Tagged with " Direct Current"

มาตรความต่างศักย์

Mar 31, 2011 by     Comments Off on มาตรความต่างศักย์    Posted under: Physics, Uncategorized

มาตรความต่างศักย์
มาตรความต่างศักย์ซึ่งนิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า “โวลต์มิเตอร์” เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่มีสมบัติแตกต่างจากมาตรกระแสไฟฟ้าตามที่กล่าวมาแล้วดังนี้
1. มาตรความต่างศักย์ตัวหนึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง
ทั้งนี้มีประโยชน์เพื่อหาความต่างศักย์ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่ง ๆ
2. เราต่อมาตรความต่างศักย์ตัวหนึ่งแบบขนานแบบหนึ่งตามที่เราเรียกว่า ชันต์ (Shunt) กับอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่ง ๆ ที่ต้องการหาความต่างศักย์ไฟฟ้า
3. ถ้าเราต่อมาตรความต่างศักย์ตัวหนึ่งในลักษณะดังกล่าวนี้กระแสไฟฟ้าจะแยกไหลเข้าสู่มาตรความต่างศักย์ตัวนี้
ทั้งนี้จึงมีผลต่อกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าวงจรนี้
4. เพื่อลดผลกระทบตามข้อ 3. นั้นให้น้อยสุดเท่าที่เป็นได้
ดังนั้น มาตรความต่างศักย์ตัวหนึ่งต้องมีความต้านทานไฟฟ้าสูง ๆ
ข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบกับมาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งมีดังนี้
1. มาตรความต่างศักย์ตัวหนึ่งและมาตรกระแสไฟฟ้าอีกตัวหนึ่งมีพื้นฐานทางไฟฟ้าจากแกลแวนอมิเตอร์ตัวหนึ่ง ๆ ที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้
2. มาตรความต่างศักย์ตัวหนึ่งต่อขนานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่ง
ตรงกันข้าม มาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งจะต่ออนุกรมแบบหนึ่งกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่ง
3. มาตรความต่างศักย์ตัวหนึ่งมีความต้านทานไฟฟ้าสูง ๆ
ตรงกันข้าม มาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งมีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ ๆ
4. มาตรความต่างศักย์ตัวหนึ่งวัดความต่างศักย์ไฟฟ้าเป็นโวลต์
อนึ่ง มาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งวัดกระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์
ข้อสังเกตสำหรับมาตรความต่างศักย์ตัวนี้มีดังนี้
1. ตำแหน่งต่อขั้วลบมี 1 ตำแหน่ง
2. ตำแหน่งต่อขั้วบวกมี 2 ตำแหน่ง
ทั้งนี้ตำแหน่งหนึ่งสำหรับความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุด 1 โวลต์
ส่วนอีกตำแหน่งหนึ่งสำหรับความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงสุด 2 โวลต์
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเลือกต่อตามความเหมาะสมกับความต่างศักย์ไฟฟ้า
3. ขณะปกติเข็มชี้ทางซ้ายสุด
วงจรไฟฟ้าปิดวงจรหนึ่งดังรูปที่แสดงตอนท้ายของเรื่องนี้มีข้อมูลดังนี้
1. มาตรกระแสไฟฟ้าตัวนี้ทนกระแสไฟฟ้าสูงสุด 1 มิลลิแอมแปร์
2. มาตรความต่างศักย์ตัวนี้มีตัวเลขบนหน้าปัดสูงสุด 2 โวลต์
จงพิจารณาดังนี้
1. วงจรไฟฟ้าวงจรนี้
2. กระแสไฟฟ้าโดยประมาณในวงจรไฟฟ้าวงจรนี้
3. ความต่างศักย์ไฟฟ้าโดยประมาณของมาตรความต่างศักย์ตัวนี้

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
31 มีนาคม 2554

มาตรกระแสไฟฟ้า

Mar 29, 2011 by     Comments Off on มาตรกระแสไฟฟ้า    Posted under: Physics, Uncategorized

มาตรกระแสไฟฟ้า

มาตรกระแสไฟฟ้าหรือแอมมิเตอร์ตัวหนึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งซึ่งเราใช้วัดกระแสในวงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่ง
โดยทั่วไปเรายังคงนิยมกล่าวถึงในนามว่า “แอมมิเตอร์ตัวหนึ่ง” มากกว่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกล่าวถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นนี้เชิงปฏิบัติ
ทั้งนี้คงเนื่องมาจากความคุ้นเคยและรู้จักกันโดยทั่วไปนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ณ ที่นี้เราจะกล่าวถึงทั้ง 2 คำนี้ด้วยเหตุผลดังนี้
1. ไม่ต้องการทำให้ผู้อ่านสับสนจนเกินไป
2. ขณะเดียวกันผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านเริ่มคุ้นเคยกับคำที่บัญญัติใหม่นี้
อนึ่ง ขอย้ำว่า เราสามารถใช้คำทั้ง 2 คำนี้ได้
นอกจากนี้ กระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าหนึ่ง ๆ มีค่าน้อย ๆ เป็นมิลลิแอมแปร์หรือไมโครแอมแปร์
ดังนั้น เราจึงใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่งที่ตอบสนองอย่างเหมาะสมดังนี้
1. มิลลิแอมมิเตอร์ตัวหนึ่งที่ระบุหน่วยของกระแสไฟฟ้าสอดคล้องกัน กล่าวคือ มิลลิแอมแปร์ (mA)
2. ไมโครแอมมิเตอร์ตัวหนึ่งที่ระบุหน่วยของกระแสไฟฟ้าสอดคล้องกัน
กล่าวคือ ไมโครแอมแปร์ (μA)
ทั้งนี้ 1 แอมแปร์เท่ากับ 1,000 มิลลิแอมแปร์
และ 1 แอมแปร์เท่ากับ 1 ล้านไมโครแอมแปร์
การต่อมาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งเป็นดังนี้
1. เราต่อมาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งอนุกรมแบบหนึ่งกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่งหรือกับส่วนหนึ่งของวงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่งที่ต้องการรู้กระแสไฟฟ้า
2. เนื่องจากว่า มาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งมีปุ่มต่อขั้วบวกปุ่มหนึ่งและปุ่มต่อขั้วลบอีกปุ่มหนึ่ง
เราจึงต้องต่อกับขั้ว 2 ขั้วของแบตเตอรี่ก้อนหนึ่งที่สมนัยกัน
ทั้งนี้กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่งย่อมไหลในทิศทางของการเพิ่มค่าของกระแสไฟฟ้าบนหน้าปัดของมาตรกระแสไฟฟ้าตัวนี้อย่างถูกต้อง
เราสังเกตได้จากการเบนของเข็มชี้บนหน้าปัดเข็มหนึ่งดังกล่าว
อนึ่ง ถ้าต่อกลับขั้วกับที่กล่าวมานี้เข็มชี้บนหน้าปัดเข็มนี้จะเบนกลับกัน
กรณีดังกล่าวมีผลเสียต่อมาตรกระแสไฟฟ้าตัวนี้
ดังนั้น เราจึงควรระวังเป็นพิเศษ
3. ด้วยเหตุนี้ ถ้าเราสามารถเลือกได้เราควรเลือกใช้มาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งที่มีความต้านทานไฟฟ้าน้อย ๆ เทียบกับของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ และความต้านทานไฟฟ้าภาระในวงจรไฟฟ้าวงจรนี้
ทั้งนี้เนื่องจากว่า เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบของความต้านทานไฟฟ้าของมาตรกระแสไฟฟ้าตัวหนึ่งที่มีต่อกระแสไฟฟ้าที่เราต้องการวัดนั้น ๆ นั่นเอง

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
29 มีนาคม 2554

วงจรไฟฟ้ากระแสตรงวงจรหนึ่ง

Feb 27, 2011 by     Comments Off on วงจรไฟฟ้ากระแสตรงวงจรหนึ่ง    Posted under: Physics, Uncategorized

วงจรไฟฟ้ากระแสตรงวงจรหนึ่ง

ผู้อ่านคนใดคนหนึ่งที่สนใจจงสังเกตวงจรไฟฟ้าวงจรนี้
1. บันทึกข้อมูลต่าง ๆ ของวงจรไฟฟ้าวงจรนี้
2. ตอบคำถามต่าง ๆ ต่อไปนี้
ก. วงจรไฟฟ้าวงจรนี้ปิดหรือเปิดและมีเหตุผลสนับสนุนคำตอบอย่างไร
ข. แบตเตอรี่ก้อนนี้มีแรงเคลื่อนไฟฟ้าประมาณเท่าใด
ค. ตัวต้านทานไฟฟ้ามีกี่ตัว
ง. มิลลิแอมมิเตอร์ตัวนี้แสดงค่ากระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าวงจรนี้หรือไม่

วงจรไฟฟ้ากระแสตรงวงจรหนึ่ง (A direct current electric circuit) มีองค์ประกอบเบื้องต้นดังนี้
1. แหล่งต้นทางกระแสไฟฟ้าตรงหรือกระแสตรงแหล่งหนึ่ง
กล่าวคือ เครื่องกำเนิดกระแสตรงเครื่องหนึ่ง (A direct current generator)
ทั้งนี้ผู้เขียนสื่อถึงหม้อแบตเตอรี่หม้อหนึ่งและเซลล์ไฟฟ้าเซลล์หนึ่งด้วย
2. ตัวต้านทานไฟฟ้าตัวหนึ่ง
ทั้งนี้อาจจะมีตัวควบคุมกระแสตัวหนึ่ง (A rheostat) เป็นองค์ประกอบ
3. สายไฟฟ้าเส้นหนึ่ง ๆ ที่มีความต้านทานไฟฟ้าน้อย ๆ
ทั้งนี้เราใช้สายไฟฟ้าเส้นหนึ่ง ๆ เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นหนึ่ง ๆ
4. สวิตช์ตัวหนึ่งเพื่อปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่ง
อนึ่ง ในหลายกรณีอาจจะมีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นเครื่องวัดเครื่องหนึ่งดังนี้
แกลแวนอมิเตอร์ตัวหนึ่ง (A galvanometer)
มาตรกระแสไฟฟ้าหรือแอมมิเตอร์ตัวหนึ่ง (An ammeter)
มาตรความต่างศักย์หรือโวลต์มิเตอร์ตัวหนึ่ง (A voltmeter)
และมาตรความต้านทานไฟฟ้าหรือโอห์มมิเตอร์ตัวหนึ่ง (An ohmmeter)
แรงเคลื่อนไฟฟ้า (Electromotive force) เป็นคำที่สื่อความหมายดังนี้
กล่าวคือ แหล่งต้นทางพลังงานไฟฟ้าแหล่งหนึ่ง (A source of electrical energy) แหล่งต้นทางพลังงานไฟฟ้าแหล่งหนึ่ง ๆ ดังเช่น
1. แบตเตอรี่
2. เซลล์สุริยะเซลล์หนึ่ง (A solar cell)
3. คู่ควบความร้อนหรือเทอร์มอคัปเปิลตัวหนึ่ง (A thermocouple)
อย่างไรก็ตาม การศึกษาโดยทั่วไปในระดับนี้เราเน้นที่แบตเตอรี่หม้อหนึ่งและแบตเตอรี่ก้อนหนึ่งที่ใช้ในห้องปฏิบัติการเป็นสำคัญ
สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่เรามักมองข้ามกันมีดังนี้
กล่าวคือ อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดมีความต้านทานไฟฟ้าของตัวเอง
ทั้งนี้ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่แบตเตอรี่ก้อนหนึ่ง
ดังนั้น เราจึงจำเป็นจะต้องคำนึงถึงค่าความต้านทานไฟฟ้าภายใน (Internal electric resistance) ของแบตเตอรี่ก้อนหนึ่งในวงจรไฟฟ้าวงจรหนึ่งเสมอ
อนึ่ง สำหรับผู้อ่านคนใดคนหนึ่งที่เป็นครู อาจารย์ และนักเรียนที่สนใจรายละเอียดและการคำนวณสามารถศึกษาได้จากหนังสือชุดฟิสิกส์สู่มหาวิทยาลัยของผู้เขียน
นอกจากนี้ ถ้าสนใจในระดับที่สูงขึ้นผู้เขียนใคร่ขอแนะนำหนังสือชุดฟิสิกส์มหาวิทยาลัยอีกชุดหนึ่งของผู้เขียนเช่นกันไว้ ณ ที่นี้ด้วย

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/
27 กุมภาพันธ์ 2554

สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น

Oct 10, 2010 by     Comments Off on สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น    Posted under: Poems, Uncategorized

สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น

สายพ่วงนี้มีสองสายสองปลายนั่น
ตัวคีบนั้นมีไว้ใช้สนอง
คีบขั้วใดให้ตรงกันอันสมปอง
ต้องสอดคล้องต้องตามขั้วอย่ากลัวไฟ

กระแสตรงจงใจในสิ่งนี้
เป็นสิ่งดีที่รู้กันนั่นไฉน
ทางที่ดีสีตรงกันนั่นกระไร
สีแดงไซร้ใช้บวกนั่นฉันกล่าวไป

สีดำหรือคือขั้วลบพบกับแท่น
เป็นตัวแทนสายดินได้ยินไหม
หากทว่าครานี้นี่กระไร
เพียงกล่าวไว้ในบทกลอนหาสอนกัน

สิ่งสำคัญนั่นหรือคือตอนพ่วง
ฉันเป็นห่วงต้องพ่วงเป็นเน้นสุขสันต์
หาไม่ไซร้ใคร่เกิดระเบิดพลัน
สิ่งนี้นั้นป้องกันได้ใช้วิชา

คีบขั้วบวกสะดวกแท้แก่แบตฯ ตาย
คีบอีกปลายสายเดียวกันอย่างหรรษา
ขั้วบวกนี้ที่แบตฯ เห็นเน้นบอกมา
คีบลบนาว่าแบตฯ นี้ที่ตามกัน

ปลายเหลือนี้ที่คีบหนีบเครื่องซะ
หากทว่าครานี้ที่เหหัน
จากแบตฯ นั้นฉันเน้นด้วยเช่นกัน
ติดเครื่องพลันนั่นหรือคือขั้นตอน

รีบปลดสายที่ใช้พ่วงอย่าหน่วงไว้
ทำอย่างไรในขั้นตอนเหมือนย้อนศร
กลับกันนั้นฉันนี้ที่วิงวอน
สิ่งสะท้อนวอนไว้ด้วยใจจริง

อย่าลืมว่าครานี้ที่ต้องทำ
ฉันใคร่ย้ำซ้ำไว้คล้ายหนุงหนิง
ปลายคีบเครื่องเรื่องนี้ไซร้ใคร่ทำจริง
ทำทุกสิ่งอย่างจริงจังดังกล่าวมา

การต่อพ่วงระหว่างแบตเตอรี่ตายใบหนึ่งเข้ากับแบตเตอรรี่เป็นอีกใบหนึ่งนี้จะอำนวยความสะดวกอย่างยิ่ง
อีกทั้งมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ทุกคนต้องมีความรู้ที่ถูกต้องอย่างแท้จริง หาไม่แล้วก็อาจจะเกิดผลเสียอย่างรุนแรงโดยคาดไม่ถึงได้

ด้วยเหตุนี้ จึงใคร่ขอกล่าวย้ำเป็นพิเศษดังนี้

1. อย่าสูบบุหรี่หรือจุดไฟใกล้ ๆ กับหม้อแบตเตอรี่ใบใดใบหนึ่งเป็นอันขาด
2. เราจะต้องตรวจสอบระดับน้ำ (ของเหลว) ในหม้อแบตเตอรี่ตายใบนั้นก่อนที่จะต่อพ่วงกับหม้อแบตเตอรี่เป็นอีกใบหนึ่งเสมอ
ทั้งนี้ถ้าระดับน้ำต่ำกว่าระดับที่กำหนดมากจนแทบมองไม่เห็นทางที่ดีไม่ควรดำเนินการในเรื่องนี้

นอกจากว่า มีผู้ที่มีความรู้อย่างถูกต้องจัดการให้

อย่างไรก็ตาม เราต้องปิดฝาของทุกช่องและมีสิ่งปกคลุมแบตเตอรี่ทั้ง 2 ใบนี้
อีกทั้งต้องมีสิ่งป้องกันดวงตาของเราด้วย

ขอย้ำให้ระวังกรณีที่จะมีการระเบิดเป็นพิเศษ
อนึ่ง เราต้องต่อพ่วงระหว่างแบตเตอรี่สองใบที่มีความต่างศักย์ไฟฟ้าหรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าเท่ากัน คือ 12 โวลต์เท่านั้น

ณ ที่นี้ใคร่ขอกล่าวถึงขั้นตอนของการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ 2 ใบดังกล่าวดังนี้

1. คีบปลายข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นหนึ่งที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่ตาย
2. เราคีบปลายอีกข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นเดียวกันนี้ (สีเดียวกัน เช่น สีแดง) เข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็นอีกใบหนึ่งนั้น
3. เราคีบปลายข้างหนึ่งของสายพ่วงอีกเส้นหนึ่งที่เหลือ (เช่น สีดำ) ที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็น
4. ณ ตอนนี้เราคีบปลายอีกข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นนี้กับแท่นเครื่องของรถยนต์คันของเรา
5. ติดเครื่องยนต์และรีบปลดตัวคีบทันที่เมื่อเครื่องยนต์ทำงานดีแล้ว

อนึ่ง คิดถึงดังนี้ บวก (ตาย) -บวก ลบ (เป็น) -ลบ (แท่นเครื่อง)

ทั้งนี้เราต้องทำตามกระบวนการย้อนกลับดังนี้
1. ต้องปลดตัวที่คีบกับแท่นเครื่องเป็นลำดับแรก
2. ปลดตัวคีบจากขั้วลบของแบตเตอรี่เป็น
3. ปลดตัวคีบจากขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็น
4. ปลดตัวคีบจากขั้วบวกของแบตเตอรี่ตายใบของเรานั้น

อนึ่ง คิดถึงดังนี้ (แท่นเครื่อง) ลบ-ลบ (เป็น) บวก-บวก (ตาย)

ณ ตอนนี้จะต้องตรวจสอบว่า เราได้ปิดฝาช่องเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในสภาพปกติอย่างครบถ้วนหรือไม่
นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมเก็บชุดสายพ่วงแบตเตอรี่ชุดนั้นให้เรียบร้อยด้วย
ทั้งนี้เราอาจจะลืมได้โดยง่ายเนื่องจากว่า เราดีใจที่เครื่องยนต์ทำงานตามปกติแล้ว
ณ ขั้นนี้ก็ไม่ควรชะล่าใจทางที่ดีควรจัดการเปลี่ยนหม้อแบตเตอรี่ใบใหม่โดยทันที
อนึ่ง ผู้อ่านทุกคนควรจะอ่านคู่มือของการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ 2 ใบก่อนใช้งานทุกครั้ง
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวของผู้อ่านเอง

ด้วยความปรารถนาดี

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
10 ตุลาคม 2553

หม้อแบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่ง

Sep 17, 2010 by     Comments Off on หม้อแบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่ง    Posted under: Poems, Uncategorized

 

แบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่ง

แบตเตอรี่มีมากไหมที่ไม่รู้
หากถามดูอยู่ตรงไหนใคร่สับสน
เป็นเช่นนี้มีมากไซร้ก็หลายคน
ลองสืบค้นคนใกล้กันนั่นประไร

คนใกล้ตัวเงียบไว้ไม่ว่ากัน
คนอื่นนั้นนั่นหรือฤๅไฉน
อาจบอกมาว่าไม่รู้อยู่ที่ใด
บางคันไซร้มองไม่เห็นเน้นปิดบัง

ในห้องเครื่องเบื้องใดซ้ายหรือขวา
หรือเบื้องหน้าว่าไปใต้เบาะหลัง
ใช่ล้อเล่นเป็นเช่นนั้นฉันจริงจัง
สักกี่ครั้งตั้งใจมองน้ำพร่องไป

อันที่จริงสิ่งนี้ที่กล่าวกัน
อันน้ำนั้นผิดไปบ้างต่างรู้ไหม
น้ำกรดนั้นนั่นมีอยู่รู้อย่างไร
คอยเติมไปใช้น้ำกลั่นต้องหมั่นดู

อากาศนี้ ที่ร้อนมากจากที่เคย
น้ำระเหยเลยลดไปไม่อดสู
ธรรมดาว่ากันฉันก็ดู
ขอให้รู้อยู่ต่ำไปใคร่ต้องเติม

เติมน้ำกลั่นรู้กันมาว่าอย่างไร
หากรู้ไหมอะไรขาดอาจต้องเสริม
ประจุไฟใช้ได้ไม่เหมือนเดิม
ลองอ่านเพิ่มเติมความรู้สู่ตัวตน

ไฟหมดหม้อท้อแท้แลตกใจ
ทำอย่างไรเข็นได้ไหมใคร่สับสน
ทางที่ดีมีไว้ในรถยนต์
อาจสับสนค้นหาว่ากระไร

สายต่อนี้ต้องมีไว้ใช้พ่วงหม้อ
เพียงใคร่ขอต่อพ่วงกันอันคันไหน
รับรองว่าครานี้ที่เป็นไป
เครื่องยนต์ไซร้ใคร่ทำงานในทันที

แบตเตอรี่ของรถยนต์แต่ละใบในรถยนต์คันหนึ่งมีแรงเคลื่อนไฟฟ้า 12 โวลต์และต่อเป็นครบเป็นวงจรไฟฟ้ากระแสตรง โดยมีขั้วบวกขั้วหนึ่งและขั้วลบอีกขั้วหนึ่งที่ต้องต่อกับสายต่อแต่ละเส้นอย่างแน่นโดยไม่สามารถขยับได้
ทั้งนี้ขั้วลบขั้วนั้นจะต่อไว้กับแท่นของรถยนต์อย่างเห็นได้ชัด
ในปัจจุบันนี้แบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่งมักมีตาแมวเพื่อบอกสภาพของหม้อแบตเตอรี่ใบนั้นดังนี้
1. ตาแมวสีฟ้า คือ ประจุไฟฟ้าไว้เต็มและใช้งานได้ตามปกติ
2. ตาแมวสีเหลือง คือ ต้องประจุไฟฟ้าเพิ่มเติม
3. ตาแมวสีขาวหรือใส คือ ต้องเติมน้ำกลั่น
ดังนั้น เราจึงควรสังเกตอยู่เสมอว่า หม้อแบตเตอรี่ใบนั้นอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีหรือไม่
อนึ่ง ถ้าน้ำกลั่นลดลงอยู่เรื่อย ๆ ย่อมสื่อให้เรารู้ว่า หม้อแบตเตอรี่ใบนั้นเริ่มเสื่อมสภาพ เราควรไปให้ทางร้านแบตเตอรี่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงตรวจสอบ
ทั้งนี้ทุกครั้งที่เราเติมน้ำกลั่นลงไปอีกน้ำกรดก็จะเจือจางลง ๆ สภาพความเป็นกรดก็ย่อมจะลดลง ๆ ตามไปด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้เราสามารถทดสอบในเบื้องต้นว่า หม้อแบตเตอรี่ใบหนึ่งยังพอใช้ได้หรือไม่นั้นดังนี้
กล่าวคือ เมื่อลองบีบแตรตามปกติและเสียงยังดังดีหม้อแบตเตอรี่ใบนี้ยังคงใช้ได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีเสียงแตรหรือดัง ๆ หาย ๆ ในขั้นแรกจะต้องตรวจสอบสภาพของสายต่อแต่ละเส้นที่ขั้วทั้ง 2 ขั้วนั้น
เมื่อพบว่า หม้อแบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่งไม่อยู่ในสภาพที่ใช้ได้ดังที่เรียกกันว่า ไฟหมดหม้อ อีกทั้งรถยนต์คันหนึ่งคันใดที่มีระบบเกียร์อัตโนมัติเราจึงไม่สามารถเข็นรถยนต์คันนี้เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานตามปกติได้
ณ ตอนนี้เราต้องพึ่งสายพ่วงหม้อแบตเตอรี่ชุดหนึ่งซึ่งควรมีไว้ประจำรถยนต์แต่ละคันอย่างยิ่ง
หาไม่แล้วเราอาจจะต้องเสียโอกาสซึ่งเราจะต่อพ่วงกับหม้อแบตเตอรี่ใบหนึ่งของรถยต์คันอื่น ๆ ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือกับเราอย่างน่าเสียดาย

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com