Tagged with " Space Science"

ท่องเอกภพ เล่ม 2

Jul 26, 2013 by     Comments Off on ท่องเอกภพ เล่ม 2    Posted under: Astronomy

ขอเชิญชวนเลือกซื้อ หรือ ดาวน์โหลดตัวอย่างของหนังสือรูปภาพ พร้อมกลอนและคำบรรยาย เกี่ยวกับเอกภพของเราเล่ม 2 ของรองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี เนื้อหาอ่านง่ายเหมาะกับบุคคลทั่วไป

Read more »

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 4

Jun 9, 2011 by     3 Comments    Posted under: Astronomy

การดักหน้าดวงจันทร์ทำนองตำรวจวิ่งไล่จับขโมยเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่ง

ช่วงเวลาที่จะนำยานอวกาศลำหนึ่งไปดักหน้าดวงจันทร์นั้นไม่แน่นอน ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับตำแหน่งหนึ่ง ๆ ของดวงจันทร์และของโลกที่สัมพันธ์กัน Read more »

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 3

Apr 15, 2011 by     Comments Off on อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 3    Posted under: Astronomy

สภาวะ ณ ขณะที่ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เผยอตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นดังนี้ Read more »

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ ตอนที่ 2

Apr 12, 2011 by     2 Comments    Posted under: Astronomy

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 2
การเดินทางของนักบินอวกาศทั้ง 3 คนตามขั้นตอนดังที่กล่าวไว้ในอะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1 นั้นนักบินอวกาศดังกล่าวไม่ได้มีหน้าที่อะไรนอกเหนือจากการเป็นผู้โดยสารคนหนึ่ง ๆ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเขาทั้ง 3 คนจะต้องเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองอย่างจริงจังตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนการเดินทางนั้นดังนี้
กล่าวคือ เขาต้องตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของยานอวกาศลำนี้อย่างถี่ถ้วน
ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่ายานอวกาศลำนั้นอยู่ในสภาพที่พร้อมจะออกจากบรรยากาศของโลกสู่ห้วงอวกาศภายนอกนั้น
อย่างไรก็ตาม หน่วยบังคับการภาคพื้นดินหน่วยหลักต้องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งด้วยเช่นกัน
อีกทั้งยังต้องศึกษารายงานข้อมูลที่ได้รับจากยานอวกาศลำดังกล่าวอย่างละเอียด
อนึ่ง เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินทั้งหลายซึ่งประจำอยู่ ณ ตำแหน่งต่าง ๆ ทั่วโลกก็คอยติดตามการเดินทางของยานอวกาศลำนี้ในวงโคจรวงหนึ่ง ๆ อยู่ตลอดเวลาและส่งข้อมูลไปยังศูนย์บังคับการที่ฮิวส์ตัน เทกซัสศูนย์หนึ่งนั้น
การเลี้ยวออกสู่แนวทางแนวใหม่แนวทางหนึ่งของยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เพื่อมุ่งไปสู่ ณ บริเวณแห่งหนึ่งที่ใกล้ ๆ กับดวงจันทร์ต้องกระทำอย่างระมัดระวังและมีความรอบคอบเป็นพิเศษเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้สิ่งสำคัญ 3 ประการที่ต้องกระทำให้เป็นไปตามที่กำหนดมีดังนี้
1. ยานอวกาศลำนี้ต้องมีแรงขับดันเพิ่มขึ้นอย่างมาก
2. วิถีการเคลื่อนที่วิถีหนึ่งต้องตรงตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้
3. การปฏิบัติการต้องมีความแม่นยำตรงตามที่กำหนดไว้อย่างสมบูรณ์
ณ ที่นี้ขอกล่าวเป็นข้อสังเกตประกอบไว้ดังนี้
การเดินทางสู่ดวงจันทร์ดวงนี้ ณ ระยะห่างเกือบ 4 แสนกิโลเมตรโดยประมาณนั้นเราไม่จำเป็นต้องหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของโลกแรงหนึ่ง ๆ โดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้เราพียงแต่หลุดออกจากวงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง ๆ เพื่อเข้าสู่แนวทางแนวหนึ่งแล้วมุ่งไปสู่ดวงจันทร์ตามแผนที่กำหนดไว้แผนนั้น
ด้วยเหตุนี้ ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้จึงยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลการดึงดูดของโลก ณ ขณะที่เรากล่าวถึงนั้นด้วยเช่นกัน
อนึ่ง อัตราเร็วของยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้จึงสูงเกือบ 4 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนี้ยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้เข้าสู่แนวทางที่มุ่งสู่ดวงจันทร์แนวหนึ่งแล้ว
ถึงแม้ว่านักบินอวกาศในยานอวกาศลำนี้ก็สามารถปรับทิศทางได้บ้าง
แต่ก็เป็นการปรับทิศทางที่อยู่ในขอบเขตอันจำกัด
ดังนั้น การเล็งสู่เป้าหมายที่แม่นยำเป้าหนึ่ง คือ ดวงจันทร์นั้นจึงต้องทำให้ดีสุดในตอนเริ่มแรกนั้น
อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันดังนี้
ถ้าเราเล็งดวงจันทร์จากยานอวกาศอะพอลโล 11 ลำนี้โดยตรงย่อมไม่เกิดผลดี
ทั้งนี้สำหรับระยะเวลาประมาณ 3 วันของการเคลื่อนที่ตรงไปเพื่อให้เข้าใกล้ ณ ตำแหน่งวงโคจรวงหนึ่งของดวงจันทร์นั้นดวงจันทร์ดวงนี้ก็ได้เคลื่อนที่จากตำแหน่งที่เล็งตำแหน่งหนึ่งดังกล่าวไปเป็นระยะทางที่มากกว่า 2 แสน 6 หมื่น 5 พันกิโลเมตรตามแนวของวงโคจรวงดังกล่าวนั้นแล้ว
ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องเล็งดักหน้าดวงจันทร์ทำนองเดียวกันกับที่นายพรานคนหนึ่งเล็งปืนดักหน้าเหยื่อตัวหนึ่งของเขาฉะนี้
ทั้งนี้การเล็งดังกล่าวนี้จึงต้องเป็นตำแหน่งเล็งตำแหน่งหนึ่งที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่ไปถึง ณ ที่นั้นในช่วงเวลาอีก 3 วันโดยประมาณ
อนึ่ง ยานอะพอลโล 11 ลำนี้จะพุ่งเข้าสู่แนวทางการเคลื่อนที่อย่างแม่นยำหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นที่แม่นยำอย่างสุด ๆ
ทั้งนี้จึงต้องออกคำสั่งไปยังจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนี้ให้เริ่มติดเครื่องขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งตามเวลาที่ต้องกำหนดอย่างแน่นอนและแม่นยำอย่างยิ่ง
เสียงดังกึกก้องของการทำงานของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนี้บังเกิดขึ้นแล้ว
ดังนั้น การเดินทางสู่เป้าหมายดังที่กล่าวมาแล้วเป้าหมายหนึ่งจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยประการฉะนี้

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
12 เมษายน 2554

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1

Apr 4, 2011 by     2 Comments    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

 

อะพอลโล 11 สู่ดวงจันทร์ตอนที่ 1
16 กรกฎาคม พ.ศ. 2512
ณ แหลมเคเนดี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
ณ ศูนย์ควบคุมยานอวกาศของสหรัฐฯ เจ้าหน้าทั้งหลายซึ่งมีจำนวนเรือนร้อยคนต่างเฝ้าดูผลของการตรวจสอบการนับถอยหลังด้วยใจจรดจ่อจากแสงแวบ ๆ วาบ ๆ บนแผงสัญญาณแผงหนึ่ง ๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่
ทั้งนี้แผงสัญญาณทุกแผงบอกว่า “ไป” และก็ “ติดเครื่อง” แล้วจรวดท่อนที่ตั้งตระหง่านอยู่นั้นก็ทะยาน “ขึ้น” สู่ท้องฟ้าอย่างสง่างาม
เสียงคำรามอย่างกึกก้องดังขึ้นจากเครื่องยนต์ 5 เครื่องของจรวดท่อนแรก
ณ เวลาขณะนั้นนักบินอวกาศทุกคนต่างเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับแรงปะทะที่เขาจะได้รับจากการพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างเร็วและฉับพลันของจรวดลำนี้
เครื่องยนต์ของจรวดลำนี้มีกำลังขับดันที่มากอย่างมหาศาล
ถึงแม้ว่าค่ากำลังขับดันที่มากอย่างมหาศาลดังกล่าว คือ เทียบได้กับผลจากมวลถึง 3 ล้านสี่แสนกิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม ค่าดังกล่าวนี้ยังนับว่าเป็นอัตราพลังงานน้อยสุดที่จำเป็นสำหรับการขับดันจวดยักษ์ลำนี้ขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเดินทางไปสู่ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารดวงเดียวของโลก ณ ระยะเฉลี่ยจากโลกประมาณ 384,400 กิโลเมตร
ภายในช่วงเวลาอึดใจเดียวหลังจากการเดินเครื่องของเครื่องยนต์เครึ่องหนึ่ง ๆ ของจรวดสู่ดวงจันทร์ลำนี้ก็ดูราวกับว่าจรวดลำดังกล่าวกำลังทรงตัวอยู่เฉย ๆ เหนือผิวเปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกมาโดยรอบตามที่ปรากฏให้เห็นนั้น
ในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกหลังจากการเผยอตัวขึ้นจรวดลำนี้เคลื่อนที่ขึ้นไปได้สูงประมาณความยาวของตัวเองในขณะที่เครื่องยนต์เครื่องต่าง ๆ กำลังเผาผลาญมวลของเชื้อเพลิงอย่างหิวกระหายด้วยอัตราประมาณ 13,600 กิโลกรัมต่อวินาที
ดังนั้น ในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกดังกล่าวนั้นยานอวกาศลำนี้ก็มีมวลลดลงประมาณ 136 ตันทีเดียว
อนึ่ง ถ้ายานอวกาศลำดังกล่าวมีความรู้สึกก็จะรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นเบาไปโขอยู่
ทั้ง ๆ ที่มีการสิ้นเปลืองมวลเชื้อเพลิงไปทุก ๆ วินาที
แต่กำลังขับดันที่มีต่อยานอวกาศลำนี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้น ยานอวกาศลำดังกล่าวจึงพุ่งขิ้นด้วยอัตราเร็วแหนือเสียง
ด้วยเหตุนี้ นักบินอวกาศทุกคนจึงไม่ได้ยินเสียงคำรามอันกึกก้องของเครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง ๆ ดังกล่าวนั้นเลย
เชื่อหรือไม่เอ่ย
เมื่อเวลาผ่านไป 2 นาทีครึ่งจรวดท่อนแรกก็ขับดันหอคอยสูงหอนี้ขึ้นไปที่ระยะสูงถึง 64 กิโลเมตรด้วยอัตราเร็วเกือบ 9 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนั้นจรวดท่อนแรกก็หมดภารกิจแต่เพียงเท่านี้
ดังนั้น จรวดท่อนนี้จึงสลัดตัวออกมาจากคอยสูงหอนี้
โดยหกคะเมนตีลังกาลงสู่บรรยากาศแล้วตกลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก
เมื่อมีการเผาผลาญเชื้อเพลิงอยู่ตลอดเวลาและตอนนี้ยานอวกาศลำนี้ก็ปลดปล่อยจรวดแรกไปแล้วตอนนี้จึงมีมวลประมาณ 3 ใน 4 ของ ณ สภาวะเริ่มต้นสภาวะหนึ่ง
จรวดท่อนที่ 2 ท่อนหนึ่งเริ่มทำงาน
เครื่องยนต์ 5 เครื่องทำให้เกิดกำลังขับดันมหาศาล
โดยขับดันหอสูงหอดังกล่าวสู่แนวการเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งแนวหนึ่ง
ทั้งนี้ได้เคลื่อนที่ตัดข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและมุ่งไปทางทวีปอาฟริกา
ณ ขณะนี้ระบบนำวิถีระบบหนึ่งของหน่วยควบคุมหน่วยหนึ่งกำลังเปรียบเทียบตำแหน่งของจรวดลำนี้ ณ ขณะนั้นว่าตรงตามที่ได้ระบุไว้ในสมองกลของมันหรือไม่ ประการใด
ถ้าจำเป็นต้องปรับแก้แนวของการเคลื่อนที่ก็จะมีคำสั่งไปยังจรวดท่อนที่ 2 ท่อนนั้นทันที
แล้วย่อมยังผลให้มีการปรับแก้แนวเส้นทางให้ตรงตามประสงค์ได้
อนึ่ง ขณะที่ยานอวกาศลำนี้อยู่พ้นระดับความสูง 96 กิโลเมตรสัญญาณของการแยกหอคอยฉุกเฉินหอหนึ่งออกจากหัวจรวดลำนี้ก็ดังขึ้น
ทั้งนี้แสดงว่า ณ ตอนนั้นไม่จำเป็นต้องมีหอคอยฉุกเฉินหอนี้อีกต่อไป
หอคอยฉุกเฉินหอดังกล่าวจึงตกลงสู่โลกตามที่กำหนด
หลังจากที่เครื่องยนต์ของจรวดท่อนที่ 2 เครื่องนี้เดินเครื่องไปประมาณ 6 นาทีกว่า ๆ ยานอวกาศลำนี้มีอัตราเร็วที่ใกล้เคียงกับอัตราเร็วการโคจรรอบโลกรอบหนึ่ง ๆ
กล่าวคือ เร็วกว่า 2 หมื่น 4 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ณ ตอนนั้นยานอวกาศลำดังกล่าวอยู่เหนือผิวโลกประมาณ 183 กิโลเมตร
จรวดท่อนที่ 2 ท่อนนี้ก็หมดภารกิจและแยกตัวจากยานอวกาศลำนี้
แล้วตกลงสู่โลกเช่นเดียวกับจรวดท่อนแรกท่อนนั้น
ตอนนี้เป็นหน้าที่ของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนหนึ่ง
ทั้งนี้จรวดท่อนนี้มีภารกิจเพื่อขับดันให้ยานอวกาศลำนี้มีอัตราเร็ววงโคจรอย่างเหมะสม
อนึ่ง เครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียวของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนดังกล่าวเดินเครื่องอยู่ประมาณ 2 นาที 45 วินาที
โดยที่ระบบนำวิถีระบบหนึ่งช่วยถือท้ายให้ยานอวกาศลำนี้มุ่งสู่แนวทางแนวหนึ่งของการโคจรอย่างถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในแผนของการเดินทางครั้งนี้
ครั้นหอคอยหอนี้ส่วนที่เหลืออยู่เบนหัวเข้าสู่แนวทางการเคลื่อนที่แนวหนึ่งตรงตามจุดประสงค์แล้วหน่วยควบคุมหน่วยหนึ่งจึงบังคับให้เครื่องยนต์เครื่องนี้ของจรวดท่อนที่ 3 ท่อนนั้นดับลงทันที
อย่างไรก็ตาม จรวดท่อนที่ 3 ท่อนดังกล่าวไม่ได้แยกตัวออกจากยานอวกาศลำนี้เหมือนกับจรวด 2 ท่อนก่อนหน้านั้น
ทั้งนี้จรวดท่อนที่ 3 ได้เผาผลาญเชื้อเพลิงไปเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น
อีกทั้งยังมีภารกิจที่จะต้องทำอีกในโอกาสต่อไป
ณ ขณะนี้เวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 12 นาทีจากการปล่อยยานอวกาศลำนี้
อนึ่ง ยานอวกาศลำดังกล่าวกำลังโคจรในวงโคจรวงหนึ่งรอบโลก ณ ระดับความสูงประมาณ 185 กิโลเมตรด้วยอัตราเร็วถึง 2 หมื่น 8 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมงชั่วระยะหนึ่ง
ที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เสี่ยงภัยอย่างยิ่งของมนุษย์อวกาศ 3 คนของสหรัฐฯ สู่ดวงจันทร์ตามโครงการอะพอลโล 11 โครงการนี้
ผู้อ่านคนใดสนใจที่จะรับรู้ความตื่นเต้นของโครงการนี้ในอดีตที่ผ่านมา
โดยที่การเดินทางสู่ดวงจันทร์ในครั้งนั้นนับว่าเป็นการเดินทางหยุดโลกทีเดียว
ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านทุกคนได้ติดตามในโอกาสต่อไป

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
4 เมษายน 2554

การเหาะในอวกาศ

Feb 24, 2011 by     Comments Off on การเหาะในอวกาศ    Posted under: Astronomy, Physics, Uncategorized

การเหาะในอวกาศ
3 มิถุนายน 2508
นักบินอวกาศบังคับการวัย 35 ปีเจมส์ แมกดิวิตและนักบินผู้ช่วยวัย 34 ปีเอ็ดเวิร์ด ไวท์ได้ประสบความสำเร็จในการโคจรรอบ ๆ โลกถึง 62 รอบ
ทั้งนี้ระหว่างโคจรรอบที่ 3 รอบหนึ่ง ณ ขณะที่อยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกที่ระดับความสูง 190 กิโลเมตรไวท์เปิดฝาครอบที่นั่งในยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้ออกแล้วยืนขี้น
ไวท์มองเห็นบริเวณเวิ้งว้างอันกว้างใหญ่สุดสายตา
โดยที่ไวท์มองเห็นโลกสีน้ำเงินสดใสลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของบริเวณส่วนหนึ่งของเอกภพที่มีจุดประกายแสงระยิบระยับจุดหนึ่ง ๆ อยู่ทั่วไป
ไวท์เคลื่อนตัวออกจากยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้ด้วยแรงขับดันด้วยอิทธิพลของแรงผลักจากปืนออกซิเจนกระบอกหนึ่งของเขาเอง
ณ ตอนนั้นไวท์เป็นวีระบุรุษอเมริกันคนแรกที่กล้าเสี่ยงชีวิตแบบท้ามฤตยู
โดยที่ไวท์เคลื่อนตัวออกจากที่ปลอดภัยในอวกาศเจมินี 4 ลำนี้สู่อวกาศภายนอกท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่าของห้วงเวหา ณ แห่งนั้น
ไวท์ลอยตัวอยู่นอกยานอวกาศโดยมีสายยาว 8 เมตรเส้นหนึ่งโยงรั้งตัวของเขาไว้
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เขาหลุดลอยไปในอวกาศอันเวิ้งว้างดังกล่าว
นอกจากนี้ สายโยงเส้นนี้ยังมีช่องส่งออกซิเจนช่วยในการหายใจของไวท์ด้วย
อนึ่ง เมื่อไวท์เหนี่ยวไกปืนออกซิเจนกระบอกนั้นจะมีกระบวนการอย่างหนึ่งที่ทำให้มีไอพ่นออกมาและช่วยให้ไวท์สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่ว
ทั้ง ๆ ที่ไวท์นั้นก็ไต่อยู่บนผิวของยานอวกาศลำนี้ที่กำลังเคลื่อนที่เร็วถึง 2 หมื่น 8 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ต่อมาไวท์ได้รายงานดังนี้
เขาเองค่อนข้างลำบากที่จะเหยียบลงสัมผัสกับยานอวกาศลำนี้
ทั้งนี้ทุกครั้งที่เขาเขยิบเข้าใกล้กับอวกาศเจมินี 4 ลำนั้นยานอวกาศลำดังกล่าวก็จะเคลื่อนที่เปลี่ยนไป
โดยเปรียบประหนึ่งที่เราพยายามเหยียบลงบนกระดานแผ่นหนึ่งที่เคลื่อนที่เร็ว ๆ
อนึ่ง ในช่วงเวลา 20 นาที่ไวท์อยู่นอกอวกาศเจมินี 4 ลำนั้นไวท์ก็ได้เดินทางไปพร้อม ๆ กับยานอวกาศลำดังกล่าวเป็นระยะทางที่ไกลถึงหมื่นกิโลเมตรทีเดียว
ขณะที่ไวท์กำลังเพลิดเพลินกับสภาวะนอกยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้อยู่นั้น
แมกดิวิตเห็นว่าไวท์อยู่ในสภาวะเช่นนั้นค่อนข้างนานจึงเตือนให้ไวท์กลับเข้าสู่ภายในยานอวกาศลำนี้ซะที
อย่างไรก็ตาม ไว้ตอบระคนเสียงหัวเราะดังนี้
“… สนุกดี… ผมยังไม่อยากกลับเข้าไปหรอกครับ…”
ดังนั้น แมกดิวิตจึงต้องพูดเชิงออกคำสั่งแกมบังคับให้ไวท์กลับเข้ามาภายในยานอวกาศลำนี้ด้วยความเป็นห่วง
อนึ่ง ไวท์กล่าว ณ ตอนนั้นดังนี้
“… ผมยังไม่อยากกลับเข้าไปเลย…
ทั้งนี้ ณ ขณะที่ผมอยู่นอกยานอวกาศเจมินีลำนี้อย่างตอนนี้นั้นช่างเป็นช่วงเวลาที่วิเศษสุด ๆ ของการปฏิบัติภารกิจขึ้นสู่อวกาศในครั้งนี้เลยครับ…”
ความสำเร็จอย่างงดงามของการปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้ของไวท์ยังผลถึงช่องทางที่นำไปสู่วิธีการซ่อมแซมดาวเทียมดวงหนึ่ง ๆ หรือยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ ได้ในกรณีที่มีความจำเป็น
อนึ่ง ถ้าพัฒนาเทคนิกบางประการอย่างสมเหตุสมผลการสร้างสถานีอวกาศสถานีหนึ่ง ๆ ก็อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้
ถ้าทุกสิ่งดำเนินไปได้อย่างราบรื่นดังกล่าวนั้นโครงการใดโครงการหนึ่งที่มนุษย์จะท่องอวกาศไปสู่ดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ๆ ก็อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้เช่นกัน
ตราบเท่าที่มนุษย์ยังมีความคิดในการสำรวจเอกภพอยู่ดังเช่นทุกวันนี้
โดยที่มีการสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ไวท์ได้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์ดังนี้
“ชุดอวกาศ 18 ชั้นชุดที่เขาสวม ณ ขณะที่ออกปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้มีประสิทธิภาพสูงอย่างไร้ปัญหา…
ทั้งนี้สามารถป้องกันจุลอุกกาบาตชิ้นหนึ่ง ๆ ได้…
สามารถปรับอุณหภูมิและความดันได้อย่างเหมาะสม…”
อย่างไรก็ตาม ชุดอวกาศ 18 ชั้นชุดนี้ก็มีราคาแพงอย่างน่าใจหาย
ทั้งนี้มีราคาที่มากกว่า 5 แสนบาทในปี พ.ศ. 2508
(โดยถ้าเป็นในปัจจุบันนี้ก็ต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทอย่างแน่นอน)
อนึ่ง ณ ตอนนั้นไวท์สวมเกราะกำบังตาอันหนึ่งด้วย
ดังนั้น ไวท์จึงสามารถมองดูดวงอาทิตย์ได้โดยตรงอย่างไม่เป็นอันตราย
ณ ตอนนั้นต่างเป็นที่ยอมรับกันดังนี้
“ประสบการณ์ที่ได้ในครั้งนี้มีค่ามหาศาลสุดที่จะประเมินเป็นราคาได้…
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบชุดอวกาศชุดหนึ่ง ๆ ที่นักบินอวกาศจะสวมใส่เมื่อลงสำรวจดวงจันทร์ตามโครงการอะพอลโลโครงการหนึ่งต่อไป…”
ความสำเร็จประการต่าง ๆ นอกจากที่กล่าวมาแล้วมีดังนี้
1. สามารถปรับเปลี่ยนอัตราเร็ว
2. สามารถปรับระดับของความสูง
3. สามารถเปลี่ยนแนววงโคจรวงหนึ่ง ๆ ได้ตามที่ต้องการ
ทั้งนี้เป็นการใช้สมรรถนะของจรวดลำเล็ก ๆ ที่ปลายส่วนหัว ที่ฐาน และที่ด้านข้างของยานอวกาศลำดังกล่าวนั้น
ดังนั้น สมรรถนะของแคปซูลเจมินีลำหนึ่ง ๆ ตามที่เรากล่าวมาแล้วส่อให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคนิกและการสร้างยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ ได้อย่างดียิ่ง
6 มิถุนายน 2508
สันตะปาปาปอลที่ 6 ได้ตรัสดังนี้
“… คำสวดวิงวอนของเราย่อมแผ่กระจายไปจนทั่วพิภพและบรรลุสู่สรวงสวรรค์เพื่อคุ้มครองแด่ผู้ใดผู้หนึ่งที่กำลังสำรวจดวงดาวในอวกาศ…”
7 มิถุนายน 2508
อดีตประธานาธิบดีลินดอน บี จอห์นสันได้โทรศัพท์แสดงความยินดีต่อมนุษย์อวกาศทั้ง 2 คนที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างยอดเยี่ยม
โดยที่ข้อความตอนหนึ่งเป็นดังนี้
“… สิ่งที่ท่านทั้ง 2 คนได้กระทำในครั้งนี้ยากที่ใคร ๆ จะลืมได้
… ทั้งนี้เราต่างหวังและสวดวิงวอนเพื่อให้บรรลุสู่เวลาที่มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาจะหันหน้าเข้าหากันเพื่อบุกเบิกอวกาศและเดินเคียงข้างกันและกันไปสู่สันติ…
… ท่านทั้ง 2 คนย่อมประจักษ์แล้วว่า ณ ตอนนี้มนุษย์โลกมีความรู้ความสามารถทางด้านอวกาศที่ก้าวหน้าไปไกล…

… อีกทั้งข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า มนุษย์แห่งโลกเสรีย่อมตระหนักถึงความรู้สึกที่เป็นหนี้บุญคุณต่อท่านทั้ง 2 คนอย่างสุด ๆ …”
ณ วันเดียวกันนี้
อูทันต์ซึ่งเป็นเลขาธิการขององค์การสหประชาชาติ ณ ตอนนั้นได้ส่งสาส์นไปยังอดีตประธานาธิบดีลินดอน บี จอห์นสันและนักบินอวกาศทั้ง 2 คนดังนี้
“… ผลงานของนักบินอวกาศทั้ง 2 คนนี้นับว่าเป็นชัยชนะเพื่อสันติครั้งล่าสุดและเป็นความสำเร็จที่งดงามสุด ๆ ที่มนุษย์มีต่อห้วงอวกาศ…”

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
24 กุมภาพันธ์ 2554