Tagged with " Electricity"

สายไฟฟ้าเส้นหนึ่ง ๆ

Dec 21, 2010 by     Comments Off on สายไฟฟ้าเส้นหนึ่ง ๆ    Posted under: Physics, Uncategorized

สายไฟฟ้าเส้นหนึ่ง ๆ

กล่าวครั้งนี้นี่หรือคือสายไฟ
เลือกอย่างไรชนิดใดใคร่เสาะหา
สายเดี่ยวนั้นนั่นสายคู่รู้กันมา
สายสามนะว่าไปที่ใช้งาน
สายเส้นใหญ่ใช้งานหนักอยากให้ใช้
สายเดี่ยวไงใช้ได้ดีที่ประสาน
ราคาสูงหาจูงใจในการงาน
อย่ามองผ่านความปลอดภัยจากใจกาย
สายคู่นี้มีสายสามถามต่อกัน
สิ่งนี้นั้นสัมพันธ์อยู่สู่ทั้งหลาย
ต้องสอดคล้องต้องกันนั้นทุกราย
คิดง่ายง่ายให้เหมือนที่สิ่งมีมา
ถ้าเริ่มใหม่ใช้สายสามทำตามนี้
ครบสามดีหากมีได้สบายหนา
ต้องระวังสูงจังดั่งราคา
ปรารถนาว่ากระไรให้พอตัว

ปกติแล้วสายเดี่ยวจะมีที่ใช้ไม่มากนัก
โดยเรามักใช้เฉพาะที่จำเป็น
ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ราคาของสายเดี่ยวต่อเมตรค่อนข้างสูง
โดยที่เราจะเน้นเส้นใหญ่ ๆ หรือเส้นที่มีพื้นที่หน้าตัดของเส้นทองแดงโต ๆ
อย่างไรก็ตาม อย่างน้อย 2 ส่วนที่จำเป็นต้องใช้สายเดี่ยวมีดังนี้
1. ส่วนที่ต่อจากมาตรไฟฟ้าตัวของเราไปยังที่ยึด
โดยที่ส่วนนี้จะอยู่อย่างคงทนเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ส่วนนี้ต้องขึงไปในบริเวณที่ว่าง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องเลี่ยงบริเวณต้นไม้ใหญ่ที่อาจจะหักลงมาเมื่อมีกระแสลมแรง
2. ส่วนที่ต่อเนื่องกัน คือ จากจุดสุดท้ายที่ยึดไว้นี้ไปสู่ตู้ไฟฟ้าใบหนึ่งในบ้านของเรานั้น
สำหรับบ้านที่เดินสายไฟฟ้าอยู่ก่อนแล้วโดยทั่วไปจะเป็นระบบสายคู่แทบทั้งสิ้น
อีกทั้งเต้ารับและเต้าเสียบทุกตัวที่มีอยู่เดิมก็ต้องสอดคล้องกันนั้น
ถ้าต้องการเดินสายต่อเติมก็ต้องเลือกระบบเดียวกันนั้น
นอกจากต้องการเพิ่มหรือเปลี่ยนเป็นระบบสายสามก็ทำได้
หากทว่าราคาจะสูงกว่า
สำหรับบ้านที่สร้างใหม่สมควรที่จะใช้ระบบสายสาม
กล่าวคือ มีสายดินซึ่งก็มีฉนวนสีเขียวแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างส่วนของสายไฟฟ้าอีก 2 เส้นในเส้นไฟฟ้าสายสามเส้นหนึ่ง ๆ นั้น
อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดจะต้องมีทั้งเต้ารับและเต้าเสียบที่สัมพันธ์กันอย่างเหมาะสมการติดตั้งและการใช้งานจึงจะมีประโยชน์คุ้มค่าอย่างสมบูรณ์
สิ่งสำคัญ คือ ผู้อ่านต้องเลือกขนาดของสายไฟฟ้าของส่วนต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยประมาณดังนี้
1. ส่วนของแสงสว่าง
2. ส่วนของเต้ารับและเต้าเสียบ
ทั้งนี้โดยทั่วไปต้องเป็นสายไฟฟ้าซึ่งมีขนาดโตขึ้น
หากแต่ราคาก็จะเพิ่มขึ้น ๆ ตามขนาดอย่างไม่เป็นสัดส่วนกัน
อย่างไรก็ตาม สองส่วนดังกล่าวนี้จะใช้สายร่วมกันก็ได้
ในกรณีที่ใช้ร่วมกันนี้จะต้องยึดกรณีของเต้ารับและเต้าเสียบเป็นหลัก
ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับระบบการเดินสายไฟฟ้าของช่างไฟฟ้า
อนึ่ง เต้ารับและเต้าเสียบของอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งต้องใช้กำลังไฟฟ้ามาก เช่น เตารีดไฟฟ้า เครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้า
ผู้อ่านควรใช้สายไฟฟ้าที่โตเส้นหนึ่ง ๆ
ประการสำคัญยิ่งอย่างหนึ่ง คือ ไม่ควรใช้ตลับสายต่อไฟฟ้าตัวซึ่งใช้สายไฟฟ้าเป็นลวดทองแดงเส้นเล็ก ๆ จำนวนหนึ่งถึงแม้ราคาค่อนข้างต่ำ
ทั้งนี้ผู้อ่านต้องดูตัวเลขที่สายไฟฟ้าแต่ละเส้นดังนี้
1. สายคู่
สมมติ ตัวเลขที่แสดงไว้ คือ 2×2.5 SQ.MM. มีความหมายดังนี้
กล่าวคือ ลวดทองแดงแต่ละเส้นในสายไฟฟ้าคู่เส้นนั้นมีพื้นที่หน้าตัด 2.5 ตารางมิลลิเมตร
2. สายสามหรือระบบสามสาย
ตัวเลขที่แสดงไว้ คือ 2×2.5/1.5 SQ.MM. มีความหมายดังนี้
กล่าวคือ ลวดทองแดงแต่ละเส้นในสายไฟฟ้าคู่เส้นนั้นมีพื้นที่หน้าตัด 2.5 ตารางมิลลิเมตร ส่วนสายดินที่อยู่ร่วมสายไฟฟ้าเส้นนี้มีพื้นที่หน้าตัด 1.5 ตารางมิลลิเมตร
3. สายดินเส้นหนึ่ง
ทั้งนี้สายดินแต่ละเส้นมักไม่มีตัวเลขกำกับไว้ที่เส้นสายดินเส้นหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ตามปกติจะต้องระบุไว้ที่กล่องใบที่ใส่สายดินเส้นนั้น
หากทว่าคนทั่วไปมักจะไม่ค่อยสนใจนัก
ทั้งนี้อาจจะมองอย่างผิวเผินจากขนาดของเส้นลวดทองแดงที่เห็นก็พอประมาณได้ หรือไม่ก็มองข้ามความสำคัญของสิ่งนี้ไป
ด้วยความปรารถนาดี
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้อ่านทุกคน
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
21 ธันวาคม 2553

มาตรกำลังไฟฟ้าอีกครั้ง

Oct 28, 2010 by     Comments Off on มาตรกำลังไฟฟ้าอีกครั้ง    Posted under: Poems, Uncategorized

มาตรกำลังไฟฟ้าอีกสักครั้ง
อันรูปนี้ที่เน้นเห็นสิ่งใด
ใครบอกได้ในสิ่งนี้ที่สงสัย
ความถูกต้องสอดคล้องกันอันเป็นไป
ดังที่ใช้หน่วยนั้นฉันยังงง

ผู้เขียนได้กล่าวถึงหน่วยของพลังงานไฟฟ้า 1 หน่วย คือ 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
มาตรตัวนี้ที่ใช้นี้จึงควรเป็นมาตรกิโลวัตต์ชั่วโมง (Kilowatt-Hour Meter) ตัวหนึ่ง
ทั้งนี้จากรูปนี้ คือ มาตรวัตต์ชั่วโมง (Watt-Hour Meter) ตัวหนึ่งโดยมีคำที่ซ่อนไว้ คือ rev/kWh ผู้อ่านลองมองหาดูซิ
ผู้เขียนสงสัยสิ่งนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสื่อให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ดังเช่นครั้งนี้
อนึ่ง ผู้อ่านเคยได้รับรู้อีกอย่างหนึ่งเหมือนกับผู้เขียนหรือไม่ดังนี้
โดยปกติบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งใช้มาตรไฟฟ้า 5 แอมแปร์ตัวหนึ่งที่เป็นมาตรขนาดเริ่มต้น อันเนื่องจากบ้านหลังเล็ก ๆ ใช้พลังงานไฟฟ้าไม่มาก
อย่างไรก็ตาม มาตรไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยก็จะเพิ่มเป็น 15 แอมแปร์หรือสูงกว่านี้ได้
สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจมีดังนี้
ผู้เขียนได้รับการบอกกล่าวมาว่า “มาตรไฟฟ้าแต่ละตัวจะทนกระแสไฟฟ้าประมาณ 3 เท่าของค่าที่ระบุไว้นั้น” เช่น
มาตรไฟฟ้า 5 แอมแปร์ตัวหนึ่งทนกระแสไฟฟ้าได้ถึง 15 แอมแปร์
และมาตรไฟฟ้า 15 แอมแปร์อีกตัวหนึ่งทนกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 45 แอมแปร์
ถ้าเป็นจริงเช่นที่กล่าวผู้ที่เกี่ยวข้องควรระบุให้ตรงตามที่เป็นจริงน่าจะเหมาะสมกว่า
อนึ่ง จะช่วยให้ผู้ใช้ได้ตระหนักถึงการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าและการสูญเสียที่ควบคู่ไปกับความปลอดภัยด้วย
ผู้เขียนใคร่ขอให้ผู้อ่านทุกคนสนใจมาตรกำลังไฟฟ้าตัวหนึ่งที่ใช้อยู่ด้วย
ช่วงสุดท้ายของเรื่องนี้ผู้เขียนใคร่เสนอแนะดังนี้
1. สำรวจกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้าน
ทั้งนี้ผู้อ่านจะเห็นได้โดยง่ายดังนี้
อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดระบุค่าของปริมาณที่เกี่ยวข้อง 3 ตัว คือ
ก. ความถี่ไฟฟ้ากระแสสลับ 50 เฮิรตซ์ (Hz)
ข. กำลังไฟฟ้า เช่น 750 วัตต์ (W)
ค. ความต่างศักย์ไฟฟ้า 220 โวลต์ (V)
2. รวมตัวเลขกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเข้าด้วยกัน
สมมติ คือ 2,200 วัตต์
3. ในกรณีที่ผู้อ่านคนหนึ่งใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดพร้อมกันจะสามารถหากระแสไฟฟ้า ณ ขณะนั้นที่เป็นกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้ดังนี้
กระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์เป็นดังนี้
เท่ากับอัตราส่วนของกำลังไฟฟ้าเป็นวัตต์กับความต่างศักย์ไฟฟ้าเป็นโวลต์
ดังนั้น กระแสไฟฟ้าจากกำลังไฟฟ้าที่ใช้ตามที่สมมติเป็นดังนี้
I =2,200/220 = 10 แอมแปร์
กระแสไฟฟ้าสูงสุด คือ 10 แอมแปร์นั้นยังอยู่ในวิสัยที่มาตรไฟฟ้า 5 แอมแปร์ตัวหนึ่งยังทนได้
อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านที่ไม่ประมาทและอยู่ในฐานะที่จะเปลี่ยนมาตรกำลังไฟฟ้าตัวที่ทนกระแสได้มากขึ้นผู้เขียนเสนอแนะว่า “น่าจะเลือกมาตรไฟฟ้า 15 แอมแปร์ตัวใหม่”
โดยที่ผู้อ่านเองจะรู้สึกสบายใจกว่ามาก
อนึ่ง ผู้อ่านแต่ละคนคิดง่าย ๆ ดังนี้
เมื่อรวมกำลังไฟฟ้าทั้งหมดเป็นวัตต์แล้วก็หารด้วย 220 โวลต์ผู้อ่านจะได้ผลลัพธ์ คือ กระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์ตามที่ต้องการนั้น
ณ ที่นี้ผู้เขียนใคร่เสนอแนะข้อมูลเสริมเป็นความรู้เบื้องต้นทั่วไปดังนี้
1. บางคนนิยมจำความสัมพันธ์อันหนึ่ง ๆ จากหน่วยของปริมาณตัวหนึ่ง ๆ ดังนี้
วัตต์เท่ากับโวลต์ × แอมแปร์
หรือวัตต์เท่ากับโวลต์-แอมแปร์
2. สมมติ กำลังไฟฟ้า คือ P วัตต์
ความต่างศักย์ไฟฟ้า คือ V โวลต์
และกระแสไฟฟ้า คือ I แอมแปร์
ความสัมพันธ์เบื้องต้นอันหนึ่งเป็นดังนี้
        P = VI วัตต์
และ I = P/V แอมแปร์
กระแสไฟฟ้าดังกรณีที่สมมตินั้นเป็นดังนี้
I = P/V = 2,200/220 =10 แอมแปร์
อนึ่ง 1 แอมแปร์เท่ากับ 1,000 มิลลิแอมแปร์
สาระดังกล่าวนี้เป็นสาระง่าย ๆ ทางวิชาการผู้เขียนจึงต้องขออภัยต่อผู้รู้ทั้งหลายไว้ด้วย
ทั้งนี้ผู้เขียนปรารถนาต้องการสื่อให้สังคมทั่วไปได้รับรู้ไว้เป็นความรู้พื้นฐานเท่านั้น
รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
28 ตุลาคม 2553

สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น

Oct 10, 2010 by     Comments Off on สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น    Posted under: Poems, Uncategorized

สายพ่วงแบตฯ ชุดนี้ที่จำเป็น

สายพ่วงนี้มีสองสายสองปลายนั่น
ตัวคีบนั้นมีไว้ใช้สนอง
คีบขั้วใดให้ตรงกันอันสมปอง
ต้องสอดคล้องต้องตามขั้วอย่ากลัวไฟ

กระแสตรงจงใจในสิ่งนี้
เป็นสิ่งดีที่รู้กันนั่นไฉน
ทางที่ดีสีตรงกันนั่นกระไร
สีแดงไซร้ใช้บวกนั่นฉันกล่าวไป

สีดำหรือคือขั้วลบพบกับแท่น
เป็นตัวแทนสายดินได้ยินไหม
หากทว่าครานี้นี่กระไร
เพียงกล่าวไว้ในบทกลอนหาสอนกัน

สิ่งสำคัญนั่นหรือคือตอนพ่วง
ฉันเป็นห่วงต้องพ่วงเป็นเน้นสุขสันต์
หาไม่ไซร้ใคร่เกิดระเบิดพลัน
สิ่งนี้นั้นป้องกันได้ใช้วิชา

คีบขั้วบวกสะดวกแท้แก่แบตฯ ตาย
คีบอีกปลายสายเดียวกันอย่างหรรษา
ขั้วบวกนี้ที่แบตฯ เห็นเน้นบอกมา
คีบลบนาว่าแบตฯ นี้ที่ตามกัน

ปลายเหลือนี้ที่คีบหนีบเครื่องซะ
หากทว่าครานี้ที่เหหัน
จากแบตฯ นั้นฉันเน้นด้วยเช่นกัน
ติดเครื่องพลันนั่นหรือคือขั้นตอน

รีบปลดสายที่ใช้พ่วงอย่าหน่วงไว้
ทำอย่างไรในขั้นตอนเหมือนย้อนศร
กลับกันนั้นฉันนี้ที่วิงวอน
สิ่งสะท้อนวอนไว้ด้วยใจจริง

อย่าลืมว่าครานี้ที่ต้องทำ
ฉันใคร่ย้ำซ้ำไว้คล้ายหนุงหนิง
ปลายคีบเครื่องเรื่องนี้ไซร้ใคร่ทำจริง
ทำทุกสิ่งอย่างจริงจังดังกล่าวมา

การต่อพ่วงระหว่างแบตเตอรี่ตายใบหนึ่งเข้ากับแบตเตอรรี่เป็นอีกใบหนึ่งนี้จะอำนวยความสะดวกอย่างยิ่ง
อีกทั้งมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ทุกคนต้องมีความรู้ที่ถูกต้องอย่างแท้จริง หาไม่แล้วก็อาจจะเกิดผลเสียอย่างรุนแรงโดยคาดไม่ถึงได้

ด้วยเหตุนี้ จึงใคร่ขอกล่าวย้ำเป็นพิเศษดังนี้

1. อย่าสูบบุหรี่หรือจุดไฟใกล้ ๆ กับหม้อแบตเตอรี่ใบใดใบหนึ่งเป็นอันขาด
2. เราจะต้องตรวจสอบระดับน้ำ (ของเหลว) ในหม้อแบตเตอรี่ตายใบนั้นก่อนที่จะต่อพ่วงกับหม้อแบตเตอรี่เป็นอีกใบหนึ่งเสมอ
ทั้งนี้ถ้าระดับน้ำต่ำกว่าระดับที่กำหนดมากจนแทบมองไม่เห็นทางที่ดีไม่ควรดำเนินการในเรื่องนี้

นอกจากว่า มีผู้ที่มีความรู้อย่างถูกต้องจัดการให้

อย่างไรก็ตาม เราต้องปิดฝาของทุกช่องและมีสิ่งปกคลุมแบตเตอรี่ทั้ง 2 ใบนี้
อีกทั้งต้องมีสิ่งป้องกันดวงตาของเราด้วย

ขอย้ำให้ระวังกรณีที่จะมีการระเบิดเป็นพิเศษ
อนึ่ง เราต้องต่อพ่วงระหว่างแบตเตอรี่สองใบที่มีความต่างศักย์ไฟฟ้าหรือแรงเคลื่อนไฟฟ้าเท่ากัน คือ 12 โวลต์เท่านั้น

ณ ที่นี้ใคร่ขอกล่าวถึงขั้นตอนของการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ 2 ใบดังกล่าวดังนี้

1. คีบปลายข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นหนึ่งที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่ตาย
2. เราคีบปลายอีกข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นเดียวกันนี้ (สีเดียวกัน เช่น สีแดง) เข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็นอีกใบหนึ่งนั้น
3. เราคีบปลายข้างหนึ่งของสายพ่วงอีกเส้นหนึ่งที่เหลือ (เช่น สีดำ) ที่ขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็น
4. ณ ตอนนี้เราคีบปลายอีกข้างหนึ่งของสายพ่วงเส้นนี้กับแท่นเครื่องของรถยนต์คันของเรา
5. ติดเครื่องยนต์และรีบปลดตัวคีบทันที่เมื่อเครื่องยนต์ทำงานดีแล้ว

อนึ่ง คิดถึงดังนี้ บวก (ตาย) -บวก ลบ (เป็น) -ลบ (แท่นเครื่อง)

ทั้งนี้เราต้องทำตามกระบวนการย้อนกลับดังนี้
1. ต้องปลดตัวที่คีบกับแท่นเครื่องเป็นลำดับแรก
2. ปลดตัวคีบจากขั้วลบของแบตเตอรี่เป็น
3. ปลดตัวคีบจากขั้วบวกของแบตเตอรี่เป็น
4. ปลดตัวคีบจากขั้วบวกของแบตเตอรี่ตายใบของเรานั้น

อนึ่ง คิดถึงดังนี้ (แท่นเครื่อง) ลบ-ลบ (เป็น) บวก-บวก (ตาย)

ณ ตอนนี้จะต้องตรวจสอบว่า เราได้ปิดฝาช่องเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในสภาพปกติอย่างครบถ้วนหรือไม่
นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมเก็บชุดสายพ่วงแบตเตอรี่ชุดนั้นให้เรียบร้อยด้วย
ทั้งนี้เราอาจจะลืมได้โดยง่ายเนื่องจากว่า เราดีใจที่เครื่องยนต์ทำงานตามปกติแล้ว
ณ ขั้นนี้ก็ไม่ควรชะล่าใจทางที่ดีควรจัดการเปลี่ยนหม้อแบตเตอรี่ใบใหม่โดยทันที
อนึ่ง ผู้อ่านทุกคนควรจะอ่านคู่มือของการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ 2 ใบก่อนใช้งานทุกครั้ง
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวของผู้อ่านเอง

ด้วยความปรารถนาดี

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
10 ตุลาคม 2553

เตาไมโครเวฟในเบื้องต้น

Sep 28, 2010 by     Comments Off on เตาไมโครเวฟในเบื้องต้น    Posted under: Poems, Uncategorized

เตาไมโครเวฟในเบื้องต้น

เตาอย่างนี้มีใช้เมื่อไม่นาน
หากหลายบ้านขานตอบชอบเหลือหลาย
ความนิยมสมใจกันนั้นทั่วไป
หลากผู้ใช้ไขว่คว้ามาสู่ตน

รู้หรือไม่ใจฉันนั้นอยากเล่า
ใคร่บอกกล่าวรู้ไว้ไม่สับสน
หากระวังต่างรู้ไว้ไร้กังวล
เราทุกคนสนใจขยายความ

ความต่างศักย์เป็นโวลต์นี้ที่จะบอก
ไม่ย้อนยอกสูงนักหากสอบถาม
กระแสนั้นนั่นสูงด้วยช่วยติดตาม
ในเนื้อความตามที่กล่าวบอกเล่ากัน

สายดินนี้มีไว้ใคร่ต้องทำ
ฉันเฝ้าย้ำทำไว้ใจสุขสันต์
ไม่ลำบากยากกระไรใส่ใจกัน
สักหนึ่งอันขั้วดินนี้ที่บ้านใด

อันถ้วยชามยามใส่ในเตานั่น
เหมาะสมกันฉันเน้นเป็นไฉน
สีเงินทองต้องห้ามกันนั้นปะไร
ต้องใส่ใจข้อความนี้ที่กล่าวมา

ใช้ทุกครั้งตั้งมั่นดีมีสิ่งรอง
อีกทั้งต้องปิดฝาครอบชอบดีหนา
ต้องอยู่ห่างเอาไว้ได้รู้มา
รังสีฝ่ามาหาเราเข้าสู่กาย

อันตรายทายทักไว้ในรอบด้าน
เรานั้นต้านทานไว้นี้มีมากหลาย
ภัยหลากอย่างต่างมีที่เป็นไป
ไม่เห็นได้เกิดไม่ในพริบตา

หากสะสมบ่มเอาไว้ในตัวเรา
ความโง่เขลาเรารับไว้คล้ายสรรหา
นานวันเข้าภัยมากมายในกายา
เราถึงคราสิ้นชีพหนอรอความตาย

ด้วยความปรารถนาดี

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

มาตรกำลังไฟฟ้า (Wattmeter)

Sep 21, 2010 by     1 Comment     Posted under: Poems, Uncategorized

 

มาตรกำลังไฟฟ้าหรือวัตต์มิเตอร์ (Wattmeter)

มาตรไฟฟ้าตัวนี้ที่มองเห็น
บอกประเด็นเน้นสิ่งใดให้ศึกษา
หน้าบ้านฉันเห็นกันนานวันมา
รู้ไหมว่าสำคัญอันฉันใด

อย่างน้อยนั้นฉันรู้ดีที่มาตรนี้
ตัวบ่งชี้กระไรใช้ไฟฟ้า
ต้องจ่ายเงินหาเพลินไม่ได้แจ้งมา
เอือมระอาค่าไฟนี้ที่สิ้นเปลือง

มาตรกำลังไฟฟ้าหรือวัตต์มิเตอร์ (Wattmeter) มีความหมายดังนี้
อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่สื่อถึงกำลังไฟฟ้าและสะท้อนไปสู่พลังงานไฟฟ้าที่เราใช้กัน
ทั้งนี้ 1 หน่วยหรือ 1 ยูนิต คือ พลังงานไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
อนึ่ง พลังงานไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมงมีความหมายดังนี้
กล่าวคือ พลังงานไฟฟ้าที่คิดจากกำลังไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

พลังงานไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า และช่วงเวลาสัมพันธ์กันดังนี้

กล่าวคือ พลังานไฟฟ้าเท่ากับผลคูณของกำลังไฟฟ้ากับช่วงเวลา

อนึ่ง ผู้อ่านบางคนอาจจะสนใจความสัมพันธ์อันหนึ่งที่อยู่ในรูปของสัญลักษณ์จึงจะขอแสดงประกอบไว้ด้วยดังนี้
สมมติ กำลังไฟฟ้า คือ P วัตต์
ช่วงเวลาที่ใช้ไฟฟ้า คือ t วินาที
และพลังงานไฟฟ้า คือ W จูล
ความสัมพันธ์อันหนึ่งเป็นดังนี้
กล่าวคือ W=Pt จูลหรือวัตต์-วินาที

กิโลวัตต์และวัตต์สัมพันธ์กันดังนี้
1 กิโลวัตต์เท่ากับ 1,000 วัตต์
ช่วงเวลาเป็นชั่วโมงสัมพันธ์กับวินาทีดังนี้
1 ชั่วโมงเท่ากับ 3,600 วินาที
ดังนั้น พลังงานไฟฟ้า 1 หน่วยหรือ 1 ยูนิตเป็นดังนี้
1 หน่วยหรือ 1 ยูนิตเท่ากับ 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
เท่ากับ 1,000 × 3,600 วัตต์-วินาทีหรือจูล
เท่ากับ 3,600,000 วัตต์-วินาทีหรือจูล
เท่ากับ 3.6 ล้านวัตต์-วินาทีหรือจูล

ดังนั้น จำนวนเลขที่มากเช่นนี้ผู้อ่านอาจจะตกใจมากอย่างแน่นอน

ผู้อ่านคนใดคนหนึ่งลองคิดพลังงานไฟฟ้าในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าดังนี้
ถ้าผู้อ่านคนหนึ่งใช้เตารีดไฟฟ้า 1,000 วัตต์ 1 อันเป็นเวลานาน 1 ชั่วโมงผู้อ่านคนนี้ย่อมใช้พลังงานไฟฟ้าดังนี้
พลังงานไฟฟ้าที่ใช้เท่ากับ 1,000 × 1 วัตต์-ชั่วโมง
เท่ากับ 1 × 1 คือ 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
เท่ากับ 3.6 ล้านวัตต์-วินาทีหรือจูล
ตอนนี้ผู้อ่านก็ต้องตกใจอีกครั้งหนึ่งด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านทุกคนสำรวจกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้านของทุกคนนั้นแล้วคำนวณหาพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละเดือนโดยประมาณ

ปรารถนาดี

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

หม้อแบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่ง

Sep 17, 2010 by     Comments Off on หม้อแบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่ง    Posted under: Poems, Uncategorized

 

แบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่ง

แบตเตอรี่มีมากไหมที่ไม่รู้
หากถามดูอยู่ตรงไหนใคร่สับสน
เป็นเช่นนี้มีมากไซร้ก็หลายคน
ลองสืบค้นคนใกล้กันนั่นประไร

คนใกล้ตัวเงียบไว้ไม่ว่ากัน
คนอื่นนั้นนั่นหรือฤๅไฉน
อาจบอกมาว่าไม่รู้อยู่ที่ใด
บางคันไซร้มองไม่เห็นเน้นปิดบัง

ในห้องเครื่องเบื้องใดซ้ายหรือขวา
หรือเบื้องหน้าว่าไปใต้เบาะหลัง
ใช่ล้อเล่นเป็นเช่นนั้นฉันจริงจัง
สักกี่ครั้งตั้งใจมองน้ำพร่องไป

อันที่จริงสิ่งนี้ที่กล่าวกัน
อันน้ำนั้นผิดไปบ้างต่างรู้ไหม
น้ำกรดนั้นนั่นมีอยู่รู้อย่างไร
คอยเติมไปใช้น้ำกลั่นต้องหมั่นดู

อากาศนี้ ที่ร้อนมากจากที่เคย
น้ำระเหยเลยลดไปไม่อดสู
ธรรมดาว่ากันฉันก็ดู
ขอให้รู้อยู่ต่ำไปใคร่ต้องเติม

เติมน้ำกลั่นรู้กันมาว่าอย่างไร
หากรู้ไหมอะไรขาดอาจต้องเสริม
ประจุไฟใช้ได้ไม่เหมือนเดิม
ลองอ่านเพิ่มเติมความรู้สู่ตัวตน

ไฟหมดหม้อท้อแท้แลตกใจ
ทำอย่างไรเข็นได้ไหมใคร่สับสน
ทางที่ดีมีไว้ในรถยนต์
อาจสับสนค้นหาว่ากระไร

สายต่อนี้ต้องมีไว้ใช้พ่วงหม้อ
เพียงใคร่ขอต่อพ่วงกันอันคันไหน
รับรองว่าครานี้ที่เป็นไป
เครื่องยนต์ไซร้ใคร่ทำงานในทันที

แบตเตอรี่ของรถยนต์แต่ละใบในรถยนต์คันหนึ่งมีแรงเคลื่อนไฟฟ้า 12 โวลต์และต่อเป็นครบเป็นวงจรไฟฟ้ากระแสตรง โดยมีขั้วบวกขั้วหนึ่งและขั้วลบอีกขั้วหนึ่งที่ต้องต่อกับสายต่อแต่ละเส้นอย่างแน่นโดยไม่สามารถขยับได้
ทั้งนี้ขั้วลบขั้วนั้นจะต่อไว้กับแท่นของรถยนต์อย่างเห็นได้ชัด
ในปัจจุบันนี้แบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่งมักมีตาแมวเพื่อบอกสภาพของหม้อแบตเตอรี่ใบนั้นดังนี้
1. ตาแมวสีฟ้า คือ ประจุไฟฟ้าไว้เต็มและใช้งานได้ตามปกติ
2. ตาแมวสีเหลือง คือ ต้องประจุไฟฟ้าเพิ่มเติม
3. ตาแมวสีขาวหรือใส คือ ต้องเติมน้ำกลั่น
ดังนั้น เราจึงควรสังเกตอยู่เสมอว่า หม้อแบตเตอรี่ใบนั้นอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีหรือไม่
อนึ่ง ถ้าน้ำกลั่นลดลงอยู่เรื่อย ๆ ย่อมสื่อให้เรารู้ว่า หม้อแบตเตอรี่ใบนั้นเริ่มเสื่อมสภาพ เราควรไปให้ทางร้านแบตเตอรี่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงตรวจสอบ
ทั้งนี้ทุกครั้งที่เราเติมน้ำกลั่นลงไปอีกน้ำกรดก็จะเจือจางลง ๆ สภาพความเป็นกรดก็ย่อมจะลดลง ๆ ตามไปด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้เราสามารถทดสอบในเบื้องต้นว่า หม้อแบตเตอรี่ใบหนึ่งยังพอใช้ได้หรือไม่นั้นดังนี้
กล่าวคือ เมื่อลองบีบแตรตามปกติและเสียงยังดังดีหม้อแบตเตอรี่ใบนี้ยังคงใช้ได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มีเสียงแตรหรือดัง ๆ หาย ๆ ในขั้นแรกจะต้องตรวจสอบสภาพของสายต่อแต่ละเส้นที่ขั้วทั้ง 2 ขั้วนั้น
เมื่อพบว่า หม้อแบตเตอรี่ของรถยนต์ใบหนึ่งไม่อยู่ในสภาพที่ใช้ได้ดังที่เรียกกันว่า ไฟหมดหม้อ อีกทั้งรถยนต์คันหนึ่งคันใดที่มีระบบเกียร์อัตโนมัติเราจึงไม่สามารถเข็นรถยนต์คันนี้เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานตามปกติได้
ณ ตอนนี้เราต้องพึ่งสายพ่วงหม้อแบตเตอรี่ชุดหนึ่งซึ่งควรมีไว้ประจำรถยนต์แต่ละคันอย่างยิ่ง
หาไม่แล้วเราอาจจะต้องเสียโอกาสซึ่งเราจะต่อพ่วงกับหม้อแบตเตอรี่ใบหนึ่งของรถยต์คันอื่น ๆ ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือกับเราอย่างน่าเสียดาย

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com