Tagged with " Apollo 11"

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 4

Jun 9, 2011 by     3 Comments    Posted under: Astronomy

การดักหน้าดวงจันทร์ทำนองตำรวจวิ่งไล่จับขโมยเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่ง

ช่วงเวลาที่จะนำยานอวกาศลำหนึ่งไปดักหน้าดวงจันทร์นั้นไม่แน่นอน ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับตำแหน่งหนึ่ง ๆ ของดวงจันทร์และของโลกที่สัมพันธ์กัน Read more »

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 3

Apr 15, 2011 by     Comments Off on อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 3    Posted under: Astronomy

สภาวะ ณ ขณะที่ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เผยอตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นดังนี้ Read more »

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 2

Apr 12, 2011 by     2 Comments    Posted under: Astronomy

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 2
การเดินทางของนักบินอวกาศทั้ง 3 คนตามขั้นตอนดังที่กล่าวไว้ในอะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1 นั้นนักบินอวกาศดังกล่าวไม่ได้มีหน้าที่อะไรนอกเหนือจากการเป็นผู้โดยสารคนหนึ่ง ๆ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเขาทั้ง 3 คนจะต้องเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองอย่างจริงจังตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนการเดินทางนั้นดังนี้
กล่าวคือ เขาต้องตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของยานอวกาศลำนี้อย่างถี่ถ้วน
ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่ายานอวกาศลำนั้นอยู่ในสภาพที่พร้อมจะออกจากบรรยากาศของโลกสู่ห้วงอวกาศภายนอกนั้น
อย่างไรก็ตาม หน่วยบังคับการภาคพื้นดินหน่วยหลักต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งด้วยเช่นกัน
อีกทั้งยังต้องศึกษารายงานข้อมูลที่ได้รับจากยานอวกาศลำดังกล่าวอย่างละเอียด
อนึ่ง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินทั้งหลายซึ่งประจำอยู่ ณ ตำแหน่งต่าง ๆ ทั่วโลกก็คอยติดตามการเดินทางของยานอวกาศลำนี้ในวงโคจรวงหนึ่ง ๆ อยู่ตลอดเวลาและส่งข้อมูลไปยังศูนย์บังคับการที่ฮิวส์ตัน เทกซัสศูนย์หนึ่งนั้น
การเลี้ยวออกสู่แนวทางแนวใหม่แนวทางหนึ่งของยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เพื่อมุ่งไปสู่ ณ บริเวณแห่งหนึ่งที่ใกล้ ๆ กับดวงจันทร์ต้องกระทำอย่างระมัดระวังและมีความรอบคอบเป็นพิเศษเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้สิ่งสำคัญ 3 ประการที่ต้องกระทำให้เป็นไปตามที่กำหนดมีดังนี้
1. ยานอวกาศลำนี้ต้องมีแรงขับดันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
2. วิถีการเคลื่อนที่วิถีหนึ่งต้องตรงตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้
3. การปฏิบัติการต้องมีความแม่นยำตรงตามที่กำหนดไว้อย่างสมบูรณ์
ณ ที่นี้ขอกล่าวเป็นข้อสังเกตประกอบไว้ดังนี้
การเดินทางสู่ดวงจันทร์ดวงนี้ ณ ระยะห่างเกือบ 4 แสนกิโลเมตรโดยประมาณนั้นเราไม่จำเป็นต้องหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของโลกแรงหนึ่ง ๆ โดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้เราพียงแต่หลุดออกจากวงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง ๆ เพื่อเข้าสู่แนวทางแนวหนึ่งแล้วมุ่งไปสู่ดวงจันทร์ตามแผนที่กำหนดไว้แผนนั้น
ด้วยเหตุนี้ ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้จึงยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลการดึงดูดของโลก ณ ขณะที่เรากล่าวถึงนั้นด้วยเช่นกัน
อนึ่ง อัตราเร็วของยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้จึงสูงเกือบ 4 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนี้ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เข้าสู่แนวทางที่มุ่งสู่ดวงจันทร์แนวหนึ่งแล้ว
ถึงแม้ว่านักบินอวกาศในยานอวกาศลำนี้ก็สามารถปรับทิศทางได้บ้าง
แต่ก็เป็นการปรับทิศทางที่อยู่ในขอบเขตอันจำกัด
ดังนั้น การเล็งสู่เป้าหมายที่แม่นยำเป้าหนึ่ง คือ ดวงจันทร์นั้นจึงต้องทำให้ดีสุดในตอนเริ่มแรกนั้น
อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันดังนี้
ถ้าเราเล็งดวงจันทร์จากยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้โดยตรงย่อมไม่เกิดผลดี
ทั้งนี้สำหรับระยะเวลาประมาณ 3 วันของการเคลื่อนที่ตรงไปเพื่อให้เข้าใกล้ ณ ตำแหน่งวงโคจรวงหนึ่งของดวงจันทร์นั้นดวงจันทร์ดวงนี้ก็ได้เคลื่อนที่จากตำแหน่งที่เล็งตำแหน่งหนึ่งดังกล่าวไปเป็นระยะทางที่มากกว่า 2 แสน 6 หมื่น 5 พันกิโลเมตรตามแนวของวงโคจรวงดังกล่าวนั้นแล้ว
ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องเล็งดักหน้าดวงจันทร์ทำนองเดียวกันกับที่นายพรานคนหนึ่งเล็งปืนดักหน้าเหยื่อตัวหนึ่งของเขาฉะนี้
ทั้งนี้การเล็งดังกล่าวนี้จึงต้องเป็นตำแหน่งเล็งตำแหน่งหนึ่งที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่ไปถึง ณ ที่นั้นในช่วงเวลาอีก 3 วันโดยประมาณ
อนึ่ง ยานอะพอลโล 11 ลำนี้จะพุ่งเข้าสู่แนวทางการเคลื่อนที่อย่างแม่นยำหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นที่แม่นยำอย่างสุด ๆ
ทั้งนี้จึงต้องออกคำสั่งไปยังจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนี้ให้เริ่มติดเครื่องขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งตามเวลาที่ต้องกำหนดอย่างแน่นอนและแม่นยำอย่างยิ่ง
เสียงดังกึกก้องของการทำงานของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนี้บังเกิดขึ้นแล้ว
ดังนั้น การเดินทางสู่เป้าหมายดังที่กล่าวมาแล้วเป้าหมายหนึ่งจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยประการฉะนี้

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
12 เมษายน 2554

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1

Apr 4, 2011 by     2 Comments    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

 

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1
16 กรกฎาคม พ.ศ. 2512
ณ แหลมเคเนดี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
ณ ศูนย์ควบคุมยานอวกาศของสหรัฐฯ เจ้าหน้าทั้งหลายซึ่งมีจำนวนเรือนร้อยคนต่างเฝ้าดูผลของการตรวจสอบการนับถอยหลังด้วยใจจรดจ่อจากแสงแวบ ๆ วาบ ๆ บนแผงสัญญาณแผงหนึ่ง ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่
ทั้งนี้แผงสัญญาณทุกแผงบอกว่า “ไป” และก็ “ติดเครื่อง” แล้วจรวดท่อนที่ตั้งตระหง่านอยู่นั้นก็ทะยาน “ขึ้น” สู่ท้องฟ้าอย่างสง่างาม
เสียงคำรามอย่างกึกก้องดังขึ้นจากเครื่องยนต์ 5 เครื่องของจรวดท่อนแรก
ณ เวลาขณะนั้นนักบินอวกาศทุกคนต่างเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับแรงปะทะที่เขาจะได้รับจากการพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเร็วและฉับพลันของจรวดลำนี้
เครื่องยนต์ของจรวดลำนี้มีกำลังขับดันที่มากอย่างมหาศาล
ถึงแม้ว่าค่ากำลังขับดันที่มากอย่างมหาศาลดังกล่าว คือ เทียบได้กับผลจากมวลถึง 3 ล้านสี่แสนกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม ค่าดังกล่าวนี้ยังนับว่าเป็นอัตราพลังงานน้อยสุดที่จำเป็นสำหรับการขับดันจวดยักษ์ลำนี้ขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารดวงเดียวของโลก ณ ระยะเฉลี่ยจากโลกประมาณ 384,400 กิโลเมตร
ภายในช่วงเวลาอึดใจเดียวหลังจากการเดินเครื่องของเครื่องยนต์เครึ่องหนึ่ง ๆ ของจรวดสู่ดวงจันทร์ลำนี้ก็ดูราวกับว่าจรวดลำดังกล่าวกำลังทรงตัวอยู่เฉย ๆ เหนือผิวเปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกมาโดยรอบตามที่ปรากฏให้เห็นนั้น
ในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกหลังจากการเผยอตัวขึ้นจรวดลำนี้เคลื่อนที่ขึ้นไปได้สูงประมาณความยาวของตัวเองในขณะที่เครื่องยนต์เครื่องต่าง ๆ กำลังเผาผลาญมวลของเชื้อเพลิงอย่างหิวกระหายด้วยอัตราประมาณ 13,600 กิโลกรัมต่อวินาที
ดังนั้น ในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกดังกล่าวนั้นยานอวกาศลำนี้ก็มีมวลลดลงประมาณ 136 ตันทีเดียว
อนึ่ง ถ้ายานอวกาศลำดังกล่าวมีความรู้สึกก็จะรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นเบาไปโขอยู่
ทั้ง ๆ ที่มีการสิ้นเปลืองมวลเชื้อเพลิงไปทุก ๆ วินาที
แต่กำลังขับดันที่มีต่อยานอวกาศลำนี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้น ยานอวกาศลำดังกล่าวจึงพุ่งขิ้นด้วยอัตราเร็วแหนือเสียง
ด้วยเหตุนี้ นักบินอวกาศทุกคนจึงไม่ได้ยินเสียงคำรามอันกึกก้องของเครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง ๆ ดังกล่าวนั้นเลย
เชื่อหรือไม่เอ่ย
เมื่อเวลาผ่านไป 2 นาทีครึ่งจรวดท่อนแรกก็ขับดันหอคอยสูงหอนี้ขึ้นไปที่ระยะสูงถึง 64 กิโลเมตรด้วยอัตราเร็วเกือบ 9 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนั้นจรวดท่อนแรกก็หมดภารกิจแต่เพียงเท่านี้
ดังนั้น จรวดท่อนนี้จึงสลัดตัวออกมาจากคอยสูงหอนี้
โดยหกคะเมนตีลังกาลงสู่บรรยากาศแล้วตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
เมื่อมีการเผาผลาญเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลาและตอนนี้ยานอวกาศลำนี้ก็ปลดปล่อยจรวดแรกไปแล้วตอนนี้จึงมีมวลประมาณ 3 ใน 4 ของ ณ สภาวะเริ่มต้นสภาวะหนึ่ง
จรวดท่อนที่ 2 ท่อนหนึ่งเริ่มทำงาน
เครื่องยนต์ 5 เครื่องทำให้เกิดกำลังขับดันมหาศาล
โดยขับดันหอสูงหอดังกล่าวสู่แนวการเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งแนวหนึ่ง
ทั้งนี้ได้เคลื่อนที่ตัดข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและมุ่งไปทางทวีปอาฟริกา
ณ ขณะนี้ระบบนำวิถีระบบหนึ่งของหน่วยควบคุมหน่วยหนึ่งกำลังเปรียบเทียบตำแหน่งของจรวดลำนี้ ณ ขณะนั้นว่าตรงตามที่ได้ระบุไว้ในสมองกลของมันหรือไม่ ประการใด
ถ้าจำเป็นต้องปรับแก้แนวของการเคลื่อนที่ก็จะมีคำสั่งไปยังจรวดท่อนที่ 2 ท่อนนั้นทันที
แล้วย่อมยังผลให้มีการปรับแก้แนวเส้นทางให้ตรงตามประสงค์ได้
อนึ่ง ขณะที่ยานอวกาศลำนี้อยู่พ้นระดับความสูง 96 กิโลเมตรสัญญาณของการแยกหอคอยฉุกเฉินหอหนึ่งออกจากหัวจรวดลำนี้ก็ดังขึ้น
ทั้งนี้แสดงว่า ณ ตอนนั้นไม่จำเป็นต้องมีหอคอยฉุกเฉินหอนี้อีกต่อไป
หอคอยฉุกเฉินหอดังกล่าวจึงตกลงสู่โลกตามที่กำหนด
หลังจากที่เครื่องยนต์ของจรวดท่อนที่ 2 เครื่องนี้เดินเครื่องไปประมาณ 6 นาทีกว่า ๆ ยานอวกาศลำนี้มีอัตราเร็วที่ใกล้เคียงกับอัตราเร็วการโคจรรอบโลกรอบหนึ่ง ๆ
กล่าวคือ เร็วกว่า 2 หมื่น 4 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนั้นยานอวกาศลำดังกล่าวอยู่เหนือผิวโลกประมาณ 183 กิโลเมตร
จรวดท่อนที่ 2 ท่อนนี้ก็หมดภารกิจและแยกตัวจากยานอวกาศลำนี้
แล้วตกลงสู่โลกเช่นเดียวกับจรวดท่อนแรกท่อนนั้น
ตอนนี้เป็นหน้าที่ของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนหนึ่ง
ทั้งนี้จรวดท่อนนี้มีภารกิจเพื่อขับดันให้ยานอวกาศลำนี้มีอัตราเร็ววงโคจรอย่างเหมะสม
อนึ่ง เครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียวของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนดังกล่าวเดินเครื่องอยู่ประมาณ 2 นาที 45 วินาที
โดยที่ระบบนำวิถีระบบหนึ่งช่วยถือท้ายให้ยานอวกาศลำนี้มุ่งสู่แนวทางแนวหนึ่งของการโคจรอย่างถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในแผนของการเดินทางครั้งนี้
ครั้นหอคอยหอนี้ส่วนที่เหลืออยู่เบนหัวเข้าสู่แนวทางการเคลื่อนที่แนวหนึ่งตรงตามจุดประสงค์แล้วหน่วยควบคุมหน่วยหนึ่งจึงบังคับให้เครื่องยนต์เครื่องนี้ของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนั้นดับลงทันที
อย่างไรก็ตาม จรวดท่อนที่ 3 ท่อนดังกล่าวไม่ได้แยกตัวออกจากยานอวกาศลำนี้เหมือนกับจรวด 2 ท่อนก่อนหน้านั้น
ทั้งนี้จรวดท่อนที่ 3 ได้เผาผลาญเชื้อเพลิงไปเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
อีกทั้งยังมีภารกิจที่จะต้องทำอีกในโอกาสต่อไป
ณ ขณะนี้เวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 12 นาทีจากการปล่อยยานอวกาศลำนี้
อนึ่ง ยานอวกาศลำดังกล่าวกำลังโคจรในวงโคจรวงหนึ่งรอบโลก ณ ระดับความสูงประมาณ 185 กิโลเมตรด้วยอัตราเร็วถึง 2 หมื่น 8 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมงชั่วระยะหนึ่ง
ที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เสี่ยงภัยอย่างยิ่งของมนุษย์อวกาศ 3 คนของสหรัฐฯ สู่ดวงจันทร์ตามโครงการอะพอลโล 11 โครงการนี้
ผู้อ่านคนใดสนใจที่จะรับรู้ความตื่นเต้นของโครงการนี้ในอดีตที่ผ่านมา
โดยที่การเดินทางสู่ดวงจันทร์ในครั้งนั้นนับว่าเป็นการเดินทางหยุดโลกทีเดียว
ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านทุกคนได้ติดตามในโอกาสต่อไป

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
4 เมษายน 2554

ของระลึกที่โลกลืม

Nov 22, 2010 by     Comments Off on ของระลึกที่โลกลืม    Posted under: Astronomy, Poems, Uncategorized

ของระลึกที่โลกลืม

ตัวข้าฯ นี้ที่เฝ้าดูอยู่แน่วแน่
ก็เห็นแต่แดนสรวงปวงสวรรค์
อีกผลงานผ่านมาสารพัน
ทั้งดวงจันทร์ดวงดาวที่พราวพราย
คนทั้งโลกโชคดีหลายได้คุ้มครอง
สิ่งหวังปองสนองให้ดั่งใจหมาย
เกียรติระบือชื่อเสียงขจรขจาย
สิ่งทั้งหลายมลายสยบซบเท้าเอย

ถอดความเลียนแบบเนื้อหาตามคำตรัสของสันตะปาปาปอลที่ 6 (Pope Paul VI) ตามที่ได้จารึกไว้ในแผ่นจารึกขนาดจิ๋วแผ่นหนึ่งซึ่งได้ย่อลงมาเป็น 1 ใน 200 ส่วนจากของจริง
วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 (วันและเวลา ณ ประเทศไทย)
วันนั้นโลกทั้งโลกอยู่ในความเงียบ แต่ใจของทุก ๆ คนบนโลกหาได้เงียบสงบ ดังที่ปรากฏอยู่ไม่
ทุกคนซึ่งรวมทั้งผู้เขียนเองด้วยต่างก็อยู่ในสภาวะที่อาจจะสับสนบ้างเพราะไม่แน่ใจว่า “เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันนั้นจะลงเอยด้วยสถานใด”

ข้อความดังที่ผู้เขียนกล่าวไว้นี้ผู้อ่านคนหนึ่ง ๆ ซึ่งมีโอกาสอยู่ในช่วงวันและเวลานั้นจะสามารถยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ผู้เขียนมิได้กล่าวจนเกินจริงแต่ประการใด

วันนั้นผู้เขียนนั่งติดตามเหตุการณ์อยู่ ณ ห้องส่งของสถานีโทรทัศน์ฯ ช่อง 4 ที่ บางขุนพรหม กรุงเทพฯ ตามคำเชิญของนายพิชัย วาสนาส่ง (ต้องขอเอ่ยนำไว้ ณ ที่นี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน ) โดยที่นายพิชัย วาสนาส่งเป็นผู้ร่วมอภิปรายคนหนึ่งด้วย
ณ ขณะนั้นต้องยอมรับว่า นอกจากความตื่นเต้นต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยไม่มีใครเลยที่มีความเชื่อมั่นเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นต้องสำเร็จด้วยดีอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งผู้เขียนซึ่งอยู่ในฐานะผู้บรรยายเหตุการณ์วันนั้นก็ไม่ได้เชื่ออย่างสนิทใจว่า คนบนโลกกำลังจะรับรู้เหตุการณ์ที่เป็นจริง
อย่างไรก็ตาม โดยมรรยาทที่มีต่อส่วนรวมและต่อสังคมโลกผู้เขียนจึงไม่ได้แสดงความคิดความรู้สึกเช่นนั้นออกมาเลย ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ
ในที่สุด เหตุการณ์ระทึกโลกก็ผ่านพ้นไปและเป็นที่กล่าวขานถึงกันอีกนาน
แต่เหตุการณ์วันนั้นได้ผ่านไปนานมากแล้วในความรู้สึกของคนทั่วไปจึงแทบจะไม่มีใครกล่าวถึงอีกเลย
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังรู้สึกราวกับว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้เองจึงใคร่นำมากล่าวเพื่อเป็นการเตือนใจแก่คนที่เคยรับรู้มาแล้วประการหนึ่งและอีกประการหนึ่งนั้น คือ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังที่ไม่มีโอกาสได้เห็นเหตุการณ์สำคัญซึ่งเป็นเพียงครั้งเดียวในโลกนี้ครั้งนั้นด้วย
วันนั้นเป็นวันที่ยานอวกาศลำหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า อะพอลโล 11 (Apollo 11) ได้ลงจอดบนผิวดวงจันทร์อย่างนิ่มนวลท่ามกลางความตื่นเต้นและดีใจของคนทั้งโลก
ทั้งนี้วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 เป็นวันหนึ่งที่เราเคยคิดกันดังนี้
เราทุกคนจะจดจำวันนี้ไว้จนชั่วนิรันดร
ณ วันนี้ผู้เขียนเองไม่ค่อยแน่ใจนักว่า คนบนโลกจำนวนเท่าใดซึ่งยังคงระลึกถึงวันแห่งมนุษยชาติวันนั้นได้

ทั้งนี้ของที่ระลึกชิ้นเล็กสุดชิ้นนี้เป็นชิ้นที่มนุษย์โลกได้ฝากไว้บนดวงจันทร์ในการเยี่ยมเยียนเป็นครั้งแรกครั้งนั้น
เมื่อเวลาประมาณ 09.56 น. ของวันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2512
ตามวันและเวลาของประเทศไทย
ณ วันมนุษยชาติวันนั้นนีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) ซึ่งเป็นผู้บังคับยานอวกาศอะพอลโล 11 เป็นมนุษย์คนแรกที่ก้าวลงเหยียบพื้นผิวของดวงจันทร์ได้ลงไปยืนอย่างผงาดบนแผ่นกลมแผ่นหนึ่งที่ฐานของยานอินทรีย์เหล็กลำนี้
สักครู่หนึ่งเขาจึงเปล่งด้วยเสียงดังที่แสดงพลังดังนี้
“ก้าวนี้นับว่าเป็นเพียงก้าวสั้น 1 ก้าวของมนุษย์โลกคนหนึ่ง แต่จะเป็นก้าวกระโดดยักษ์ก้าวหนึ่งของมนุษยชาติ”
นับจากวันนั้นจนกระทั่งถึงวันนี้
ก้าวแรกก้าวหนึ่งนั้นก็ยังคงเป็นก้าวแรกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
มนุษยโลกจึงยังคงต้องรอก้าวกระโดดของมนุษยชาติก้าวหนึ่ง ๆ ต่อไปอีก
ทั้งนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะต้องรอกันอีกนานสักเท่าใด
แม้แต่โอกาสที่มนุษย์โลกสามารถสัมผัสพื้นผิวของดวงจันทร์ได้อีก
รศ.สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
22 พฤศจิกายน 2553