทั้งนี้คาดหวังว่า ความกระจ่างในเรื่องนี้จะอำนวยประโยชน์โดยรวม
อย่างไรก็ตาม ความยาวที่มีหน่วยเป็นหุนนี้ยังคงใช้ในการค้าขายของบ้านเรา
ทั้งนี้นิยมสื่อถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของนอต ก๊อกน้ำ และท่อน้ำ
ผู้เขียนใคร่ขอให้ผู้อ่านได้สังเกตตามนี้ด้วย
ผู้เขียนคาดว่า ผู้อ่านจำนวนหนึ่งคงงงกับสาระเรื่องหุนสาระนี้อย่างแน่นอน
กรุณาอ่านทบทวนอีกสักครั้งหนึ่งนะ
ด้วยความปรารถนาดี
รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
24 ตุลาคม 2553

เอกภพ (Universe)

Oct 21, 2010 by     Comments Off on เอกภพ (Universe)    Posted under: Astronomy, Poems, Uncategorized

เอกภพ
  เอกภพบรรจบความตามจะกล่าว
ได้บอกเล่ากล่าวมาว่าอักโข
เอกภพคำรบนี้ที่ใหญ่โต
อันอ่าโอ่โตอย่างไรไม่รู้กัน
  เริ่มจากเราเท่านี้อย่างที่รู้
สำรวจดูสู่โลกกว้างอย่างสุขสันต์
บนท้องฟ้าครานี้ที่รู้กัน
สุริยันอันดาราพาสุขใจ
  สุริยะระบบนี้นี่ใหญ่ขึ้น
จิตระรื่นตื่นตากว่าสิ่งไหน
ดาวเคราะห์นี้ดาวหางนั้นต่างกันไป
ดาวฤกษ์ไซร้ใคร่เห็นเป็นบุญตา
  กลุ่มดาวฤกษ์เบิกฟ้าเวลาค่ำ
ฉันดื่มด่ำฉ่ำใจใฝ่ฝันหา
เนบิวลาครานี้ที่ตื่นตา
ยังไขว่คว้าหาต่อเติมเพิ่มตามใจ
  ทางช้างเผือกเลือกมาศึกษาต่อ
เหมือนสิ่งล่อต่อเติมเสริมสิ่งไหน
ดาราจักรอยากใคร่เห็นเป็นเช่นใด
สืบเสาะไปให้ตะลึงถึงที่เป็น
  เอกภพจบตรงไหนหาใครรู้
มาคิดดูใหญ่เหลือเหนือที่เห็น
ตัวเราหรือคือธุลีชี้ประเด็น
สุดท้ายเป็นเช่นธุลีที่บั้นปลาย

รศ. สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
21 ตุลาคม 2553

สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น

Oct 10, 2010 by     Comments Off on สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น    Posted under: Poems, Uncategorized

สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น

สายพ่วงนี้มีสองสายสองปลายนั่น
ตัวคีบนั้นมีไว้ใช้สนอง
คีบขั้วใดให้ตรงกันอันสมปอง
ต้องสอดคล้องต้องตามขั้วอย่ากลัวไฟ

กระแสตรงจงใจในสิ่งนี้
เป็นสิ่งดีที่รู้กันนั่นไฉน
ทางที่ดีสีตรงกันนั่นกระไร
สีแดงไซร้ใช้บวกนั่นฉันกล่าวไป

สีดำหรือคือขั้วลบพบกับแท่น
เป็นตัวแทนสายดินได้ยินไหม
หากทว่าครานี้นี่กระไร
เพียงกล่าวไว้ในบทกลอนหาสอนกัน

สิ่งสำคัญนั่นหรือคือตอนพ่วง
ฉันเป็นห่วงต้องพ่วงเป็นเน้นสุขสันต์
หาไม่ไซร้ใคร่เกิดระเบิดพลัน
สิ่งนี้นั้นป้องกันได้ใช้วิชา

คีบขั้วบวกสะดวกแท้แก่แบตฯ ตาย
คีบอีกปลายสายเดียวกันอย่างหรรษา
ขั้วบวกนี้ที่แบตฯ เห็นเน้นบอกมา
คีบลบนาว่าแบตฯ นี้ที่ตามกัน

ปลายเหลือนี้ที่คีบหนีบเครื่องซะ
หากทว่าครานี้ที่เหหัน
จากแบตฯ นั้นฉันเน้นด้วยเช่นกัน
ติดเครื่องพลันนั่นหรือคือขั้นตอน

รีบปลดสายที่ใช้พ่วงอย่าหน่วงไว้
ทำอย่างไรในขั้นตอนเหมือนย้อนศร
กลับกันนั้นฉันนี้ที่วิงวอน
สิ่งสะท้อนวอนไว้ด้วยใจจริง

อย่าลืมว่าครานี้ที่ต้องทำ
ฉันใคร่ย้ำซ้ำไว้คล้ายหนุงหนิง
ปลายคีบเครื่องเรื่องนี้ไซร้ใคร่ทำจริง
ทำทุกสิ่งอย่างจริงจังดังกล่าวมา

การต่อพ่วงระหว่างแบตเตอรี่ตายใบหนึ่งเข้ากับแบตเตอรรี่เป็นอีกใบหนึ่งนี้จะอำนวยความสะดวกอย่างยิ่ง
อีกทั้งมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ทุกคนต้องมีความรู้ที่ถูกต้องอย่างแท้จริง หาไม่แล้วก็อาจจะเกิดผลเสียอย่างรุนแรงโดยคาดไม่ถึงได้

ด้วยเหตุนี้ จึงใคร่ขอกล่าวย้ำเป็นพิเศษดังนี้

1. อย่าสูบบุหรี่หรือจุดไฟใกล้ ๆ กับหม้อแบตเตอรี่ใบใดใบหนึ่งเป็นอันขาด
2. เราจะต้องตรวจสอบระดับน้ำ (ของเหลว) ในหม้อแบตเตอรี่ตายใบนั้นก่อนที่จะต่อพ่วงกับหม้อแบตเตอรี่เป็นอีกใบหนึ่งเสมอ
ทั้งนี้ถ้าระดับน้ำต่ำกว่าระดับที่กำหนดมากจนแทบมองไม่เห็นทางที่ดีไม่ควรดำเนินการในเรื่องนี้

นอกจากว่า มีผู้ที่มีความรู้อย่างถูกต้องจัดการให้

อย่างไรก็ตาม เราต้องปิดฝาของทุกช่องและมีสิ่งปกคลุมแบตเตอรี่ทั้ง 2 ใบนี้
อีกทั้งต้องมีสิ่งป้องกันดวงตาของเราด้วย

ขอย้ำให้ระวังกรณีที่จะมีการระเบิดเป็นพิเศษ
อนึ่ง เราต้องต่อพ่วงระหว่างแบตเตอรี่สองใบที่มีความต่างศักย์ไฟฟ้าหรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าเท่ากัน คือ 12 โวลต์เท่านั้น

ณ ที่นี้ใคร่ขอกล่าวถึงขั้นตอนของการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ 2 ใบดังกล่าวดังนี้

1. คีบปลายข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นหนึ่งที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่ตาย
2. เราคีบปลายอีกข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นเดียวกันนี้ (สีเดียวกัน เช่น สีแดง) เข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็นอีกใบหนึ่งนั้น
3. เราคีบปลายข้างหนึ่งของสายพ่วงอีกเส้นหนึ่งที่เหลือ (เช่น สีดำ) ที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็น
4. ณ ตอนนี้เราคีบปลายอีกข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นนี้กับแท่นเครื่องของรถยนต์คันของเรา
5. ติดเครื่องยนต์และรีบปลดตัวคีบทันที่เมื่อเครื่องยนต์ทำงานดีแล้ว

อนึ่ง คิดถึงดังนี้ บวก (ตาย) -บวก ลบ (เป็น) -ลบ (แท่นเครื่อง)

ทั้งนี้เราต้องทำตามกระบวนการย้อนกลับดังนี้
1. ต้องปลดตัวที่คีบกับแท่นเครื่องเป็นลำดับแรก
2. ปลดตัวคีบจากขั้วลบของแบตเตอรี่เป็น
3. ปลดตัวคีบจากขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็น
4. ปลดตัวคีบจากขั้วบวกของแบตเตอรี่ตายใบของเรานั้น

อนึ่ง คิดถึงดังนี้ (แท่นเครื่อง) ลบ-ลบ (เป็น) บวก-บวก (ตาย)

ณ ตอนนี้จะต้องตรวจสอบว่า เราได้ปิดฝาช่องเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในสภาพปกติอย่างครบถ้วนหรือไม่
นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมเก็บชุดสายพ่วงแบตเตอรี่ชุดนั้นให้เรียบร้อยด้วย
ทั้งนี้เราอาจจะลืมได้โดยง่ายเนื่องจากว่า เราดีใจที่เครื่องยนต์ทำงานตามปกติแล้ว
ณ ขั้นนี้ก็ไม่ควรชะล่าใจทางที่ดีควรจัดการเปลี่ยนหม้อแบตเตอรี่ใบใหม่โดยทันที
อนึ่ง ผู้อ่านทุกคนควรจะอ่านคู่มือของการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ 2 ใบก่อนใช้งานทุกครั้ง
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวของผู้อ่านเอง

ด้วยความปรารถนาดี

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
10 ตุลาคม 2553