Tagged with " Pressure"

120 และ 80

Dec 2, 2010 by     Comments Off on 120 และ 80    Posted under: Physics, Poems, Uncategorized

120 และ 80

ร้อยยี่สิบหยิบมานี้ที่อยากกล่าว
อยากบอกเล่ากล่าวถึงซึ่งความหมาย
เลขแปดสิบหยิบมานะอธิบาย
อยากขยายให้รู้สู่ทุกคน
ค่าความดันโลหิตสะกิดบอก
ไม่ได้หลอกบอกไว้ไม่สับสน
มิลลิเมตรปรอทไซร้ไม่วกวน
เราทุกคนต้องรู้หน่วยด้วยปัญญา

ทุก ๆ ครั้งที่เราไปสถานพยาบาล ณ แห่งหนึ่งเพื่อที่จะพบแพทย์คนใดคนหนึ่ง
เมื่อเราแสดงบัตรนัดหรือได้บอกถึงจุดประสงค์กับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง
โดยทั่วไปเราจะต้องไปชั่งน้ำหนัก (เพื่อทราบมวลของตัวเองว่า ตอนนั้นมีค่ากี่กิโลกรัม) หรืออาจจะวัดส่วนสูงประกอบด้วย (แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยกระทำกัน)
ทั้งนี้จะได้ใช้เป็นข้อมูลในเบื้องต้นให้แพทย์ผู้ตรวจได้รู้ว่า เรานั้นอ้วนขึ้นหรือผอมลงและแพทย์จะได้ถือเอาเป็นข้อชมหรือตำหนิคนไข้แต่ละคนตามแต่ละกรณี
ต่อจากนั้นโดยทั่วไปผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่ง (มักไม่ใช่นางพยาบาลโดยตรง คงประหยัดและเหมาะสมกับงานเป็นหลักนั่นเอง) ก็จะให้เราตรวจวัดความดันโลหิต (โดยที่ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลซึ่งดูเหมือนจะทันสมัยแต่ละแห่งต่างก็จะใช้เครื่องวัดความดันอัตโนมัติที่คิดค่าเชิงสถิติ ทั้ง ๆ ที่คนไข้ส่วนมากต่างก็ไม่ค่อยชอบการวัดความดันอย่างนี้แต่ก็ต้องจำใจรับบริการเช่นนั้น)
หัวใจที่เป็นอวัยวะสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในจำนวนหลาย ๆ อย่างของเราทุกคนได้ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องสูบหรือปั๊ม (Pump) เครื่องหนึ่ง หากแต่ว่าหัวใจของเรานี้เป็นเครื่องสูบกล้ามเนื้อ (Muscular Pump) ก้อนหนึ่งที่ธรรมชาติได้บรรจงสรรค์สร้างมาให้เรา
โดยทำหน้าที่สูบให้โลหิตไหลไปตามเส้นโลหิตแดงทั้งหลายในร่างกายแล้วจึงจะไหลตามเส้นโลหิตดำเพื่อวนกลับสู่หัวใจ
ทั้งนี้สำหรับคนคนซึ่งมีระบบของความดันโลหิตปกติตอนที่หัวใจหดตัวมากสุดจะมีความดันโลหิตประมาณ 120 มิลลิเมตรปรอท ส่วนตอนขณะที่หัวใจผ่อนคลายมากสุดนั้น ณ ตอนนั้นคนคนนี้ยังมีความตึงที่กล้ามเนื้อข้างซ้ายของหัวใจห้องล่างหรือเวนทริเคิล (Ventricle) ห้องนี้ที่มากพอจึงทำให้เกิดความดันต่ำสุดประมาณ 80 มิลลิเมตรปรอท
ด้วยเหตุนี้ จึงถือได้กับว่า คนคนหนึ่งที่มีสภาวะความดันโลหิตปกติจะมีความดันสูงสุดประมาณ 120 มิลลิเมตรปรอทและมีความดันต่ำสุดประมาณ 80 มิลลิเมตรปรอท

ภายใต้สภาวะเนื่องจากการทำงานของหัวใจซึ่งเรากำลังกล่าวถึงนี้โลหิตจะไหลออกจากหัวใจห้องล่างเข้าสู่หลอดเลือดแดงใหญ่หรือเอออร์ตา (Aorta) หลอดนี้ไปตามแขนงหนึ่ง ๆ ของเส้นโลหิตแดงและผ่านไปยังเส้นเลือดฝอยเส้นหนึ่ง ๆ ในที่สุด แล้วจึงจะมีกระบวนการของการไหลเวียนกลับในลักษณะที่ย้อนขั้นตอนจนบรรลุสู่สภาวะที่โลหิตไหลกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนหรือเอเทรียม (Atrium) ทางข้างขวาของหัวใจขณะที่ก็มีค่าความดันใกล้ 0 มิลลิเมตรปรอท

ทั้งนี้เปรียบประหนึ่งการเดินทางที่ยาวไกลของคนคนหนึ่ง
โดยที่ตอนเริ่มออกเดินทางก็จะเปี่ยมไปด้วยพลัง
แต่จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อกลับมาถึงบ้านอย่างคนที่ไร้พลังเลยทีเดียว

โดยทั่วไปแล้วความดันโลหิตโดยเฉลี่ยก็จะประมาณ 100 มิลลิเมตรปรอทหรือประมาณ 135 เซนติเมตรน้ำ (ทั้งนี้เราจะสามารถคำนวณได้ประมาณ 136 เซนติเมตรน้ำ)

ณ ที่นี้จะกล่าวถึงขั้นตอนของการวัดความดันโลหิตของคนคนหนึ่งดังนี้
1. เมื่อเราบีบลูกยางที่เปิดลิ้นลูกหนึ่งซึ่งต่อสายยางเส้นหนึ่งไว้กับถุงอากาศของมาตรความดันของไหลหรือแมนอมิเตอร์ (Manometer) อันหนึ่งที่ได้พันไว้รอบแขนของคนไข้คนหนึ่งอากาศในถุงยางใบนี้จะบีบที่แขนและมีผลต่อเส้นโลหิตแดงจึงจะทำให้โลหิตไหลไปสู่ปลายแขนและมือข้างนั้นได้ยาก (โดยจะคล้าย ๆ กันกับเมื่อเราบีบที่ข้อมือข้างหนึ่งของเราเองจนแน่น)
ณ สภาวะดังกล่าวนี้คนไข้ก็จะรับรู้ถึงสภาพการบีบรัดที่แขนของเขาด้วย
2. เมื่อเราเริ่มคลายปุ่มที่ลูกยางลูกนั้นเพื่อปล่อยอากาศออกทางลิ้นปิดและเปิดค่าความดันของอากาศในถุงยางถุงนั้นก็จะลดลง ๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่อความดันประมาณได้กับความดันโลหิตในเส้นโลหิตแดงโลหิตจะเริ่มไหล ณ ขณะนี้จะเป็นจังหวะรอยต่อที่จะต้องฟังจากหูฟังพร้อมกันกับสังเกตความดันซึ่งอ่านได้จากแมนอมิเตอร์อันนั้น
แล้วจึงบันทึกเป็นความดันโลหิตสูงสุด
(ถ้าผู้อ่านลองกำมือข้างหนึ่งให้แน่นและใช้มืออีกข้างหนึ่งบีบข้อมือข้างที่กำไว้นั้นแล้วปล่อยผู้อ่านก็จะรู้สึกถึงการไหลของโลหิตสู่ปลายนิ้วของมือข้างที่กำไว้เดิมนั้น)
3. ความดันของอากาศในถุงยางจะลดลง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น
ในที่สุดจะมีความดันที่ประมาณได้กับความดันโลหิตของเส้นโลหิตดำ
ทั้งนี้เราจึงจะบันทึกค่านี้เป็นความดันต่ำสุด
ดังนั้น เราวัดความดันโลหิตของเส้นโลหิตแดงเป็นค่าสูงสุดและของเส้นโลหิตดำเป็นค่าต่ำสุด
อย่างไรก็ตาม ค่าความดันที่วัดได้นี้ก็ไม่ได้มีความถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์
โดยที่จะมีความคลาดเคลื่อนจากค่าที่ควรจะเป็นตามสภาวะปกติของคนไข้คนหนึ่งได้
ทั้งนี้เนื่องมาจากองค์ประกอบหลายประการดังนี้
1. สภาพการทำงานของหัวใจของคนไข้คนหนึ่งขณะนั้น เช่น คนไข้คนหนึ่งที่เดินมาอย่างเร็วหรือแม้แต่อิริยาบถของคนไข้เองโดยไม่ว่าจะเป็นขณะที่ยืน นั่ง หรือ ณ ขณะที่นอนราบ
2. ความแม่นยำของแมนอมิเตอร์อันหนึ่ง
3. ความสามารถเฉพาะตัวของผู้ซึ่งทำการวัดนั้นทั้งในด้านการฟังด้วยหูฟังและการสังเกตระดับปรอทในแมนอมิเตอร์ที่กำลังเคลื่อนที่จะต้องสัมพันธ์กันอย่างถูกต้องนอกเหนือจากความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักวิชา
ด้วยเหตุนี้ ค่าของความดันที่วัดได้ในแต่ละครั้งจะมีความคลาดเคลื่อน
ทั้งนี้อาจจะเป็นไปได้ทั้งค่าที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าที่เป็นจริง
อย่างไรก็ตาม ผลทางจิตวิทยาต่อคนไข้คนหนึ่ง ๆ นั้นมีมากอย่างยิ่ง

อนึ่ง ข้อสังเกตที่เป็นผลเชิงสถิติจากทางวิชาการประการหนึ่งเป็นดังนี้
ระยะความสูงเป็นเซนติเมตรของคนคนหนึ่งที่เทียบกับตำแหน่งหัวใจของเขาจะสัมพันธ์โดยประมาณกับความดันโลหิตของเส้นโลหิตแดงเป็นเซนติเมตรน้ำดังนี้
1. สมมติ ชายคนหนึ่งสูงประมาณ 180 เซนติเมตร
2. ความดันโลหิตแดงที่ตำแหน่งหัวใจของชายคนนี้ ณ ความสูง 0 เซนติเมตรนั้นจะมีค่าประมาณ 135 เซนติเมตรน้ำ
3. ความดันโลหิตแดง ณ ระดับตาหรือสมองที่อยู่สูงกว่าหัวใจของเขาประมาณ 55 เซนติเมตรนั้นก็จะมีค่าประมาณ 80 เซนติเมตรของน้ำ
4. ค่าความดันโลหิตแดง ณ ระดับหัวเข่าซึ่งอยู่ต่ำกว่าหัวใจของเขาประมาณ 60 เซนติเมตรจะประมาณ 195 เซนติเมตรของน้ำ
5. ค่าความดันโลหิตแดง ณ ระดับเท้าซึ่งก็อยู่ต่ำกว่าหัวใจของเขาประมาณ 120 เซนติเมตรจะประมาณ 255 เซนติเมตรของน้ำ
ณ ที่นี้ผู้เขียนใคร่เสนอแนะให้ผู้อ่านแต่ละคนได้ลองฝึกความคิดดังนี้
1. จงสังเกตความดันโลหิตของเส้นโลหิตแดงเทียบกับความสูงที่แท้จริงของชายคนนี้ขณะที่เขายืนตรง
2. ถ้าความดันโลหิตของเส้นโลหิตดำที่หัวใจของเขา คือ 0 เซนติเมตรน้ำ ค่า ณ ระดับตา ระดับหัวเข่า และที่เท้าของเขาเป็น -55 เซนติเมตร 60 เซฯติเมตร และ 120 เซนติเมตรน้ำหรือไม่
3. ผู้อ่านควรพิจารณาความดันโลหิตในเส้นโลหิตแดงและในเส้นโลหิตดำของแต่ละคนเองด้วย
ผู้เขียนหวังว่า คงจะไม่ยากเกินกว่าความสามารถของผู้อ่านแต่ละคน

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
2 ธันวามคม 2553

เฉลยการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงความดันโดยสรุป

Sep 29, 2010 by     Comments Off on เฉลยการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงความดันโดยสรุป    Posted under: Mechanics, Uncategorized

เฉลยการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงความดันโดยสรุป

เมื่อผู้เขียนจำเป็นจะต้องเว้นระยะไปบ้างดังที่แจ้งรายละเอียดในหน้าบริการสังคมของผู้เขียนแล้วนั้น
ผู้อ่านบางคนขอให้เฉลยการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงความดันที่เพิ่งจะลงเผยแพร่ไป
ทั้ง ๆ ที่ผู้เขียนต้องการความคิดเห็นตอบกลับจากผู้อ่าน
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความจำเป็นอย่างอื่นที่ต้องรีบทำให้เสร็จโดยเร็ว
ผู้เขียนจึงถือโอกาสเฉลยการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงความดันโดยสรุปไว้เพื่อไม่ให้เป็นภาระของผู้อ่านคนหนึ่ง ๆ ดังนี้

พฤติกรรมหนึ่ง ๆ ที่ผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านทุกคนวิเคราะห์และออกความเห็นกลับมามีดังนี้

ก. คนไทยโบราณกล่าวว่า “เด็ก ๆ ที่มีวาสนาและแข็งแรงคนหนึ่ง ๆ มีเท้าทั้ง 2 ข้างโตและฝ่าเท้าเต็ม”
เฉลย เหมาะสมตามหลักของความดันที่มีพื้นที่ของฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้างมาก
ดังนั้น ความดันจึงมีค่าน้อย

ข. ตอนที่เราจะนอนนั้นถ้านอนหงายโดยมือทั้ง 2 ข้างประสานกันและวางทับบนหน้าอกของตัวเองผีจะอำ ดังนั้น คนใดคนหนึ่งจึงไม่ควรนอนในลักษณะดังกล่าว
เฉลย อันที่จิงแล้วเมื่อมือทั้ง 2 ข้างที่ประสานกันขณะที่เรานอนหลับนั้นแรงเนื่องจากน้ำหนักของมือที่ประสานกันไว้นั้นจะกดลงบนหน้าอกของเราเอง
ดังนั้น เราจึงรู้สึกอึดอัดดังที่เรียกว่า “อาการผีอำฉะนี้”

ค. คนจีนในสมัยโบราณเชื่อว่า “คนที่มีบุญวาสนามีเท้าเล็ก ๆ”
ดังนั้น ครอบครัวใดที่มีลูกผู้หญิง (ที่คนจีนชอบน้อยกว่าลูกผู้ชาย) จึงต้องมัดเท้าทั้ง 2 ข้างไว้เพื่อควบคุมการโตเท่าที่จะเป็นไปได้
เฉลย ไม่สอดคล้องกับหลักของความดัน
ทั้งนี้เมื่ออายุมากขึ้น ๆ ก็จะมีผลต่อการทรงตัว

ง. หญิงสาวส่วนมากนิยมใช้รองเท้าซ่นสูง (มาก ๆ ) ตามความสามารถการเดินของตัวเองและตามสมัยนิยมนัยว่าทำให้ดูงามสง่า
เฉลย ผิดตามหลักของความดันอย่างมาก
ดังนั้น จึงทรงตัวไม่ดีและเดินค่อนข้างลำบากโดยอาจจะทำให้เท้าพลิกได้ง่าย
อีกทั้งอาจจะมีผลเสียต่อโครงสร้างของกระดูกสันหลังด้วย
อย่างไรก็ตาม นัยว่าเป็นการบริหารหน้าท้องได้บ้างและดูสง่างาม

ผู้เขียนขออภัยอย่างยิ่งที่ต้องขอเฉลยแต่เพียงย่นย่อโดยสรุปเท่านี้
กรุณาติดต่อกับผู้เขียนทางอีเมลจะเป็นพระคุณยิ่ง

ปรารถนาดีเสมอ

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

การวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงความดัน

Sep 29, 2010 by     Comments Off on การวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงความดัน    Posted under: Mechanics, Physics, Uncategorized

 

 

การวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงความดัน

1. ผู้เขียนขอทบทวนความหมายของคำว่า “ความดัน” ทางฟิสิกส์ตามที่กล่าวมาแล้วดังนี้
นิยามของความดันเป็นดังนี้
ความดัน คือ อัตราส่วนของขนาดแรงแรงหนึ่งต่อพื้นที่ในแนวฉากแนวหนึ่งกับแรงแรงนั้น

อนึ่ง เราพิจารณาความสัมพันธ์อันหนึ่งได้ดังนี้
ก. สมมติ พื้นที่ซึ่งมีแรงกระทำแรงหนึ่ง คือ A ตารางเมตร
ข. ขนาดแรงแรงนี้ที่กดลงในแนวฉากแนวหนึ่งกับพื้นที่ดังกล่าวนั้น คือ F นิวตัน
ดังนั้น ความดัน P นิวตันต่อตารางเมตรเป็นดังนี้
กล่าวคือ P = F/A นิวตันต่อตารางเมตร

2. ความดันเป็นปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่ง

3. พฤติกรรมหนึ่ง ๆ ที่ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านทุกคนวิเคราะห์และออกความเห็นกลับมามีดังนี้

ก. คนไทยโบราณกล่าวว่า “เด็ก ๆ ที่มีวาสนาและแข็งแรงคนหนึ่ง ๆ มีเท้าทั้ง 2 ข้างโตและฝ่าเท้าเต็ม”
ข. ตอนที่เราจะนอนนั้นถ้านอนหงายโดยมือทั้ง 2 ข้างประสานกันและวางทับบนหน้าอกของตัวเองผีจะอำ ดังนั้น คนใดคนหนึ่งจึงไม่ควรนอนในลักษณะดังกล่าว
ค. คนจีนในสมัยโบราณเชื่อว่า “คนที่มีบุญวาสนามีเท้าเล็ก ๆ”
ดังนั้น ครอบครัวใดที่มีลูกผู้หญิง (ที่คนจีนชอบน้อยกว่าลูกผู้ชาย) จึงต้องมัดเท้าทั้ง 2 ข้างไว้เพื่อควบคุมการโตเท่าที่จะเป็นไปได้
ง. หญิงสาวส่วนมากนิยมใช้รองเท้าซ่นสูง (มาก ๆ ) ตามความสามารถการเดินของตัวเองและตามสมัยนิยมนัยว่าทำให้ดูงามสง่า

ผู้อ่านทุกคนกรุณาวิเคราะห์พฤติกรรมหนึ่ง ๆ ที่กล่าวมานี้ว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด
ทั้งนี้ใช้หลักการเชิงความดันทางฟิสิกส์เท่านั้น

ผู้เขียนขอขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่คิดตามเว็บไซต์นี้
อนึ่ง ถ้าออกความเห็นมาด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง
ทั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่วที่ช่วยให้ผู้เขียนตระหนักดังนี้
“เว็บไซต์นี้มีประโยชน์ต่อสังคมหรือไม่และควรดำเนินต่อไปอย่างไร”

ปรารถนาดีต่อการศึกษาฟิสิกส์ที่ถูกต้องของประเทศอย่างแท้จริงโดยไม่มีธุรกิจการศึกษามาเกี่ยวข้อง

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com

ความดัน (Pressure)

Sep 27, 2010 by     Comments Off on ความดัน (Pressure)    Posted under: Mechanics, Poems, Uncategorized

ความตัน (Pressure)

ความดันนี้ ณ ที่ใดอยากใคร่รู้
ที่ฉันอยู่รู้ไหมกระไรจ๋า
ระดับนี้นี่หรือถือกันมา
ระดับว่ากันนั้นนั่นทะเล

ระดับนี้ที่คิดกันบรรยากาศ
ไม่มีพลาดประกาศไว้ไม่หันเห
ค่านี้นั้นฉันชื่นชมสมคะเน
ไม่รวนเรเฉต่างไปได้เป็นมา

ความดันนี้ที่กล่าวกันฉันต้องเน้น
ต้องเลือกเฟ้นเน้นไปใช้ศึกษา
ความถูกจริงสิ่งนี้ที่เฟ้นมา
หลักวิชาว่ากันนี้มีหลักการ

ณ ที่นี้กล่าวนะสเกลาร์
นิยามข้าฯ ว่าไว้ในพื้นฐาน
อัตราส่วนชวนรู้ไว้ในหลักการ
อย่าเพียงอ่านเพียงผ่านไปไม่สราญ

ขนาดแรงแฝงไว้ในตัวเศษ
ไม่มีเลศเศษส่วนนี้มีตัวหาร
พื้นที่หรือคือสิ่งนั้นฉันต้องการ
เป็นตัวหารขานให้รู้สู่ความดัน

บรรยากาศคาดการณ์ได้ในสิ่งนี้
เป็นตัวชี้ที่กดลงตรงประสาน
มาตรวัดหรือคือสิ่งใดใคร่ต้องการ
เพื่อใช้อ่านขานค่าคราเป็นไป

อันบารอมิเตอร์นี้ที่กล่าวนั่น
แม้ตัวฉันนั้นรู้บ้างเป็นอย่างไหม
อยากรู้จริงสิ่งนี้หรือคืออะไร
รีบเร็วไวใคร่รีบอ่านอันนเนื้อความ

หน่วยความดันนั้นหรือคือสิ่งใด
เป็นอย่างไหนกระไรใคร่สอบถาม
ตอบไม่ได้ไม่เป็นไรใคร่ติดตาม
อ่านเนื้อความตามนี้ไปอย่าได้รอ

ณ ที่นี้จะใช้คำว่า “ความดัน” (Pressure) ในลักษณะของปริมาณสเกลาร์ตัวหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ ถ้าผู้อ่านคนใดคนหนึ่งต้องการกล่าวถึงในลักษณะของปริมาณเวกเตอร์ตัวหนึ่งผู้อ่านคนนนั้นจะต้องกล่าวว่า “เวกเตอร์ความดัน” (Vector of pressure)
อย่างไรก็ตาม ในระดับนี้จะกล่าวถึงเฉพาะความดันเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่ต้องการชี้แนะไว้ คือ นิยามของความดันนั้นจะต้องถูกต้องและสอดคล้องกันเป็นอย่างดี
ดังนั้น จึงใคร่ขอให้ผู้อ่านทุกคนสังเกตให้รอบคอบ
ทั้งนี้สาระส่วนนี้มักจะกล่าวกันผิด ๆ เสมอ
นิยามของความดันเป็นดังนี้
ความดัน คือ อัตราส่วนของขนาดแรงดันต่อพื้นที่

เราพิจารณาความสัมพันธ์อันหนึ่งได้ดังนี้
1. สมมติ พื้นที่ซึ่งมีแรงกระทำแรงหนึ่ง คือ A ตารางเมตร
2. ขนาดของแรงนี้ที่กดลงในแนวฉากแนวหนึ่งกับพื้นที่ดังกล่าวนั้น คือ F นิวตัน
ดังนั้น ความดัน P นิวตันต่อตารางเมตรเป็นดังนี้
กล่าวคือ P = F/A นิวตันต่อตารางเมตร
หน่วยของความดันในลักษณะอย่างอื่น ๆ เป็นดังนี้

1 พาสคัลเท่ากับ 1 นิวตันต่อตารางเมตร
1 บาร์เท่ากับ 1 แสนนิวตันต่อตารางเมตร
          เท่ากับ 1,000 มิลลิบาร์
1 มิลลิบาร์เท่ากับ 100 นิวตันต่อตารางเมตร
1 บรรยากาศประมาณ 1 แสนนิวตันต่อตารางเมตร

ความดัน ณ ระดับต่าง ๆ กันเป็นดังนี้
1. ความดันของอากาศ ณ ระดับน้ำทะเลเป็นดังนี้
กล่าวคือ 1 บรรยากาศที่เท่ากับปรอทสูง 76 เซนติเมตร
โดยเราจะคิดโดยประมาณ คือ 75 เซนติเมตรหรือ 3 ใน 4 ของเมตร
อนึ่ง ค่านี้จะเปรียบเทียบเป็นน้ำสูงประมาณ 10 เมตร
2. ณ ตำแหน่งที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล เช่น พื้นที่สูง ๆ และยอดเขาอากาศจะเจือจางลง ๆ ตามความสูงความดันของอากาศจะลดลง ๆ เช่นกัน
3. ตำแหน่งหนึ่ง ๆ ที่อยู่ลึกลงในน้ำความดันรวมจะเพิ่มขึ้น ๆ ตามความลึกของน้ำ ณ ที่นั้น ๆ
อนึ่ง ทุก ๆ ตำแหน่งความลึกประมาณ 10 เมตรที่เพิ่มความดันจะเพิ่มจากความดันปกติประมาณ 1 บรรยากาศ
สมมติ ณ ตำแหน่งหนึ่งที่ลึกลงไปในน้ำประมาณ 20 เมตรตำแหน่งนั้นจะมีความดันประมาณ 3 บรรยากาศ

โดยปกติคนเราจะคุ้นเคยกับความดันของอากาศ ณ สถานที่อยู่ตามปกติ
ดังนั้นไม่ว่าความดันจะเพิ่มหรือลดตามตำแหน่งหนึ่ง ๆ ดังกล่าว เราจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นได้
อนึ่ง เนื้อหาสาระตามที่กล่าวมาแล้วนี้ย่อมเพียงพอแล้วสำหรับผู้อ่านคนหนึ่ง ๆ โดยทั่วไป
ส่วนผู้อ่านบางคนที่ต้องการรู้สาระเชิงลึกสาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกรุณาหาอ่านได้จากหนังสือฟิสิกส์ของผู้เขียนที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 02-218-3269

นักเรียน ครู และอาจารย์ที่ติดตามรับรู้สาระฟิสิกส์ทางสื่อโทรทัศน์ตามเจตนาที่ดีของรัฐฯ นั้นขอได้พิจารณาความถูกต้องอย่างแท้จริง
ฟิสิกส์เป็นวิชาที่ยากแต่ก็หาได้ยากเกินกว่าที่จะรับรู้ถ้าผู้ที่ถ่ายทอดมีความรู้ที่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ทั้งผู้เขียนและผู้สอนที่ขาดประสบการณ์มักมีข้อผิดพลาดอยู่เสมอโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น เจตนาที่ดีอย่างไม่รู้จริงนี้อาจจะเป็นการยื่นดาบ 2 คมให้แก่ผู้ที่ต้องการศึกษา
โดยเปรียบประหนึ่งมียาพิษที่แอบแฝงไว้ด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ
ผลเสียดังกล่าวนี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วประเทศของเรา
ถ้ายังเป็นเช่นนี้โอกาสที่จะแก้ไขให้ถูกต้องย่อมยากอย่างยิ่ง
นี่แหละ คือ การศึกษาของประเทศที่จัดว่า ด้อยพัฒนา
กรรมของเด็ก ๆ และกรรมของประเทศโดยแท้

ด้วยความห่วงใยและปรารถนาดีอย่างจริงใจ

รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com