Tagged with " Optics"

ภาพจากกล้องพ้องกันอันสายตา

Sep 24, 2010 by     Comments Off on ภาพจากกล้องพ้องกันอันสายตา    Posted under: Poems, Uncategorized

ภาพจากกล้องพ้องกันอันสายตา

ประเด็นสำคัญที่ใคร่กล่าวถึงเชิงเปรียบเทียบ 3 ประการดังนี้
1. สิ่งต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่จริงทั้งที่เป็นไปตามพฤติกรรมของธรรมชาติและที่เราได้สร้างขึ้น
2. สิ่งที่เราเห็นได้ด้วยตาของเราที่มีกระบวนการเชิงฟิสิกส์
3. ภาพเนื่องจากกล้องถ่ายภาพที่ใช้หลักของฟิสิกส์เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระของฟิสิกส์เพื่อสังคมตามเจตนา
ผู้เขียนจะไม่เน้นเชิงวิชาการที่ลึกซึ้งแต่ประการใด
หากทว่ายังคงไว้ถึงความถูกต้องด้วยเสมอฉะนี้

ภาพนี้หรือคือภาพจริงสิ่งมีอยู่
ทุกคนดูรู้เห็นเป็นอย่างไหน
ฉันใช้กล้องส่องดูรู้จากใจ
สิ่งที่ได้คล้ายกันอันสายตา

ทั้งแนวตั้งยังแนวนอนสะท้อนไป
ตามหลักไซร้ใคร่เป็นเช่นนี้หวา
แนวทั้งหลายได้ลู่ไปสุดสายตา
ลู่เข้าหาคล้ายจุดสุดคะนึง

สูงกว่าตาเดินลงตรงไปหา
ต่ำกว่าตาเดินขึ้นฝืนไปถึง
จุดอนันต์นั่นไซร้ใคร่คะนึง
ได้แต่ซึ้งตะลึงอยู่ดูความงาม

อนิจจาว่าไปไม่เหมือนจริง
เพราะทุกสิ่งท้วงติงได้พร้อมใคร่ถาม
มีหรือนั่นปลายทางนั้นฉันเดินตาม
พยายามตามไปสุดสายตา

เดินเท่าใดไปถึงไม่อยากใคร่ปลง
จึงนั่งลงส่งใจไปค้นหา
ประกอบกันฉันคิดไปในวิชา
จึงรู้ว่าครานี้ที่หลอกลวง

ตาเรานี่เทคโนนี้ที่สามารถ
ก็ไม่อาจคาดรู้จริงสิ่งใหญ่หลวง
ธรรมชาติผงาดอยู่ดูหลอกลวง
สิ่งทั้งปวงล่วงรู้มาหาเป็นจริง

ณ ที่นี้จึงใคร่กล่าวสรุปดังนี้
สิ่งที่เราเห็นด้วยตาของเราและภาพซึ่งบันทึกได้จากกล้องถ่ายรูปล้วนแต่มีข้อจำกัดที่สอดคล้องกัน โดยเรารับรู้เช่นนั้นและยอมรับเช่นนั้นตลอดมา
ด้วยเหตุนี้ เราจึงมักคิดว่า สิ่งนั้นเป็นความจริง
อย่างไรก็ตาม หาได้เหมือนกับที่เป็นจริงไม่
อนึ่ง ไม่ว่ากล้องถ่ายรูปและดวงตาของเราที่มีกระบวนการทางฟิสิกส์ที่เลียนแบบกันได้อย่างดียิ่ง หากทว่ายังไม่สามารถเข้าถึงธรรมชาติได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้หลักของการมองเห็นเชิงฟิสิกส์ดังกล่าวสรุปได้ดังนี้
สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่สูงกว่าระดับของสายตาจะปรากฏมีแนวทางที่ลู่ลง
ตรงกันข้าม สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ต่ำกว่าระดับของสายตามีแนวทางที่ลู่ขึ้น
ด้วยเหตุนี้ จึงเปรียบประหนึ่งว่า แนวทางต่าง ๆ กันจะไปบรรจบกันที่ตำแหน่งสุดสายตาตำแหน่งหนึ่งนั้น
อนึ่ง ขอกล่าวเสริมไว้ดังนี้
หลักของการมองเห็นที่ไม่เป็นจริงนี้เป็นที่ยอมรับกันทางฟิสิกส์
ฟิสิกส์เป็นวิชาที่พยายามเข้าถึงธรรมชาติหากทว่ายังมีขีดจำกัด
ธรรมชาติเท่านั้นที่เป็นจริงเสมอ

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

ใต้แดง แสง และเหนือม่วง

Sep 20, 2010 by     Comments Off on ใต้แดง แสง และเหนือม่วง    Posted under: Poems, Uncategorized

 

ใต้แดง แสง และเหนือม่วง

หัวข้อนี้มีประเด็นเน้นสิ่งใด
บอกก็ได้ในประเด็นเน้นที่แสง
หากสมทบพบเหนือม่วงพ่วงใต้แดง
คล้ายจำแลงแฝงมาคราปะปน

เรียงลำดับจับใต้แดงแซงมาก่อน
ใคร่สะท้อนย้อนไว้คล้ายสับสน
อันที่จริงสิ่งนี้อยู่ที่ตน
ไม่สับสนเริ่มต้นไปคล้ายชักจูง

เรียงเช่นนี้บ่งชี้ไปให้รู้กัน
เหนือม่วงนั้นนั่นมีความถี่สูง
ใต้แดงต่ำย้ำไว้ให้จรุง
ใคร่ผดุงมุ่งเนื้อหาว่าตามกัน

ตรงกันข้ามความยาวคลื่นอย่างอื่นนี้
ใต้แดงมีที่สูงกว่าหาเย้ยหยัน
สองสิ่งนี้ที่ผกผันกันและกัน
สิ่งนี้นั้นฉันและเธอเพ้อกระไร

อันแสงขาวใช่ขาวราวกระดาษ
อย่าได้คาดอาจผิดแน่แลเสียหาย
ขาวแต่ชื่อหรือนี่ที่กลับกลาย
เราทั้งหลายไม่เห็นแสงแย้งหรือไร

แสงขาวนั่นพลันกระจายกลายแสงสี
ต่างรู้ดีเจ็ดสีนั้นนั่นไฉน
แดงแสดเหลืองเรื่องนี้ดีกระไร
เขียวต่อไซร้ไปน้ำเงินเพลินสีคราม

สีม่วงท้ายนับได้ใคร่ครบครัน
เจ็ดสีนั้นฉันบอกไว้หาใครถาม
คิดให้ดีเจ็ดสีนั้นนั่นสื่อความ
สู่ดังนามถามใครนั้นใต้แดง

สีเหนือนั้นนั่นหรือคือเหนือม่วง
ฉันเลยพ่วงช่วงชิงกล่าวเล่าปนแสง
คงเข้าใจหาผิดไม่ในสำแดง
หากจะแย้งอย่างไรใคร่รับฟัง

รังสีใต้แดงดังกล่าวมีความยาวคลื่นแบบฉบับประมาณ 1 ในแสนของ 1 เมตร
ดวงอาทิตย์ยังคงเป็นแหล่งต้นทางหลักของรังสีใต้แดงในธรรมชาติที่มีบทบาทมากต่อโลก
นอกจากนี้ วัตถุที่มีอุณหภูมิสูง เช่น เตารีดไฟฟ้าก็ให้รังสีใต้แดงด้วย
ทั้งนี้เราสามารถใช้เทอร์มอมิเตอร์อันหนึ่ง ๆ วัดอุณหภูมิได้
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อเรา คือ ทำให้ผิวหนังไหม้เกรียมได้

รังสีเหนือม่วงมีค่าความยาวคลื่นแบบฉบับประมาณ 1 ในร้อยล้านของเมตร
ดวงอาทิตย์ยังคงเป็นแหล่งต้นทางของรังสีเหนือม่วงในธรรมชาติ
ทั้งนี้รังสีเหนือม่วงนี้เป็นรังสีที่อันตรายต่อเราชนิดหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ คนที่ไปเที่ยวตามชายทะเลขณะที่มีแดดกล้าย่อมได้รับรังสีเหนือม่วงดังกล่าว โดยจะทำให้ผิวหนังคล้ำเกรียม
หากทว่ากลับกลายเป็นที่นิยมสำหรับชาวผิวขาวที่ชอบผิวคล้ำ ๆ กัน

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

กระจกเงานูน

Sep 13, 2010 by     Comments Off on กระจกเงานูน    Posted under: Uncategorized

เธออยู่หลังฉันนั่งมองไม่ต้องเหลียว
มองทางเดียวไม่เหลียวไปในทางหลัง
ฉันเห็นเธอเหม่อลอยพลอยระวัง
เธออยู่หลังนั่งคันนั้นฉันเห็นเธอ

เธอมองมาราวกับว่ามองหาใคร
ฉันใช่ไหมใคร่รู้อยู่เสมอ
กระจกข้างอย่างบานนี้ที่เห็นเธอ
ไม่อยากเก้อเผลอดูอยู่ผู้เดียว

ผู้อ่านคนที่สนใจสาระทำนองนี้ควรศึกษาสมบัติการสะท้อนแสงของกระจกเงาราบและกระจกเงาทรงกลม ได้แก่ กระจกเงาเว้าและกระจกเงานูนในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาสาระที่สูงกว่าด้วยจะมีประโยชน์ยิ่งขึ้นจากหนังสือฟิสิกส์ทั่วไป
อ้อ อย่าลืมสนใจหนังสือฟิสิกส์ของผู้เขียนที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แห่งจุฬาฯ ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง ผู้เขียนรับรองว่า สาระถูกต้องที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน
กรุณาส่งความเห็นกลับมาบ้าง
ปรารถนาดีต่อทุกคน

รศ. สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com